16 รูปที่ดีที่สุดจาก Giro d’Italia สเตจ 11

1)  (ภาพบน) อีกหนึ่งสเตจทางราบ อีกหนึ่งวันที่ Giro d’Italia จบด้วยการสปรินต์ คาเล็บ ยวน (Lotto-Soudal) คว้าแชมป์สเตจเป็นครั้งที่สอง เอาชนะอานอด์ เดอมาร์ (Groupama-FDJ) และปาสคาล แอคเคอร์แมน (Bora-Hansgrohe) ที่เส้นชัยที่เป็นเนินสั้นๆ ในเมือง Novi Ligure

2) ใน Giro ปีนี้ยังไม่มีสปรินเตอร์คนไหนที่ฟอร์มดีเก็บแชมป์นำขาดคู่แข่งคนอื่นๆ จากสเตจที่จบด้วยการสปรินต์ทั้งหมด ยวนและแอคเคอร์แมน มีชัยชนะมากที่สุดคือคนละ 2 สเตจ เฟอร์นันโด กาวิเรีย (UAE) และเดอมาร์ (Groupama-FDJ) ชนะคนละสเตจ จากที่ปกติเรามักเห็นสปรินเตอร์คนเดียวชนะ 3-4 สเตจ อย่างเอเลีย วิวิอานี (Quickstep) ที่ชนะ 4 สเตจในปีที่แล้ว

3) “ผมคิดว่าตัวเองไม่ได้เร็วน้อยไปกว่าสปรินเตอร์คนอื่นๆ สองชัยชนะใน Giro ปีนี้ก็ได้พิสูจน์สิ่งที่ผมคิดแล้ว ผมมาแข่งสนามนี้คิดว่าได้สเตจเดียวก็ดีแล้ว เพราะงั้นได้ชนะสองสเตจก็เป็นที่น่าพอใจมาก ทีมก็แฮปปี้ครับ” ยวนกล่าวหลังแข่ง

4) แล้วแผนการสปรินต์ของเขาเป็นยังไง?

“วันนี้ผมรู้ว่าลมต้านแรงที่เส้นชัย ผมเลยรอให้ใกล้เส้นชัยที่สุดตามหลังแอคเคอร์แมนจน 100 เมตรสุดท้าย…ผมชอบเส้นชัยแบบนี้ที่เป็นเนินนิดนึงมันเหมาะกับผมมากกว่าเส้นชัยที่เป็นทางตรงสปรินต์ยาวๆ ก่อนจะถึงเส้นชัยผมบอกทีมว่าเอาผมไปทิ้งไว้หลังล้อคู่แข่งคนไหนก็ได้ ทีมเลือกล้อแอคเคอร์แมนให้ผม” 

5) สเตจนี้เป็นวันสุดท้ายของยวนใน Giro ปีนี้เพราะเขาจะไม่ลงแข่งสเตจ 12 พรุ่งนี้ เลือกกลับไปพักเตรียมแข่ง Tour de France แทน

“ส่วนเรื่องเสื้อเจ้าความเร็วน่ะเหรอ? ไม่ชิงหรอกครับ สัปดาห์สุดท้ายมันยากเกินไปสำหรับผม แล้วเหลือสเตจที่สปรินต์ได้อีกแค่ครั้งเดียว มันดีกับผมและทีมกว่าถ้าผมเลิกแข่งวันนี้ กลับไปพักเตรียมลง Tour de France” 

6) พูดถึงสปรินเตอร์ แอคเคอร์แมนถึงจะมีแผลทั้งตัวแต่ก็ทำผลงานได้ดีกว่าที่คิด สุดท้ายยังเก็บอันดับสามได้ แต่เขาต้องเสียเสื้อผู้นำคะแนนรวมให้อานอด์ เดอมาร์ไป จากที่เดอมาร์ได้ที่สองสเตจ ได้คะแนนเยอะกว่าเขาที่ได้อันดับสาม

“ไม่ใช่วันที่ดีที่สุดของผม ตอนเช้าก่อนลงแข่งมันเจ็บแสบมาก แต่พอเริ่มแข่งไปสักหน่อยแล้วก็ดีขึ้นบ้าง สุดท้ายผมอยากทำให้ทุกคนรู้ว่าผมยังแข่งได้และยังฟอร์มดี ทีมทำงานได้ดีมาก ผมอาจจะเปิดสปรินต์เร็วไปหน่อยตอนท้าย เจอลมต้านเต็มๆ แต่ก็ยังดีใจที่ได้ขึ้นโพเดียม”

