ใครจะเป็นแชมป์ 2016 Tour of Flanders?

ถ้าจะบอกว่าวันนี้เป็นหนึ่งในวันที่แฟนจักรยานรอคอยมากที่สุดในรอบปีก็ไม่ผิด 19:00-22:00 คืนนี้เรามีแข่ง Tour of Flanders ครั้งที่ 100 – สนามคลาสสิคระดับ Monument รายการที่สองของปีและเป็นรายการที่ชาวเบลเยียมขึ้นชื่อว่าเป็นสนามแข่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก เพราะนอกจากเส้นทางสุดทรหดแล้วยังเป็นสนามที่นักปั่นต้องใช้กลยุทธ์พอๆ กับพละกำลัง ถึงจะไม่โด่งดังเท่า Paris-Roubaix แต่นี่เป็นสนามที่โปรให้ความสำคัญไม่แพ้กันครับ

[separator type=”thin”]

2016 Tour of Flanders (เบลเยียม) 

วันที่: 3 เมษายน
ถ่ายทอดสด:
 19:00-22:00 (ลิงก์)
บรรยายสด: 20:30-22:00 (ลิงก์)
รายชื่อนักแข่ง: Startlist
Official: Website

[separator type=”thin”]

เส้นทาง

ronde 2016 route1

อุปสรรคที่นักปั่นจะต้องเจอวันนี้คือระยะทาง 255 กิโลเมตร กับเนินชัน 18 ลูก และมีเส้นทางหลายส่วนที่เป็นช่วงถนนหิน (cobbled road) เราเริ่มสตาร์ทกันที่เมือง Brugge และไปจบที่ Oudenaarde ครั้งนี้จัดแข่งเป็นครั้งที่ 100 พอดีและมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางนิดหน่อยแต่ยังคงไฮไลท์เดิมๆ ไว้ สภาพสนามก็จะเหมือนกับที่เราเห็นในรายการคลาสสิคอื่นๆ เพราะมักจะใช้เส้นทางบางส่วนทับซ้อนกัน นั่นคือเป็นถนน local รอบเมืองที่ค่อนข้างแคบมีโค้งเยอะ ขึ้นแซงกันได้ยาก และด้วยเส้นทางคล้ายๆ ลูป นั่นหมายความว่านักปั่นต้องเจอกระแสลมแทบจะทุกทิศทาง

โดยรวมแล้วเป็นสนามที่เครียดสำหรับผู้เข้าแข่งขันเพราะต้องโฟกัส 100% ตั้งแต่ต้นจนจบ จะไม่เหมือนสเตจเรซที่จะมีช่วงดาวน์ไทม์อยู่บ้าง เนินทุกลูกที่ต้องขึ้นเป็นโอกาสในการโจมตีของตัวเต็งหรือเบรคอเวย์แทบทั้งหมด

 

จุดยุทธศาสตร์

ronde 2016 hellingen

มาดูส่วนของเนินและทางหินกันบ้าง แผนผังข้างบนนี้เป็นตำแหน่งกิโลเมตรของเนินยุทธศาสตร์จุดต่างๆ ในรายการนี้ เนินแต่ละลูกที่อยู่ต่อๆ กันหมายความว่าตัวเต็งทุกคนต้องพยายามขึ้นมาอยู่หน้ากลุ่มให้ได้เพราะหากมีคู่แข่งหรือตัวเต็งออกโจมตีบนเนิน ด้วยทางที่แคบจะทำให้เราออกตามได้ยากมาก และยิ่งถ้ารถมีปัญหาหรือมีอุบัติเหตุล้ม ใครอยู่หลังก็จะติดขบวนเสียเวลาให้คู่แข่งถึงขั้นแพ้ได้เลยทีเดียว ส่วนเนินสำคัญที่มักจะเป็นจุดที่นักปั่นออกกระชากกันจะมีประมาณนี้ครับ

a.) Koppenberg (ยาว 600m, ชันเฉลี่ย 11.6%, ชันสูงสุด 22%)

