รีวิว TDF สเตจ 8: เบรกอเวย์ยังไงให้ชนะสเตจแกรนด์ทัวร์?

ถึงจะไม่ใช่ทีมที่มีตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์รายการได้แต่ทีม Lotto-Soudal จากเบลเยียมก็เป็นทีมที่ขยันที่สุดใน Tour de France ปีนี้ ด้วยผลงานเสื้อเจ้าภูเขาติดต่อกัน 5 วันโดยทิม เวลเลนส์ และขึ้นโพเดียม 3 ครั้งโดยคาเล็บ ยวน ในสเตจ 8 วันนี้ทีมคว้าไปอีกหนึ่งผลงานเป็นแชมป์สเตจจากการเบรกอเวย์ของโทมัส เดอ เกนท์ ที่ชิงหนีกลุ่มตั้งแต่กิโลเมตรแรก และเป็นคนเดียวในกลุ่มหนีที่รอดจนถึงเส้นชัย

ด้วยเส้นทางที่กลุ่มหนีมีลุ้นแชมป์สเตจ กับระยะทาง 200 กิโลเมตรที่เต็มไปด้วยเนินชัน ทำให้นักปั่นทรงพลังหลายคนออกมาลุ้นแชมป์สเตจกัน อย่าง เบ็น คิง แชมป์สองสเตจใน Vuelta a Espana 2018 จาก Dimension Data, นิกี้ เทิร์ปสตร้า แชมป์ Paris-Roubaox จาก Total Direct Energie และอเลซานโดร เดอมาชี (CCC Team) อดีตแชมป์สเตจแกรนด์ทัวร์

แต่เป็นเดอ เกนท์ที่สลัดทุกคนทิ้งได้จนหมด และคว้าชัยชนะเป็นครั้งแรกให้ทีม Lotto-Soudal ใน Tour de France ปีนี้

ด้านหลังแชมป์สเตจเราได้เห็นเกมเปิดศึกชิงเสื้อเหลืองจากจูเลียน อลาฟิลลิป (Deceninck-Quickstep) ที่หนีออกมากับทิบอต์ พินอท์ (Groupama-FDJ) บนทางขึ้นเนินสุดท้ายที่ 15 กิโลเมตรก่อนถึงเส้นชัย อลาฟิลลิปมีเป้าหมายชิงเสื้อเหลืองคืนจากกิวลิโอ ชิคโคเน (Trek-Segrafredo) ที่มีเวลานำอลาฟิลลิป 6 วินาที ส่วนพินอท์ต้องการทำเวลาตีตื้นคู่แข่ง GC คนอื่นๆ และทั้งคู่ก็ทำได้สำเร็จ เข้าเส้นชัยหลังเดอเกนท์แค่ 6 วินาที พินอต์คว้าที่สองและอลาฟิลลิปอันดับสาม แต่สำคัญคือ ทั้งคู่เข้าก่อนเปโลตองถึง 20 วินาที ทำให้อลาฟิลลิปกลับมาเป็นผู้นำเวลารวมอีกครั้ง

ในจังหวะที่อลาฟิลลิปหนีกลุ่มไป ตัวเต็ง INEOS ก็เจอปัญหาหนักเมื่อไมเคิล วูดส์ (EF Education First) รถลื่นล้มตรงโค้งลงเขา ทำให้เกอเรนท์ โทมัสกัปตันทีม INEOS ล้มคว่ำไปด้วยจนหลุดกลุ่ม แต่สุดท้ายทีมก็พาโทมัสกลับมาเข้าทันก่อนถึงเส้นชัย ไม่เสียเวลาให้คู่แข่งคนอื่นๆ ยกเว้นพินอต์ที่เบรกอเวย์ออกไปก่อน

ผลการแข่งขัน

เบรกอเวย์ยังไงให้ชนะสเตจในแกรนด์ทัวร์? 

โทมัส เดอ เกนท์ขึ้นชื่อว่าเป็นนักปั่นที่เล่นเกมเบรกอเวย์ได้ฉลาดที่สุดในเปโลตอง ด้วยผลงานแชมป์สเตจในแกรนด์ทัวร์ 4 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสเตจที่ยากและคลาสสิค อย่างแชมป์บนยอดเขา Mont Ventoux ในปี 2016, และบนยอดเขา Zoncolan ใน Giro d’talia ในปี 2012 หลายคนสงสัยว่าเขาคาดเดาเกมเบรกอเวย์ยังไง และมีเทคนิคแบบไหนในการลวงเปโลตองที่ไล่กวดและเพื่อนร่วมเบรกอเวย์ที่พร้อมจะหักหลังตลอดเวลา ?

