เช็คทีม 2020: Astana กับความฝันแชมป์แกรนด์ทัวร์ที่อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด

กัปตันทีมยังครบ แต่เสียโดเมสติกเก่งๆ หลายคน?

มาต่อกันกับตอนที่ 2 กับวิเคราะห์แนวโน้มทีมอาชีพในฤดูกาล 2020 ครับ

Astana เป็นทีมที่ผมว่าหลายคนไม่ได้ให้ความสนใจอย่างที่ทีมควรจะได้รับนัก ทีมนี้เป็นทีมเก่าแก่และเปลี่ยนแปลงตัวเองมาหลายครั้ง มีช่วงที่ผลงานตกและไร้ทิศทางไปบ้าง แต่ก็สามารถสร้างอัตลักษณ์ให้กลับมาชัดเจนขึ้น พร้อมๆ กับปั้นนักปั่นรุ่นใหม่ให้มีผลงานระดับแนวหน้าได้ไวกว่าหลายๆ ทีม

สำหรับปี 2020 เสาหลักของทีมจะยังคงเป็นยาค็อบ ฟูลก์แซง นักปั่นชาวเดนิชวัย 34 ปี ซึ่งเป็นอีกคนที่ยิ่งแก่ยิ่งผลงานดี ซึ่งทีมก็ยินดีที่จะต่อสัญญาให้อีกสองปีเต็ม ถึงฟูลก์แซงจะอยากเป็นตัวเต็งแกรนด์ทัวร์ แต่เขาก็เริ่มเข้าใจว่าไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัดและผันตัวมาเฉพาะทางด้านการแข่ง one day race และ one week stage race แบบเต็มตัว และก็ทำผลงานได้ดีมากๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะ overall Criterium du Dauphine, Liege-Bastogne-Liege และแชมป์สเตจใน Vuelta a Espana

ยาค็อบ ฟูลก์แซง

จริงๆ แล้วฟูลก์แซงเกือบจะเทใจไปให้ Movistar แต่ Astana เสนอดีลที่ดีกว่าให้เขาได้ และเขาเองก็รู้ว่าตัวเองทำผลงานได้ดีเมื่ออยู่กับทีมที่เข้าใจศักยภาพของเขาและได้ทำงานด้วยกันมาหลายซีซันแล้ว

ฤดูกาลหน้า ทีมโละโดเมสติกเก่งๆ หลายคน ออกไป แต่ข้อดีคือยังถือสัญญาเอซของทีมไว้ครบทุกคน เช็ครายชื่อคนเข้า คนออก กันก่อน

นักปั่นใหม่: Aleksandr Vlasov (Gazprom-RusVelo), Alexander Aranburu (Caja Rural-Seguros RGA), Fabio Felline (Trek-Segafredo), Oscar Rodriguez (Euskadi-Murias)

นักปั่นที่ออกจากทีม: Dario Cataldo (Movistar), Davide Villella (Movistar), Davide Ballerini (Deceuninck-QuickStep), Andrey Zeits (Mitchelton-Scott), Magnus Cort Nielsen (EF Education First), Jan Hirt (CCC Team), Pello Bilbao (Bahrain-Merida)

ต่อสัญญา: Jakob Fuglsang (2021), Merhawi Kudus (2021), Hugo Houle (2022), Nikita Stalnov (2020), Dmitry Gruzdev (2020), Yevgeniy Gidich (2020), Hernando Bohorquez (2020), Daniil Fominykh (2020)

ที่ทำตัวหนาไว้คือพวกโดเมสติกคนสำคัญของทีม ยกเว้น แม็กนัส นีลเซ็นที่เป็นสปรินเตอร์ตัวแรง

ในฝั่งกัปตันทีม นอกจากฟูลก์แซงแล้ว ทีมยังมี มิกูเอล โลเปซ​ นักปั่นโคลอมเบียตัวเต็ง GC ของทีม, มีอเล็กซีย์ ลุตเซงโก้ all rounder ตัวจริงที่สปรินต์ได้ เบรกอเวย์ได้ ถนัดรายการคลาสสิคและสเตจเรซ​ ทั้งคู่อายุยังน้อย โลเปซ 25 ปี และลุตเซงโก้เพิ่ง 27 ซึ่งเขาสู่ช่วงพีคของนักปั่นพอดี นี่ยังไม่นับรวม ซามูเอล แซนเชซ นักปั่น all rounder อีกคนที่เป็นอาวุธสำคัญของทีมทั้งในฐานะหัวหน้าทีมและผู้ช่วยคนสำคัญ​