Trek เคยทำจักรยาน Domane รุ่น “Koppenberg Edition” ที่เฟเบียน แคนเชอลาราใช้ออกจำหน่าย ถ้าใครไม่ได้ดูรายการคลาสสิคอาจจะไม่เข้าใจว่าคำว่า koppenberg มันคืออะไร จริงๆ แล้วมันคือชื่อเนินสำคัญในสนามนี้และเป็นเนินลูกที่แคนเชอลารา / โบเน็นใช้ลงดาบออกเชือดคู่แข่งบ่อยๆ

Koppenberg เป็นเนินลำดับที่ 13 ซึ่งอยู่ที่กิโลเมตร 210 และเป็นเนินที่ยากที่สุด โหดที่สุดในรายการนี้ ยิ่งถ้าฝนตก ด้วยความชันของมันรถยนต์แทบจะวิ่งขึ้นไม่ได้เลยทีเดียว มีนักปั่นลงจอดเพื่อเข็นจักรยานขึ้นเนินนี้ทุกปี และเดาได้เลยว่าจะเป็นจุดที่กลุ่มตัวเต็งเริ่มฉีกตัวออกห่างจากเปโลตองครับ

b.) Oude Kwaremont (ยาว 2,200m, ชันเฉลี่ย 4%, ชันสูงสุด 11.6% )นักปั่นต้องวนขึ้น Kwaremont ถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกที่ กม 151, ครั้งที่ 2 ที่ 54 กิโลเมตรสุดท้าย และครั้งที่สำคัญที่สุดคือ 16.7 กิโลเมตรสุดท้าย ถึงจะดูไม่ชันมากแต่ความยาวของมันจะตัดกำลังนักแข่งได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่ยาวอย่างเดียว ยังเป็นเนินที่เป็นช่วงถนนหินด้วย แทบทุกปีผู้ชนะที่จะไปดวลกันหน้าเส้นชัยหรือหนีไปคนเดียว จะคัดตัวกันจากเนินลูกนี้

c.) Paterberg (ยาว 360m, ชันเฉลี่ย 12.9%, ชันสูงสุด 20%)เนินลูกสุดท้ายของรายการ อยู่ห่างเส้นชัยไปแค่ 13.2 กิโลเมตร (ขึ้นครั้งที่สอง) และอยู่ห่าง Kwaremont มาไม่กี่นาที ถ้าเนินลูกก่อนหน้ายังไม่สามารถสลัดตัวคู่แข่งได้หลุด Paterberg จะเป็นโอกาสสุดท้ายให้ตัวเต็งได้ออกโจมตีกัน ถึงจะชันไม่เท่า  Koppenberg แต่ก็โหดหินเป็นอันดับต้นๆ ของรายการนี้ครับ แน่นอนเป็นเนินที่เป็นถนนหินเพิ่มความยากและเลเยอร์ของกลยุทธ์ในการแข่งขันเข้าไปอีกหนึ่งขั้น เรื่องของการวางตำแหน่งตัวเต็งก่อนขึ้นเนินลูกนี้ก็สำคัญมาก

d.) เส้นชัย

เมื่อพ้นเนิน Paterberg มาแล้วนักปั่นต้องลงมาสู่กับลมต้านเป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางตรงที่ไม่มีโค้งเลยจนไปถึงเส้นชัย จุดนี้จะเพิ่มความตื่นเต้นอีกหนึ่งระดับหากมีตัวเต็งชิงหลุดกันมาบนเนิน เราจะได้เห็นเกมไล่ล่าสนุกๆ แบบที่ลุ้นกันใจหายใจคว่ำ แต่ถ้ามีตัวเต็งหลุดกันมาเป็นกลุ่ม แน่นอนว่าการสปรินต์ที่ถนนกว้างๆ ใจกลางจัตุรัสในเมือง Oudenaarde ก็น่าลุ้นไม่แพ้กัน

พยากรณ์อากาศรายงานว่าท้องฟ้าน่าจะสดใส อุณหภูมิไม่หนาวมากประมาณ 20 องศา แต่อาจจะมีฝนตกฉับพลันได้เหมือนกัน

 

ใครจะชนะ?