7) ถึงเดอมาร์จะชนะแค่สเตจเดียว แต่ด้วยที่เขาขึ้นโพเดียม 3 ครั้งและชนะ 1 สเตจ ทำให้เก็บคะแนนสะสมได้เยอะแทบทุกครั้งที่มีการสปรินต์ ตอนนี้เดอมาร์มี 194 คะแนน ส่วนแอคเคอร์แมนตามหลังอยู่อันดับสองที่ 183 คะแนน เรียกว่าศึกชิงเสื้อเจ้าความเร็วก็ยังสูสีอยู่ วิวิอานีและยวนออกจากการแข่งขันแล้วในวันนี้ ก็คิดว่าแชมป์เจ้าความเร็วคงเป็นเดอมาร์หรือไม่ก็แอคเคอร์แมน เพราะทั้งคู่ดูจะยังแข่งจนจบรายการ

8) นอกจากผู้นำคะแนนรวมแล้ว ผู้นำเวลารวม วาเลริโอ คอนติ (UAE) ก็ประกาศว่าจะรักษาเสื้อชมพูจนวินาทีสุดท้าย เขาให้สัมภาษณ์:

“ผมจะสู้ป้องกันเสื้อชมพูให้ได้นานที่สุด มันบอกยากเหมือนกันว่าจะเสียเสื้อวันไหน แต่ถ้ามันจะต้องเสีย ผมอยากจะเสียเพราะตัวเต็งเก่งๆ อย่างนิบาลีโจมตีทำเวลาห่างจนผมตามไม่ทัน” 

“การได้ใส่เสื้อผู้นำแกรนด์ทัวร์มันพิเศษยิ่งกว่าที่ผมคิดไว้ ผู้ชมรู้จักผมมากขึ้น นักปั่นทีมอื่นก็เข้ามาทักทายผมจากที่ปกติไม่เคยคุยกัน เขาหลบเว้นที่ให้ผมในกลุ่มเปโลตอง คุณรู้สึกได้ถึงความเคารพที่ทุกคนมีให้ผู้นำรายการ” 

9) คอนติได้เสื้อผู้นำจากการหนีเข้ากลุ่มเบรกอเวย์และเข้าเส้นชัยก่อนกลุ่มเปโลตองร่วม 7 นาทีในสเตจ 6 และถึงเขาจะไม่ชนะสเตจใน Giro แต่การได้ถือเสื้อผู้นำจัดว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขา ที่ผ่านมา เขามีผลงานชัยชนะ 3 ครั้งตั้งแต่เทิร์นโปร เคยได้แชมป์สเตจใน Vuelta a Espana 2016 เคยแข่งแกรนด์ทัวร์ 7 ครั้งแต่เคยจบรายการด้วยอันดับ Top 30 แค่ 2 ครั้งเท่านั้น

“ผมเชื่อว่าการได้นำรายการ Giro ปีนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตผมหลายอย่าง ทีมมองผมเปลี่ยนไป เพื่อนร่วมทีมช่วยผมตลอดทุกสเตจ ผมอยากจะรักษามันไว้ให้นานที่สุดเพื่อเป็นการตอบแทนทีม”

มีหลายคนถาม DT ว่าทำไมไม่นับคอนติเป็นตัวเต็งแชมป์รากยารบ้าง เพราะเขาก็ใส่เสื้อผู้นำมาตั้งหลายวัน? เรื่องนี้อาจจะอธิบายยาก แต่การจะเป็น “ตัวเต็ง” แกรนด์ทัวร์ที่มีลุ้นชนะรายการจริงๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และนักปั่นที่เก่งพอจะเป็นได้ในแต่ละสนามนั้นมีไม่ถึง 10 คน หรืออาจน้อยกว่า จากผู้เข้าแข่งขันกว่า 190 คน ซึ่งก็เป็นอะไรที่นักปั่นก็รู้กันเองอยู่แล้วว่าลิมิตของตัวเองอยู่ที่ตรงไหน คอนติพูดอย่างมั่นใจว่ายังไงเขาก็เสียเสื้อแน่ๆ ราวกับว่าไม่มีทางรักษาเสื้อได้เลย ฟังดูน่าเศร้า แต่ก็เป็นความจริงที่นักปั่นพร้อมจะยอมรับ

10) สเตจ 11 วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ระยะทางยาวร่วม 221 กิโลเมตร แต่ด้วยที่เป็นทางราบเกือบทั้งหมด โอกาสที่กลุ่มเบรกอเวย์จะหนีรอดนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เบรกอเวย์วันนี้หนีออกมาสามคน เป็นทีมระดับดิวิชัน 2 ทั้งหมด

11) โมเมนต์แบบนี้อาจจะเป็นอะไรที่เรามองไม่ทันเห็นในทีวี เวลาเบรกอเวย์รู้ตัวว่ายังไงก็หนีไม่รอดและจะโดนจับแล้ว ก็มักจะขอบคุณเพื่อนร่วมกลุ่มหนีด้วยกันแบบนี้