มิกูเอล โลเปซ​ ใน Vuelta a Espana

สำหรับนักปั่นใหม่ที่เข้ามาที่น่าสนใจก็คือ อเล็กซานเดอร์ วลาซอฟ (Gazprom-RusVelo) ซึ่งเป็นแชมป์ Giro d’Italia ในระดับ U23 ในปี 2018 ปีนี้ก็ได้แชมป์สเตจใน Tour of Austria ที่ลงแข่งชนกับนักปั่นในทีมระดับ World Tour แต่ด้วยอายุที่ยังน้อยก็คงต้องปั้นกันต่อไป ซึ่งทีมก็คงหวังว่าจะไม่ออกมาแบบอิลเนอร์ ซาคาริน (Katusha-Alpecin) ที่ไปได้แค่เฉียดแชมป์แกรนด์ทัวร์ และดูไม่มีวี่แววว่าจะขึ้นเป็นระดับแชมป์ได้ในเร็วๆ นี้

ส่วนฝั่งขาออก สองคนที่น่าเสียดายคือ ดาริโอ้ คาทาลโด้ สายเขาและตัวล่าสเตจที่พึ่งได้เสมอ แต่ก็อายุเริ่มมากแล้ว อีกคนคือแม็กนัส นีลเซ็นที่ย้ายไปอยู่กับ EF Education First น่าเสียดายเพราะนอกจากจะสปรินต์ดีแล้วยังเล่นสนามคลาสสิคได้ไม่เลว คนสุดท้ายออกจากทีมไวไปนิดคือ ดาวิเด้ บาลเลรินี นักปั่นอิตาเลียนวัย 25 ปีที่เริ่มจะโชว์ความสามารถในรายการใหญ่ๆ เช่นกัน

โดยรวมแล้ว ถึง Astana จะเก็บกัปตันทีมไว้ได้ทุกคน แต่ก็เสียผู้ช่วยเก่งๆ ไปหลายคน โดยเฉพาะผู้ช่วยสายเขา ซึ่งอย่างที่เรารู้กันกีฬานี้ชนะด้วยตัวคนเดียวไม่ได้

ถึงกระนั้น Astana ก็ไม่ใช่ทีมที่จะทรุดเพราะปัจจัยแบบนี้ครับ ถึงจะไม่ใช่ทีมในดวงใจหลายๆ คนแต่ปีนี้ทีมมีผลงานชัยชนะรวม 37 ครั้ง มากเป็นอันดับสี่ของทีมในโปรทัวร์ เป็นรองแค่ Quickstep, Jumbo-Visma, และ Bora-Hansgrohe โดยที่ทีมแทบไม่ได้มีชัยชนะจากการสปรินต์เลย (!) ชัยชนะส่วนใหญ่มาจากการแข่งแบบ one day race หรือ stage race จากผลงานการเบรกอเวย์หนีจากกลุ่มจนชนะ

คือถ้าเราดูทีมอย่าง Bora ที่มีเอซสปรินเตอร์สามคน ทั้งสามคนเหมาชัยชนะส่วนใหญ่ให้ทีม แต่สำหรับ Astana การชนะสเตจหรือรายการด้วยการเบรกอเวย์นั้นบ่งบอกว่านักปั่นแต่ละคนมีศักยภาพสูงมากครับ

ปีหน้า ฟูลก์แซงน่าจะโฟกัสที่รายการคลาสสิคเหมือนเดิม และช่วยเหลือทีมในสเตจเรซและแกรนด์ทัวร์ ความคาดหวังหลักๆ ของทีมจะตกไปอยู่ที่มิกูเอล โลเปซ​ ซึ่งคงต้องมีผลงานที่ดีในแกรนด์ทัวร์ ทีมคงหวังอันดับโพเดี้ยมเป็นอย่างน้อย แต่เจ้าตัวเองก็คงอยากจะได้แชมป์รายการครับ

Tour de France เป็นโอกาสที่ดีของโลเปซเพราะปีหน้าสเตจภูเขาเยอะและ Time Trial น้อย และจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ลง Tour โลเปซเองก็คงอยากทำผลงานรวมให้ดีกว่าเดิม เพราะปีนี้อันดับแกรนด์ทัวร์ของเขาไม่ค่อยดีเท่าไร ที่ 7 ใน Giro และที่ 5 ใน Vuelta ในขณะที่ปี 2018 ของเขาได้ที่ 3 ทั้งสองรายการ

คำถามสำคัญสำหรับ Astana คือจะต่อกรกับทีมที่ลูกทีมแข็งๆ อย่าง Ineos และ Jumbo-Visma ยังไง ในเมื่องบทำทีมไม่เยอะเท่าและมีโดเมสติกที่ไม่แข็งแรงเท่า? ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