หลังจากที่ลงสนามคลาสสิคกันมาตลอดทั้งเดือน เราพอจะเห็นฟอร์มกันแล้วว่าตอนนี้ใครพร้อมใครไม่พร้อม พรีวิวรอบนี้ DT เลยคัดมาเฉพาะตัวเต็งที่ “น่าจะ” มีโอกาสชนะ จากผลงานของปีนี้ครับ

Peter Sagan (Tinkoff) ★★★★★

sagan thumbs up

ซากาน… ไม่มีใครปฏิเสธว่าแชมป์โลกชาวสโลวาเกียคนนี้เป็นหนึ่งในนักปั่นที่เก่งที่สุดในโลก แต่ผมว่าเขาเหมือนจะเป็นคนที่มีสองร่างเลย ร่างแรกคือซากานสุดโหดที่พร้อมขยี้คู่แข่ง มั่นใจและมีไหวพริบเต็มร้อยเหมือนที่เราเห็นใน Gent-Wevelgem สัปดาห์ก่อน

อีกร่างคือ “ที่สองตลอดกาล” เป็นซากานที่แกร่งเช่นกันแต่ดูจะขาดอะไรไปบางอย่าง อาจจะเป็นความมั่นใจ การตัดสินใจที่ไม่เฉียบคม อาจจะเป็นพละกำลังที่จู่ๆ ก็หายไปในช่วงคับขัน (นึกถึง Omloop และ E3 ปีนี้) เราไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจะโผล่มาในร่างไหนในสนามแข่งวันนี้

สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือเขาเป็นนักปั่นที่กำลังอยู่ใน่ชวงที่ฟอร์มดีที่สุดในชีวิต ซากานเป็นตัวเต็งคนเดียวของรายการนี้ที่ขึ้นโพเดี้ยมมากที่สุดในฤดูกาลคลาสสิคปี 2016 และเป็นตัวเต็งที่อยู่ในช่วงตัดสินแทบทุกสนามที่เขาลงแข่ง จุดอ่อนของซากานคือเพื่อนร่วมทีมที่เราสังเกตว่าไม่เคยอยู่ช่วยเขาเลยในวินาทีสำคัญของแต่ละรายการที่เขาแพ้ (และชนะ) ซึ่งจำเป็นครับในรายการที่ต้องใช้กลยุทธ์และความสามัคคีของทีมมากเป็นพิเศษอย่าง Flanders ถ้าเขายางรั่ว ใครจะเปลี่ยนล้อให้ ถ้าเจลหมด น้ำหมด จะมีใครลงไปเอามาให้หรือเปล่า? เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็มีผลต่อชัยชนะ

Fabian Cancellara (Trek-Segafredo)  ★★★★★

Challenge Mallorca - Day 3

กลับกันกับซากาน แคนเชอลารามีลูกทีมที่น่าจะแข็งแกร่งที่สุดในสนามแข่งปีนี้ และเรารู้กันอยู่แล้วว่าเขาเป็นคนที่ชนะได้ด้วยตัวเอง และถึงแม้จะไม่ชนะสนามคลาสสิครายการไหนๆ เลยในปีนี้ (ยกเว้น Strade Bianche) แต่ก็เป็นตัวเต็งที่ฟอร์มดีที่สุดคนหนึ่ง อย่างใน Gent-Wevelgem ที่พ่ายให้ซากานก็ไม่ใช่สนามที่เขาถนัด (เหมาะกับสปรินเตอร์มากกว่า) แต่ก็หลุดไปอยู่กับเบรคอเวย์ตัวเต็งของวันได้จนถึงหน้าเส้นชัย ใน E3 Harelbeke ที่เขาหลุดกลุ่มไปเราก็เห็นเขาแทบจะวาร์ปกลับมาเข้ากลุ่มหน้าด้วยระยะทางไม่กี่กิโลเมตร