12) แต่ถ้ารู้ว่ายังไงก็หนีไม่รอดแล้วจะออกมาทำไม? ต้องเข้าใจว่าทีมระดับดิวิชันสองที่ไม่มีเงินจ้างนักปั่นเก่งๆ สำหรับเกมสปรินต์หรือนักไต่เขาที่แรงพอจะชนะในสเตจภูเขา การได้หนีออกมาในกลุ่มเบรกอเวย์แต่ละวันก็ถือเป็นการตอบแทนสปอนเซอร์แบบหนึ่ง เพราะอย่างที่เห็นในภาพนี้ ทีวีจะตามจับภาพตลอด ยังไงก็เด่นกว่าอยู่ในกลุ่มเปโลตองที่มีนักปั่นเกือบสองร้อยคน เหมือนได้แอร์ไทม์ฟรีๆ ให้สปอนเซอร์ 4-5 ชั่วโมงในแต่ละสเตจ ซึ่งเมื่อคิดดูว่าเวลาต้องซื้อโฆษณาในช่องทีวีที่คิดเงินกันวินาทีละเป็นแสนบาทแล้ว การสปอนเซอร์ทีมแบบนี้ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มมากครับ

13) เหตุผลที่เบรกอเวย์มักจะหนีไม่รอดก็เพราะสเตจทางราบแบบวันนี้มีหลายทีมที่รู้ว่ามีโอกาสชนะ อย่าง Lotto-Soudal ของคาเล็บ ยวนเป็นต้น ก็รับหน้าที่คุมระยะห่างเบรกอเวย์ให้ไม่หนีห่างเกินไป

ในการแข่งโปรทัวร์แบบนี้ การมีเบรกอเวย์นำหน้ากลุ่มเปโลตองในระยะห่างที่ยังจับได้ทันก่อนถึงเส้นชัย เป็นเรื่องดีกับทุกคน เพราะหากรีบจับกลุ่มหนีตั้งแต่ต้นหรือกลางสเตจ ก็จะมีคนที่คิดจะหนีออกไปอีกบ่อยๆ จนต้องเปลืองแรงคอยไล่ คอยเช็คตัวที่จะหนีกันทั้งกลุ่ม เลยเป็นเหตุผลว่าทำไม เวลามีเบรกอเวย์ที่เปโลตอง “โอเค” กับสมาชิกในกลุ่มหนีแล้ว (เช่นไม่มีนักปั่นที่ฟอร์มดีๆ แรงๆ ที่มีสิทธิหนีชนะ หรือไม่มีคู่แข่งที่เป็นตัวเต็ง GC) เปโลตองจะปล่อยให้เบรกอเวย์หลุดไปได้เสมอ

14) เอเลีย วิวิอานี (Quickstep) ถอนตัวจากการแข่งขันหลังจบสเตจ 11 เมื่อคืนนี้ เขาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ใช่ว่าฟอร์มไม่ดี แต่ปัญหามันอยู่ในหัวของเขามากกว่า”

“Giro ของผมจบวันนี้ครับ ผมยังขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตัวเอง ผมจะกลับไปเตรียมตัวสำหรับครึ่งปีหลังของฤดูกาลนี้ ไม่มีประโยชน์ที่จะทนปั่นต่อไปโดยไม่รู้ว่าความมั่นใจนี้มันจะกลับมาเมื่อไร แน่นอนว่าผมคงจะพอใจกับการได้ที่สอง 3 ครั้ง กับชัยชนะที่สุดท้ายถูกปรับแพ้ ทีมและผมหวังไว้เยอะกว่านี้มาก”

“มันไม่ใช่ฟอร์มครับ ปัญหามันอยู่ในหัวของผม ผมไม่สามารถสปรินต์ในแบบที่ผมต้องการได้ ผมไล่ตามล้อคนนู้นคนนี้ ผมเกาะล้อลีดเอาท์ทีมตัวเองไม่ได้ ซึ่งมันไม่ใช่วิธีสปรินต์ปกติของผม ผมต้องหยุดก่อนที่จะเสียความมั่นใจไปมากกว่านี้ ผมเคยรู้สึกแย่กว่านี้ แต่ผมก็กลับมาได้ทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน”

15) วิวจากเมืองที่เป็นจุดสตาร์ทของสเตจวันนี้

16) และอีกหนึ่งรูปจากจุดสตาร์ท

พรีวิวสเตจ 12

หลังจากที่เจอสเตจทางราบติดต่อกันมาร่วมสิบวัน ในที่สุด Giro ก็มาถึงภูเขาแล้ว ช่วงท้ายสเตจนักปั่นต้องปีนเขา Montoso ที่ยาว 9 กิโลเมตรและชันเฉลี่ย 9.5% ต่อด้วยทางลงเขาชันๆ อีก 20 กิโลเมตร แถมที่เส้นชัยก็มีเนินชันสั้นๆ ที่ชันสูงสุดถึง 20% ดูแล้วน่าจะเหมาะกับเกมเบรกอเวย์สุดๆ ครับ

ผลการแข่งขัน

วิดีโอไฮไลท์