เปิดตัว: FELT AR 2020

เสือหมอบแอโรรุ่นล่าสุดจาก FELT กับแนวคิดแอโรไดนามิกส์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

เมื่อวานนี้ FELT เปิดตัวเสือหมอบแอโรรุ่นใหม่สำหรับปี 2020 เป็นการอัปเดตเสือหมอบในซีรีย์ AR หลังจากเว้นช่วงห่างไปนานถึง 6 ปีเต็ม

โดยรวมแล้ว FELT AR 2020 ยังคงดีไซน์คล้ายๆ กับรุ่นก่อนแต่ปรับดีเทล์หลายจุดเพื่อให้เฟรมมีความลู่ลมมากขึ้น ซ่อนสายเคเบิ้ลทั้งหมด รองรับยางกว้างขึ้นถึง 30 มิลลิเมตร และเคลมว่าหลักอานใหม่ลดแรงสะท้านได้มากกว่าเดิมถึง 112% รายละเอียดจะเป็นยังไงบ้างลองมาดูกัน

1. แนวคิดแอโรไดนามิกใหม่

จากที่ FELT AR รุ่นก่อนออกมาตั้งแต่หกปีที่แล้ว ระหว่างนี้มีความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีหลายอย่างในวงการจักรยานถนน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ล้อและยางที่มีความกว้างมากขึ้น มาตรฐานดิสก์เบรกใหม่ และเทรนด์การออกแบบชุดค็อกพิทชิ้นเดียวที่ซ่อนสายเคเบิ้ลทั้งหมด ดีไซน์ของ FELT AR รุ่นใหม่จึงตั้งใจออกแบบให้เฟรมรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยที่ยังคงความลู่ลมแบบเดิมอยู่

อย่างไรก็ดี FELT เคลมว่า แนวคิดด้านแอโรไดนามิกในวงการที่ผ่านมาอาจจะมีความคลาดเคลื่อน เพราะทฤษฏีที่ใช้กันนั้นเก่าแล้ว ทฤษฏีเก่าเคลมว่าเวลาเราปั่นจักรยาน เราเจอลมกระทบกับเราหลายองศา (yaw angle) โดยองศาของลมปะทะส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1-10 องศาหรือมากกว่า

แต่ผลการศึกษาของ FELT พบว่าในชีวิตจริง นักปั่นเจอมุมลมปะทะที่แคบกว่านั้นมาก ส่วนใหญ่น้อยกว่า 10 องศา และเวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ 0 องศาเท่านั้น (ลมปะทะตรงๆ ไม่ได้มาจากด้านข้าง) FELT เลยออกแบบเฟรมใหม่ให้ลู่ลมมากขึ้นที่มุมปะทะ 0 องศา โดยการปรับรูปทรงท่อ

(…ซึ่งจริงๆ มันก็แค่ท่อทรง truncated airfoil ที่แทบทุกแบรนด์ใช้กันมานานแล้ว 😅? แต่สงสัยเพราะ FELT อัปเดตจักรยานช้ากว่าแบรนด์อื่นด้วยล่ะนะ)

อย่างไรก็ดี FELT ให้ข้อมูลมาด้วย ทดสอบเทียบเฟรม AR เก่ากับใหม่ในอุโมงค์ลม เช็คว่าตัวไหนเร็วกว่ากันตามองศาลมปะทะต่างๆ ผลก็คือ เฟรมใหม่:

  • เร็วกว่า 9.4%  ที่มุม 0 องศา
  • เร็วกว่า 7.%  ที่มุม -2.5 ถึง 2.5 องศา
  • เร็วกว่า 3.2%  ที่มุม -7.5 ถึง 7.5 องศา
  • เร็วกว่า 0.7%  ที่มุม -10 ถึง 10 องศา
  • โดยรวมแล้วเร็วกกว่า FELT AR รุ่นเดิมเฉลี่ย 1.4%*

*FELT อธิบายเพิ่มเติมว่า จากการทดสอบของบนถนนจริงพบว่านักปั่นใช้เวลาเกิน 90% ที่ปั่นในมุม yaw -10 ถึง 10 องศา และอีก 10% ที่เหลือปั่นในมุม yaw สูงกว่านั้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมออกแบบรถให้ลู่ลมมากกว่าในองศา yaw แคบๆ

รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมก็เช่นออกแบบจุดยึดแกนปลด thru axle ให้เป็นระนาบเดียวกับตัวเฟรม ไม่ยื่นออกมาเพื่อความลู่ลม

2. สติฟฟ์กว่าเดิม สะท้านน้อยกว่าเดิม

FELT ยังคงใช้คาร์บอนไฟเบอร์จาก TeXtreme (บางส่วน) ในเฟรม FELT AR 2020 และเคลมว่า:

  • ตะเกียบสติฟฟ์ขึ้นในแนวข้าง (lateral stiffness) 21% และทนการบิดที่เกิดจากการหมุน/ต้านการหมุน (torsional stiffness) 21%
  • ท่อคอสติฟฟ์ขึ้นในแนวข้าง 11%
  • กะโหลกสติฟฟ์ขึ้น 14%

นอกจากการส่งถ่ายแรงที่ดีขึ้นแล้ว FELT ยังเคลมว่าเฟรมซับแรงสะเทือนดีขึ้นมากด้วย จากการออกแบบหลักอานใหม่ ที่มีช่องว่างตรงกลางของหลักอาน ทำงานเหมือน leaf spring และแทรกลูกยาง (rubber insert) เข้าไปในโมลด์หลักอานเพื่อช่วยลดความสะท้านได้อีกต่อ โดยรวม  FELT เคลมว่าลดความสะท้านได้กว่า 112% เทียบกับเฟรม AR รุ่นก่อน

ส่วนตัวหลักอานเองใช้งานได้สองด้านจะทำเป็นหลักอานตรง zero offset หรือ 20mm offset ก็ได้

 

3. Semi-integrated cockpit

ดีไซน์ช่วงแฮนด์และสเต็ม FELT เป็นแบบแยกสเต็มและแฮนด์ นั่นคือผู้ใช้สามารถใช้แฮนด์จากยี่ห้อไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ของ FELT ส่วนสเต็มมีให้เลือกในขนาด 90-140 มิลลิเมตร

ส่วนวิธีการเดินซ่อยสายเคเบิ้ล FELT ออกแบบให้เดินสายจากแฮนด์ลอดใต้ด้านล่างแล้วทะลุไปด้านบนของสเต็ม ก่อนจะเสียบลงเข้าไปในซาง และท่อคอ

แน่นอนว่าถ้าใช้สเต็มของยี่ห้ออื่นก็จะเดินสายเนียนๆ แบบนี้ไม่ได้

 

4. Small Detail

ตัวเฟรมมีจุดกันโซ่ตกบิลด์อินมาด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้โซ่ตกจากใบจานเล็กเข้าไปติดกับกะโหลก

เฟรม AR ใหม่มีให้เลือก 6 ไซส์ จาก 48cm-61cm

FELT ออกแบบตะเกียบแยกกัน 3 ไซส์เพื่อให้การบังคับควบคุมรถใกล้เคียงกันตั้งแต่ไซส์เล็กสุดไปจนถึงใหญ่สุด

 

5. Spec และราคา

FELT AR รุ่นใหม่มี completed bike ให้เลือกสองสเป็ค หรือจะซื้อแยกเป็นเฟรมเซ็ตอย่างเดียวก็ได้

FELT AR Advaned Ultegra Di2 ราคา 6,499 USD น้ำหนัก 8.26 กิโลกรัม มากับชุดขับ Shimano Ultegra Di2 และล้อ Reynolds AR58

FELT AR Advanced Ultegra ราคา 4,999 USD น้ำหนัก 8.3 กิโลกรัม มากับชุดขับ Shimano Ultegra และล้อ Reynolds AR58

FELT AR Advanced Frame Kit ราา 3,499 USD น้ำหนัก 2.36 กิโลกรัม ได้สเต็ม หลักอาน และตะเกียบ

FELT กล่าวว่าจะเปิดตัว FELT AR FRD รุ่นท็อป ซึ่งน่าจะมีน้ำหนักเบากว่าและสติฟฟ์กว่าเล็กน้อยในไตรมาศถัดไป

FeltBicycles.com