พรีวิว: ใครจะเป็นแชมป์โลก Individual Time Trial ชาย 2019?

สนามชิงแชมป์โลกปีนี้ที่จัดในแคว้นยอร์คเชียร์ปีนี้มีเส้นทางที่ท้าทายทั้งการแข่งขันแบบไทม์ไทรอัลและ Road Race เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเนินชันและสั้น แต่มีต่อการหลายจุด

ปีนี้มีตัวเต็ง Time Trial ลงแข่งด้วยกันหลายคน ทั้งอดีตแชมป์โลก แชมป์โลกคนปัจจุบัน และม้ามืดหน้าใหม่ไฟแรงที่มีลุ้นจะปัดรุ่นพี่ตกโพเดี้ยมหลายคน แต่ใครจะยืนหนึ่งครองเสื้อสีรุ้งในปีนี้? อันดับแรก มาดูเส้นทางกันก่อนครับ

THE COURSE

ระยะทาง 54 กิโลเมตร จาก Northallerton ไปจบที่ Harrogate แต่มีระยะ elevation ถึง 700 เมตร ไม่มีเนินเขาที่ยาวมากแต่มีหลายลูก สั้นและชันสลับกันเป็นเอกลักษณ์ของเส้นทางในยอร์คเชียร์ก็ว่าได้ และเป็นประเภทเส้นทางที่นักปั่นไทม์ไทรอัลหลายคนไม่ชอบเพราะไม่สามารถออกแรงต่อเนื่องนิ่งๆ ได้นานๆ

ดูจากแผนที่คร่าวๆ แล้วเส้นทางไม่ได้มีโค้งแบบเทคนิคัลเยอะท่าไร แต่ด้วยสองข้างทางที่เปิดโล่ง ลมอาจจะเป็นอุปสรรคสำคัญ​ และที่จะท้าทายที่สุดก็คือฝน เพราะตั้งแต่เปิดสนามมาในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฝนตกหนักทุกวันจนทำให้นักปั่นล้มบาดเจ็บหลายคน โดยเฉพาะในรุ่น Junior และ U23 แบบนี้…

แล้วใครเป็นตัวเต็งสนามนี้บ้าง?

 

โรฮาน เดนนิส (ออสเตรเลีย)

แชมป์โลกคนปัจจุบันและอดีตแชมป์ Hour Record คำถามคือเขาจะป้องกันแชมป์ได้หรือเปล่า? ถ้าวัดหน่วยก้านและความสามารถของเดนนิสแล้วก็ต้องบอกว่าน่าจะได้ อย่างปีที่แล้ว เขาเอาชนะทอม ดูโมลาน (เนเธอร์แลนด์) ด้วยเวลาห่างเกือบนาทีเต็ม

เจ้าตัวเองก็มั่นใจไม่น้อย ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดเขาบอกว่า “ผมคิดว่าจะต้องชนะให้ได้อีกครั้ง และถ้าจะแย่ที่สุดผมว่าอย่างน้อยผมก็น่าจะติดโพเดียม…ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามคาด ก็ไม่มีเหตุผลที่ผมจะไม่ได้แชมป์อีกครั้ง”

เป็นบทสัมภาษณ์ที่มั่นใจไม่น้อยครับ แต่ก็เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะเดนนิสเองไม่ได้นักปั่น TT ที่เก่งแต่ทางราบอย่างเดียว จริงๆ แล้วเขาก็ขึ้นเนินเขาได้เร็วกว่า TT Specialist คนอื่นๆ ด้วย สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้คือเขาเองก็เคยชนะรายการสเตจเรซแบบหนึ่งสัปดาห์ที่มีลูกผสมระหว่างการไต่เขาและ TT มาพอสมควร เป็นนักปั่นในแนว GC ที่ขี่ TT ได้ดีคนหนึ่ง

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเดนนิสก็คือ ปีนี้เขามีปัญหากับทีมใน Tour de France ที่ “เท” ทีมก่อนสเตจ Time Trial ที่ทีมคาดหวังว่าเขาจะต้องชนะ ซึ่งหลังจากนั้นมาเขาก็ยังไม่ได้ลงแข่งรายการไหนอีกเลย ทำให้ยากที่จะประเมิณฟอร์มเหมือนกัน

 

พริมอซ​ โรจ์ลิค (สโลวีเนีย)

Photo: RCS Sport

หลังจากที่คว้าแชมป์ Vuelta a Espana มาหมาดๆ โรจ์ลิคเป็นตัวเต็งโพเดียมอีกหนึ่งคนในรายการนี้ด้วยทักษะการปั่นไทม์ไทรอัลที่ไม่น่าจะแพ้ใครในชั่วโมงนี้เหมือนกัน สิ่งที่เราไม่รู้คือเขาจะฟื้นตัวจาก Vuelta หรือยัง ถ้าไม่ได้ล้าจาก Vuelta ก็น่าจะเป็นคนที่มีสิทธิได้แชมป์โลกอีกหนึ่งคน โรจ์ลิคเองก็ไม่ได้มีปัญหากับเนินชันเช่นเดียวกับเดนนิส

ถ้าวัดตามผลงานแล้ว โรจ์ลิคเป็นนักปั่นที่ชนะสเตจ Time Trial ที่สำคัญๆ เยอะที่สุดในปีนี้ เขาได้แชมป์สเตจ TT ทั้งสองครั้งใน Giro d’Italia เมื่อเดือนพฤษภาคม และแน่นอนว่าชนะสเตจ TT ใน Vuelta ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาทำเวลานำคู่แข่งอื่นๆ จนได้แชมป์รายการด้วย