ถ้าแคนเชอลาราหลุดกลุ่มไปกับสปรินเตอร์อย่างซากานจนถึงหน้าเส้นชัยเขาจะแพ้อีกหรือเปล่า? ผมคิดว่าเฟเบียนมีลูกเล่นเยอะกว่าที่จะขนสปรินเตอร์ไปทุบ และเส้นทาง ToF ก็เหมาะกับนักปั่นอย่างเขามากกว่าด้วย และอย่าลืมว่าเขาเคยได้แชมป์รายการนี้มาแล้วสามครั้ง – เยอะที่สุดในเปโลตองตอนนี้ (เท่ากับโบเน็น) ประสบการณ์เป็นอะไรที่นักปั่นอย่างซากานและคู่แข่งอายุน้อยคนอื่นๆ ยังขาดอยู่

Greg van Avermaet (BMC) ★★★★

gva omloop

ถึง GVA จะป่วยในสัปดาห์ก่อนแต่ก็กลับมาพัฒนาฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ เรารู้ว่าถ้าเขาฟิตและพร้อมจะเป็นตัวเต็งคนหนึ่งที่สามารถเดินเกมตัดสินการแข่งขันได้แน่ๆ และปีนี้ก็ดูจะมีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่เริ่มเก็บชัยชนะได้แล้ว (อย่างน้อยๆ ก็ชนะเยอะกว่าซากาน) GVA พร้อมจะออกโจมตีหรือไล่จับกลุ่มหนีถ้ามันจะทำให้เขาชนะรายการ เรื่องความดุดัน ฤดูกาลนี้ก็ยังมีให้เห็นแบบไม่ต้องกังวล อย่างใน Dwars Door Vlaanderen ก็เป็นคนเดียวที่หนีเดี่ยวออกมาในช่วงสิบกิโลสุดท้าย แต่โชคไม่ดีโดนจับที่หน้าเส้นชัยซะก่อน

BMC เป็นอีกหนึ่งทีมที่เพียบพร้อมมากในเรื่องของการซัพพอร์ท GVA ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เท่าซากาน และเป็นคนที่น่าจับตาดูที่สุดคนหนึ่งในสนามนี้ครับ

Alexander Kristoff (Katusha) ★★★★

Kristoff Oman

แชมป์เก่าปี 2015 และเป็นอีกคนที่ป่วยในสัปดาห์ที่แล้ว (แต่ก็ยังเกือบชนะ 3 Days of De Panne และได้แชมป์ไปหนึ่งสเตจ) ถึงจะโชว์ฟอร์มโหดในปีก่อนแต่ยังเป็นคนที่เราเอาแน่เอานอนไม่ได้กับสนามคลาสสิคหลายๆ รายการ คริสทอฟยังขึ้นเนินได้ไม่เร็วเท่าตัวเต็งหลายๆ คน เหมือนในปี 2013-2014 ที่เขาหลุดกลุ่มไปก่อนเพื่อน ผมไมแน่ใจว่าเขาจะโชว์ฟอร์มแบบปี 2015 ได้อีกหรือเปล่า เมื่อต้องเจอกับแคนเชอลาราที่ฟอร์มเต็ม 100 กับซากานหรือ GVA โฉมใหม่ในปีนี้

Sep Vanmarcke (LottoNL-Jumbo) ★★★★

Ronde van Vlaanderen 2014

ฟานมาร์คเป็นตัวเต็งคลาสสิคที่ดังขึ้นมาในช่วงปี 2012-13 ที่เขาชนะ Omloop และได้ที่สองใน Roubaix แต่หลังจากนั้นก็เฟดไปเลยแทบหาผลงานไม่ได้ทั้งในและนอกสนามคลาสสิค และเป็นคนที่โชคไม่ค่อยดีทั้งเรื่องรถพังและป่วยหรือล้มระหว่างแข่งรายการสำคัญ

แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือเขาเป็นตัวเต็งที่น่ากลัวในรายการคลาสสิครับ มีไหวพริบในการเลือกโจมตีจังหวะสำคัญๆ ใน Gent-Wevelgem ก็เป็นคนแรกๆ ที่ออกโจมตีจนเปโลตองกลุ่มขาด อาจจะต้องการดวงมากสักหน่อยถึงจะได้แชมป์รายการ โพเดี้ยมมีลุ้น ถ้าโชคเข้าข้างอาจได้แชมป์ก็ได้