อันดับแรก เกอ เกนท์บอกว่าต้องเลือกสเตจที่เหมาะกับจุดแข็งของคุณ เขาอธิบายว่าสเตจแรกๆ ที่เนินไม่ชันมาก แต่ไม่ใช่ทางราบเสียทีเดียวมันล่อใจทีมสปรินเตอร์ ทำให้หนีลำบาก

“ผมว่าช่วงสเตจแรกๆ ที่ทางมันไม่ได้มีเนินเยอะ นักปั่นอย่างซากาน, แมธธิวส์, โคลเบรลลี ที่ไม่หลุดกลุ่มบนเนินเนี่ย เขามีโอกาสลุ้นแชมป์สเตจไง ทีมเขาก็ไล่กวดเบรกตลอดทั้งวัน มันหนียากครับ แต่ผมดีใจนะที่เขาปล่อยผมรอดวันนี้!”

จริงๆ แล้วทีม Sunweb ของแมธธิวส์ และ Bora-Hansgrohe ของซากานก็ทำงานหนักเพื่อจับกลุ่มหนีในสเตจ 8 แต่ไม่สำเร็จ

เขาอธิบายต่อว่า ตัวเขาเองถนัดการขึ้นเขาที่ใช้เวลาลูกละไม่เกิน 20-30 นาที สเตจแบบนี้คุมเกมยาก เพราะ:

“อย่างสเตจวันนี้ที่มีเขาหกลูก แต่ละลูกไม่ได้ยาวมาก ใช้เวลาปีน 20-30 นาที สเตจแบบนี้มันจับกลุ่มหนียากมากๆ นะครับ เพราะอะไร เพราะว่า ไม่มีทีมไหนทีมเดียวที่สามารถส่งคนขึ้นมาลากกลุ่มได้ตลอดเขาทุกลูก มันทำให้ทีมในเปโลตองไม่สามัคคีกันไง ต้องเกี่ยงกันลากอยู่แล้ว”

แน่นอนว่าจะหนีทีมระดับโลกได้ ตัวนักปั่นเองก็ต้องแข็งแกร่งมากเช่นกัน เดอ เกนท์บอกเป็นตัวเลขให้เราเห็นชัดๆ:

“อย่างวันนี้ผมบอกเพื่อนในกลุ่มว่า เราต้องปั่นกัน 420 วัตต์ตอนขึ้นเขานะ แต่นั่นหมายความว่าถ้าเปโลตองอยากจะจับเรา เขาต้องขี่เร็วกว่าเราใช่ไหม ก็ต้องออกแรงมาสัก 450 วัตต์ มันเป็นไปไม่ได้ครับที่คุณจะแช่ 450 วัตต์ตลอดบนเขาหกลูกด้วยทีมๆ เดียว มันเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมผมเลือกสเตจแบบนี้ มันยากพอสมควร แต่ไม่ได้ยากที่สุด”

เดอ เกนท์กล่าวว่าการเลือกเพื่อนร่วมกลุ่มหนีก็สำคัญเช่นกัน เขาชม อเลซานโดร เดอมาชี (CCC Team) นักปั่นคนสุดท้ายในกลุ่มหนีที่มาด้วยกันกับเชา

“ผมชอบ เดอมาชี นะ เขาเป็นนักปั่นที่เหมาะกับการเบรกอเวย์มาก เขาไม่คิดคำนวณอะไรเลย เขาใช้ใจขี่ คือหนีออกมาก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน เหมือนผมนี่แหละ คนแบบนี้คือคนที่เหมาะกับการเบรกอเวย์ที่สุด ถ้าในกลุ่มคุณมีแบบนี้สิบคน เปโลตองแรงแค่ไหนก็จับไม่ได้อะ”

“น่าเสียดายว่าเขามากับไม่ถึงเส้นชัย มันคงสนุกกว่าถ้าเราได้สปรินต์ด้วยกัน ถ้าผมมีคนอย่างเดอ มาชีเบรกอเวย์ด้วยกันบ่อยๆ โอกาสที่กลุ่มหนีของเราจะรอดคงเยอะกว่านี้!”