ปี 2017 เขาได้อันดับสองในสนามชิงแชมป์โลก แต่ปีที่แล้วไม่ได้ลงแข่ง

 

วิคเตอร์ แคมเปนาร์ท (เบลเยียม)

เหรียญทองแดงจากสนาม ITT ชิงแชมป์โลกปีที่แล้ว ปีนี้แคมเปนาร์ทกลับมากับความมั่นใจที่มากกว่าเดิมหลังจากทำลายสถิติ Hour Record ของแบรดลีย์ วิกกินส์ได้สำเร็จเมื่อกลางปีนี้ ที่สำคัญ​ ในสนามที่เขาต้องเจอทั้งโรจ์ลิคและเดนนิส (Tirreno-Adriatico) เขาก็ชนะทั้งคู่ด้วย เป็นอีกคนที่น่าจับตามองและมีสิทธิขึ้นโพเดียมสูง

 

เรมโค เอเวนเนโพล (เบลเยียม)

©Bas Czerwinski/ Getty Images

ถึงโปรไฟล์และประสบการณ์ของแคมเปนาร์ทจะดูเป็นตัวเต็งของเบลเยียม แต่เจ้าตัวกลับบอกว่า คนที่มีสิทธิชนะกลับไม่ใช่เขาเอง แต่เป็นรุ่นน้อง เรมโค เอเวนเนโพลวัย 19 ปี

ถึงจะเป็นนักปั่นที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งประเภท Mens Elite ปีนี้ แต่ผลงานของเขาเกินตัวไปมาก เขาเพิ่งคว้าแชมป์ไทม์ไทรอัลยุโรป เอาชนะ อเล็กซ์ ดาวเซ็ตต์ และสเตฟาน คุง สองตัวเต็ง TT ที่ประสบการณ์เยอะกว่ามาก และยังทำผลงานในสเตจ TT ได้ Top 5 ในหลายๆ รายการที่ลงปีนี้

แน่นอนว่าในปีที่แล้วเขาเองก็เป็นแชมป์โลกทั้งประเภท Road Race และ ITT ในรุ่นเยาวชนด้วย

นอกจากผลงานในรายการไทม์ไทรอัล อีกหนึ่งสนามที่เขาชนะในปีนี้ และน่าจะเป็นตัวชี้วัดความสามารถได้ดีที่สุดก็คือที่เขาหนีเดี่ยวหลายสิบกิโลเมตรจนได้แชมป์ Classica San Sebastian ซึ่งเป็นรายการที่ปกติแล้วนักปั่นหน้าใหม่ไม่มีโอกาสชนะเลย

 

คนอื่นๆ ที่น่าจับตามอง

Chad Haga, Giro d’Italia Stage 21
  • โทนี มาร์ติน (เยอรมนี): ถึงจะเป็นอดีตแชมป์โลกไทม์ไทรอัล 3 สมัยแต่มาร์ตินไม่ชนะการแข่งขันไทม์ไทรอัลมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว มาร์ตินเองไม่ได้ถนัดคอร์สที่เนินชันเยอะ แต่ก็ยังเป็นคนที่น่าติดตามอยู่
  • แคสเปอร์ แอสกรีน (เดนมาร์ก): เด็กใหม่จาก Quickstep ที่ปีนี้โชว์ผลงานน่าทึ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการคว้าอันดับสองใน Tour of Flanders, อันดับสองในชิงแชมป์ไทม์ไทรอัลยุโรป และโชว์ความเป็นโดเมสติกระดับเทพใน Tour de France ที่ออกขึ้นนำกลุ่มเปโลตองคุมเกมให้ทีมแทบทุกวัน แอสกรีนมีเครื่อง TT ดีๆ อยู่กับตัว ปีนี้เองก็น่าจะทำผลงานได้ดี Top 5 มีลุ้น
  • อเล็กซ์ ดาวเซ็ตต์ (สหราชอาณาจักร): อีกหนึ่งอดีตแชมป์ Hour Record และแชมป์สเตจ TT ในแกรนด์ทัวร์ สองปีมานี้ดาวเซ็ตต์ผลงานไม่ดีเท่าไร แต่ก็น่าสนใจเหมือนกัน
  • จอห์น อาชิบาลด์ (สหราชอาณาจักร): หนึ่งในสมาชิกทีม HUBB-Wattbike ที่โชว์เหนือแข่งลู่ชนะทีมชาติตัวเองในฐานะเทรดทีมจนสมาคมต้องยอมรับในฝีมือและเรียกตัวมารับใช้ชาติในสนามชิงแชมป์โลกปีนี้ (DT เคยเขียนเรื่องนี้ไว้ลองไปอ่านกันดู)
  • แชด ฮาก้า (สหรัฐอเมริกา): แชมป์สเตจ Time Trial สุดท้ายใน Giro ปีนี้ เป็นอีกคนที่ฝีเท้าไว้ใจได้ในเรื่องการแข่ง TT

นอกจากนี้ก็มี แพททริค เบวิน (นิวซีแลนด์), เอดดัวร์ แอฟฟินี (อิตาลี), อีฟ แลมแพร์ (เบลเยียม), บ็อบ ยุงเกลส์ (ลักเซมเบิร์ก), และโจนาธาน คาสโตรวิเอโญ่ (สเปน)

ถ่ายทอดสดผ่านช่อง Youtube LIVE ของ UCI เริ่มเวลา 19:30-22:30

รายชื่อผู้เข้าแข่งขัน