Michal Kwiatkowski (Sky) ★★★★

kwiat e3

เควียทคอฟสกี้ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของ Sky ก็ว่าได้ ตอนเขาย้ายมาจาก Etixx เรากลัวว่าเควียทจะกลายมาเป็นทาสโดเมสติคให้คริส ฟรูมหรือเกอเรนท์ โทมัสในสเตจภูเขาอะไรอย่างนี้หรือเปล่า เพราะเจ้าตัวเองก็บอกว่าอยากเบนเข็มมาปั่นสเตจเรซ (ซึ่งบอส Quickstep ไม่ค่อยเห็นด้วย) แต่ก็น่าดีใจที่ยังคงฟอร์มการแข่งวันเดียวไว้ได้ดี คว้าแชมป์ E3 เฉือนเอาชนะซากานได้แบบเด็ดขาดมากๆ แน่นอนว่าถ้าเขาคืนฟอร์มตอนที่คว้าแชมป์โลกปี 2014 ได้จะเป็นม้ามืดที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่งของสนามนี้ครับ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเควียทคอฟสกี้มีความสามารถที่จะชนะ ToF ได้แน่ๆ และน่าจะเป็นความหวังที่น่าลุ้นที่สุดของ Sky ตอนนี้

Ian Stannard (Sky) ★★★

Omloop Het Nieuwsblad (1 of 5)

ปีนี้สแตนนาร์ดเงียบลงไปเยอะ เรารู้ว่าเขาแข็งแกร่งพอจะเป็นตัวเต็งของรายการได้แต่ยังไม่ใช่ขนาดแคนเชอลาราหรือซากาน ลองนึกดูแล้วมีสถานการณ์ไม่กี่แบบที่เขาจะเอาชนะ ToF ได้ จะหนีไปคนเดียวคงยากเพราะเป็นนักปั่นชื่อดังคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเต็งคนอื่นๆ คงไม่ปล่อยหนีไปหน้ากลุ่มง่ายๆ เรื่องทักษะการปีนเนินก็ไม่ได้โดดเด่นเหมือนคนอื่น บวกกับอาการป่วยในสัปดาห์ก่อนด้วยแล้ว คงยากเหมือนกัน ชั่วโมงนี้เควียทคอฟสกี้ดูน่าลุ้นกว่านะ

Geraint Thomas (Sky) ★★★

PN Thomas 4

เอาจริงๆ โทมัสฟอร์มดีมากในฤดูกาลนี้แต่ไม่รู้ว่าฟอร์มการไต่เขาและการเป็นแชมป์สเตจเรซที่แกร่งถึงขั้นชนะคอนทาดอร์จะมีประโยชน์กับสนามอย่าง Flanders หรือเปล่า…เพราะทักษะและรูปแบบการฝึกซ้อมแทบจะไม่เหมือนกันเลย ปีนี้โทมัสเองก็เลือกไม่ลงแข่งคลาสสิคเลยด้วย… ก็แน่หละ Tour de France มันหรูหราอลังการกว่า มีน้อยคนที่จะอยากเป็นแชมป์ Flanders/ Roubaix มากกว่าแชมป์ตูร์ แต่ส่วนตัวผมว่าโทมัสน่าจะรุ่งกว่าใน one day race…