 

อลาฟิลลิปขอเสื้อเหลืองคืน

อีกหนึ่งไฮไลท์ของสเตจ 8 ก็คือจูเลียน อลาฟิลลิป (Deceuninck-Quickstep) ที่ออกโจมตีกลุ่มเพื่อชิงเสื้อเหลืองคืนอย่างที่เราวิเคราะห์กันไว้ แล้วก็ทำได้สำเร็จ เขาโจมตีออกมากับทิบอต์ พินอต์ และทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ

สุดท้ายอลาฟิลลิปได้เสื้อเหลืองคืนมาก่อนวันชาติฝรั่งเศสหนึ่งวัน พรุ่งนี้เขาก็จะกลายเป็นชาวฝรั่งเศสคนแรกในรอบหลายปีที่ได้ใส่เสื้อผู้นำเวลารวมสนาม Tour de France ในวันชาติประเทศตัวเอง

“ผมรู้ว่าผมต้องเอาคืนแค่หกวินาที มันก็แค่ต้องลองยิงหนีครับ ผมไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว”

“พินอต์รู้ว่าผมจะหนี เขาเลยรีบประกบผมตั้งแต่ก่อนจะกระชากกลุ่ม แต่มันดีมากที่เขามาด้วยเพราะเขาเองก็ต้องการทำเวลานำคู่แข่ง GC คนอื่นๆ เหมือนกัน เอาจริงๆ ผมคงไม่สามารถทำผลงานให้ดีกว่านี้อีกแล้วครับ มันยอดเยี่ยมจริงๆ เราเข้าขากันดีมาก”​

สุดท้ายพินอต์ชิงเวลาจากคู่แข่งอย่างโทมัสและเบอร์นาลได้ 20 วินาที ส่วนอลาฟิลลิปขึ้นนำเวลารวมเหนือชิคโคเน่ (Trek-Segafredo) ที่ +23 วินาที และเขาน่าจะถือเสื้อเหลืองได้ยาวจนถึงสเตจ 13

 

 

โทมัสเกือบจะแพ้ตูร์ตั้งแต่สเตจ 8

ไม่ใช่วันที่ดีที่สุดสำหรับทีม INEOS ที่หัวหน้าทีมและแชมป์เก่า เกอเรนท์ โทมัส รถคว่ำช่วง 15 กิโลเมตรสุดท้าย จากที่ไมเคิล วูดส์ (EF Education First) ลื่นล้มจนพาคนอื่นๆ ที่ตามเขามาล้มไปด้วย

โทมัสล้มไปทับจักรยานของจิอันนี มอสคอน เพื่อนร่วมทีมจนจักรยานหักครึ่ง แต่โชคดีที่ไม่มีอาการบาดเจ็บ ขึ้นปั่นต่อ และไล่กลับเข้ากลุ่มเปโลตองได้ทันก่อนถึงเส้นชัย ไม่เสียเวลาให้คู่แข่งเลย

 

นิบาลีเสีย 4 นาที

วินเชนโซ นิบาลี กัปตันทีม Bahrain-Merida ออกตัวไว้ว่าเขาไม่มั่นใจว่าจะแข่ง Tour de France ปีนี้ได้ดีแค่ไหน จากที่ลงแข่ง Giro d’Italia มาก่อนแล้วช่วงต้นปี

แล้ววันนี้เราก็พอจะเห็นคำตอบของนิบาลี เมื่อเขาหลุดกลุ่มและตามเข้าเส้นชัยหลังคู่แข่ง 4 นาที

ก่อนหน้านี้นิบาลีรักษาเวลารวมไว้ได้พอสมควร ถึงเขาจะเสียเวลาให้คู่แข่งในสเตจ 6 ประมาณหนึ่งนาที แต่ก็ยังอยู่ในระยะที่พอจะทวงเวลาคืนได้ แต่จากวันนี้ที่ถึงจะเป็นทางชันแต่ก็ไม่ใช่ภูเขาสูงชัน เขาเข้าเส้นชัยช้ากว่าแชมป์สเตจ 4:25 นาที (และ 4:05 นาทีหลังจากกลุ่ม GC) ทำให้อันดับเวลารวมตอนนี้ของเขาอยู่ที่ +6:18 นาที ช้ากว่าแชมป์เก่า เกอเรนท์ โทมัสถึง 5 นาที

ซึ่งก็น่าจะยากแล้วที่จะกลับท้าชิงโพเดียมรายการ แต่การออกล่าแชมป์สเตจและเสื้อเจ้าภูเขาก็ยังเป็นอะไรที่ลุ้นได้สำหรับอดีตแชมป์ปี 2014 คนนี้

* * *