Niki Terpstra (Etixx-Quickstep) ★★★

Paris - Roubaix 2014

พอพูดถึงสมาชิก Etixx นี่บางทีก็ไม่รู้จะเขียนยังไงเหมือนกัน มันมีกี่ทีมที่เอาแชมป์ Roubaix มาเป็นโดเมสติกหัวลากของทีม? สนามคลาสสิคทุกรายการที่เขาลงปีนี้ เทิร์ปสตร้ามีหน้าที่จับเบรคอเวย์!? ผมว่าเทิร์ปสตร้ามีความสามารถมากกว่าจะมาเป็นแค่โดเมสติก โดยเฉพาะเมื่อเอซอย่างโบเน็นดูไม่มีฟอร์มอะไรเลยในฤดูกาลนี้? ไม่รู้ว่าใน ToF ทีมจะให้อิสระเขาแค่ไหน แต่เอาจริงๆ ก็อาจจะเป็นแผนที่ไม่แย่ ถ้าปล่อยเทิร์ปสตร้าหนีไปก่อน มันจะบังคับตัวเต็งคนอื่นให้ออกไล่ตาม (และเปลืองแรง) ทันที เพราะ Etixx มีคนเก่งหลายคน ทีมสามารถเลือกใช้แผนสละชีพเอซตัวรองเพื่อหลอกล่อคู่แข่งได้ แต่มันจะเวิร์กก็ต่อเมื่อเอซตัวจริงของทีมมีฟอร์มพร้อมชนะจริงๆ น่ะนะ…

Tom Boonen (Etixx-Quickstep) ★★★

Paris - Roubaix 2014

ชัดเจนว่าโบเน็นไม่ได้อยู่ในฟอร์มเดียวกับแคนเชอลารา ไม่ได้ดูใกล้เคียงนักปั่นที่เคยเป็นแชมป์​ Flanders สามสมัยเลย แต่ก็ไม่ได้แย่เหมือนกัน คือยังเกาะกลุ่มหน้าในช่วงสำคัญของรายการอื่นๆ ได้อยู่ แต่น่าจะยังไม่ดีพอเมื่อเทียบกับซากานหรือแคนเชอลารา

อย่างไรก็ดี ด้วยดีกรีแชมป์เก่าและประสบการณ์อันโชกโชน เราจะขีดชื่อเขาออกจากตัวเต็งคงไม่ได้ ไหวพริบ ใน ToF การอ่านเกมและไหวพริบบางทีก็ช่วยทดแทนพลังวัตต์ได้เหมือนกัน อย่างน้อยๆ โบเน็นยังมีลูกทีมเก่งๆ หลายคนที่พร้อมจะช่วยเขาในจังหวะสำคัญ​

Zdenek Stybar (Etixx-Quickstep) ★★★

Strade Bianche-23

ตัวเต็งคนสุดท้ายของทีมเจ้าถิ่น (ทำไมมันมีเยอะจัง…) สตีบาร์เองดูจะเหมาะกับสนามอย่าง Roubaix มากกว่าด้วยพื้นหลังแชมป์โลก Cyclocross จากที่เป็นผู้ช่วยเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้สตีบาร์ก้าวขึ้นมาเป็นระดับแถวหน้าของทีม ความคาดหวัง ความกดดันจากทั้งในและนอกทีมที่มากขึ้นก็มีผลต่อสไตล์การแข่งขันของเขาอย่างเห็นได้ชัด จากคนที่มีอิสระเล่นบทม้ามืดของทีม กลายมาเป็นตัวเต็งที่ทีมอื่นคอยหมายหัว เมื่อรวมกับบทบาทที่ยังไม่ชัดเจนมากในทีมแล้วก็คาดเดาได้ยากว่า EQS จะใช้เขาในบทบาทไหนสำหรับสนามแข่งวันนี้

Tiesj Benoot + Jurgen Roelandts (Lotto-Soudal) ★★

Tiesj Benoot

Lotto-Soudal มีตัวเต็งสองคนเป็น เบนูทเริ่มมีผลงานมากขึ้นในรายการใหญ่ๆ อย่างที่เราเห็นในเดือนที่ผ่านมา (ที่ 3 Omloop, ที่ 7 Harelbeke, ที่ 8 Strade Bianche) แต่ยังไม่ถึงขั้นตัวเต็ง ส่วนโรแลนท์นี่น่าจะเป็นดาวที่กำลังจะดับแสง…หลังจากที่ติดโพเดี้ยม Flanders 2013 เราก็ไม่เห็นผลงานเขาในสนามคลาสสิคอีกเลย ปีนี้ยังดีหน่อยได้โพเดี้ยม San-Remo และที่ 7 Gent-Wevelgem แต่ชั่วโมงนี้ผมว่าเบนูทน่าลุ้นกว่านะ

เอซอีกคนของ Lotto คือ Jens Debusschere แต่ล้มกระดูกสันหลังร้าวเลยอดลงทั้ง Flanders และ Roubaix…

Luke Rowe (Sky) ★★

Looke Rowe และ Philippe Gilbert

เอาจริงๆ แล้วฤดูกาลนี้ โรว์คือนักปั่นคนเดียวของ Sky ที่แข่งคลาสสิคอย่างจริงจัง และดูจะมีความตั้งใจมากกว่าคนอื่นๆ แต่น่าเสียดายว่าในฐานะโดเมสทิค เขาคงต้องอยู่ช่วยสแตนนาร์ด โทมัสและเควียทคอฟสกี้มากกว่าจะมีบทบาทได้ออกลุยด้วยตัวเอง ปีที่แล้วโรว์เป็นคนที่ผลงานดีที่สุดของทีมใน Paris-Roubaix สงสัยว่าปีนี้ก็คงต้องรอไปเล่นสนามนู้นเหมือนกัน

Edvald Boasson Hagen (Dimension Data) 

EBH Oman 2

EBH ปีนี้ฟอร์มดี ถึงจะยังไม่ชนะหรือขึ้นโพเดี้ยมแต่ก็ตามกลุ่มตัวเต็งได้ตลอดในจังหวะสำคัญ​แต่ยังดูเหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่าง เราหวังว่าเขาจะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้ในรายการใหญ่อย่าง Flanders…ผิดกับทีมใหญ่ที่มีตัวเต็งหลายคน EBH เป็นความหวังเดียวของ Dimension Data และลูกทีมอาจจะยังช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะมีแค่เบอร์นาร์ด ไอเซิลคนเดียวที่พอจะเชี่ยวชาญเส้นทางคลาสสิค

Jasper Stuyven (Trek-Segafredo) 

ไม่ใช่ว่าสตอยเว็นจะไม่มีโอกาสชนะ ToF แต่ดีกรีความเดือดของสนามนี้กับ Kuurne Brussel Kuurne ที่เขาได้แชมป์มันคนละโลกครับ การันตีได้ว่าใน ToF คุณจะไม่ได้เห็นเปโลตองที่โลเลไม่ รู้จะจับหรือไม่จับเบรคอเวย์ดี สตอยเว็นแรงดีแต่ยังขาดประสบการณ์ และในปีสุดท้ายของแคนเชอลารา ฝันไปได้เลยว่าเขาจะได้มีโอกาสขึ้นนำทีมหรือเป็นแผน “B” ยกเว้นเสียว่าเฟเบียนจะล้มกลางคันอะไรทำนองนั้น…เอ็ดเวิร์ด เทิร์นส์ลูกทีมอีกคนก็เช่นกัน

สรุป

ผมว่ายังไงคนที่ฟอร์มดีที่สุดในรายการนี้ก็ไม่พ้นแคนเชอลารากับซากาน ทุกคนที่กล่าวถึง ถ้าหลุดมากับซากานได้ก็ไม่น่าจะสปรินต์ชนะเขา (ถ้าซากานมาในร่างแชมป์น่ะนะ) และไม่น่าจะแซงแคนเชอลาราได้ในเนินลูกท้ายๆ ที่ประสบการณ์, positioning และไหวพริบของลุงจะได้เปรียบคนอื่นแบบสุดๆ จะมีก็นักปั่นอย่าง GVA เควียทคอฟสกี้ เทิร์ปสตร้า หรือคริสทอฟ ที่ไม่น่าจะรอยิงกันบนเนินท้ายๆ แต่รีบหาจังหวะหนีไปก่อน ซึ่งน่าจะเพิ่มมิติความสนุกได้ดีทีเดียวครับ

คืนนี้ DT บรรยายสดตั้งแต่ 20:30-22:00 ที่ duckingtiger.com/live รายการนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

Video Preview (GCN + Cyclingnews)