เปิดตัว Aurum Magma เสือหมอบจากอัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์

เฟรมแนว all around พุ่งๆ ที่มีลูกเล่นความแอโร พร้อมแต่งไล่เบาได้เต็มที่

เรารู้กันมาเกือบปีแล้วว่าอัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์และอิวาน บาสโซ่ สองแชมป์แกรนด์ทัวร์แห่งยุค 2000-2010 กำลังร่วมมือกันสร้างแบรนด์จักรยานใหม่ ซึ่งทั้งคู่ก็ “แอบ” ใช้จักรยานที่ว่าโชว์ใน social media มานานแล้ว และในที่สุดวันนี้ทั้งคู่ก็เปิดตัวเป็นทางการครับ

แบรนด์จักรยานนี้ชื่อว่า Aurum เป็นภาษาลาติน แปลว่า “ทอง” ซึ่งสะท้อนความเป็นแบรนด์จักรยานไฮเอนด์ตามที่ทั้งคู่ตั้งใจไว้

View this post on Instagram

🔥Full gas🔥 @abikesofficial

A post shared by Alberto Contador (@acontadoroficial) on

ดูเผินๆ การที่อดีตโปรมาสร้างแบรนด์จักรยานของตัวเองไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วใช้ชื่อเสียงของตัวเองสร้างแบรนด์ แล้วไปจ้างโรงงานในเอเชียเพื่อผลิตเฟรมจักรยานอีกที เจ้าของแบรนด์คนไหนจริงจังหน่อยก็เข้าไปร่วมพัฒนาและทดสอบจักรยานด้วย แต่ก็มีอีกหลายคนที่ outsource ทุกอย่างให้โรงงานทั้งหมด บางครั้งโปรดักต์ที่ออกมาไม่ใช่ original design ด้วยซ้ำ แต่เป็นการเลือกโมเดลที่ทางโรงงานมีอยู่แล้วเอามาตีแบรนด์

สำหรับคอนทาดอร์และบาสโซมีแนวคิดที่ต่างออกไป ทั้งคู่ใช้เงินทุนส่วนตัวลงกับบริษัท Aurum ทำงานร่วมกับวิศวกรในไต้หวันที่มีความเชี่ยวชาญด้านคาร์บอนไฟเบอร์และนำมาปั่นทดสอบกันเอง รวมถึงให้นักกีฬาทีมจักรยาน Kometa-Xstra ร่วมทดสอบตลอดปีที่ผ่านมา ตัวเฟรม Aurum ที่ออกมาก็เป็น original design ของทาง Aurum เอง

 

Aurum Magma

เฟรมตัวแรกของ Aurum ที่เปิดตัวกันวันนี้ชื่อว่า Magma เป็นเสือหมอบสไตล์ all-round ที่น้ำหนักเบาแต่มีลูกเล่นความแอโรแฝงอยู่ด้วย เน้นการตอบสนองแรงดีเยี่ยมเป็นคาแรคเตอร์หลัก ในขณะที่รูปทรงเป็นเสือหมอบคลาสสิค

แนวคิดดีไซน์ที่เน้นเฟรมน้ำหนักเบาแต่มีรูปทรงแอโรเล็กน้อยเป็นที่นิยมกับแบรนด์ใหญ่ๆ ใน 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าจะเป็น Specialized S-Works Tarmac Sl6 และ SL7, Trek Emonda SLR, Scott Addict RC,และ Cannondale SuperSix Evo ก็ออกแบบรถใต้คอนเซปต์เดียวกันทั้งหมด

เฟรม Aurum รองรับเฉพาะดิสก์เบรก แต่มีจุดเด่นที่ต่างจากคู่แข่งตรงที่ยังใช้ คอแฮนด์ แฮนด์ และหลักอานในขนาดมาตรฐาน ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนของค่ายอื่นมาใช้ได้ ถ้าไม่ต้องการใช้ของ Aurum เอง ในขณะที่หลายๆ แบรนด์เน้นสร้างเฟรมที่เป็น integrated ทั้งหมด ใช้ชิ้นส่วนข้ามค่ายไม่ได้

หลักอานของ Aurum Magma ก็ใช้หลักอานกลมขนาด 27.2mm ธรรมดา ช่วงคอแฮนด์ใช้สเต็มอะไรก็ได้ แต่ก็ยังเดินสายซ่อนในรถได้ทั้งหมด จุดนี้น่าจะทำให้คนที่อยากแต่งรถเบาชอบเป็นพิเศษ

จุดเด่น

  • เฟรมน้ำหนัก 805g ในไซซ์ 54cm
  • รูปทรงเฟรมแอโรไดนามิก (NACA truncated airfoils) บริเวณ ท่อคอ ท่อล่าง ตะเกียบ และท่อนอน
  • รองรับดิสก์เบรกเท่านั้น
  • ใช้งานได้กับทั้งเกียร์ Mechanical และ Electronic
  • ใช้ร่วมกับหลักอาน คอแฮนด์ และแฮนด์ของยี่ห้อไหนก็ได้
  • ซ่อนสายเกียร์และเบรกทั้งคัน
  • รองรับยางกว้างสุด 30mm
  • กะโหลก BB386EVO

อย่างไรก็ดี Aurum กล่าวว่าเฟรม Magma ไม่ใช่จักรยานแอโรไดนามิกเต็มตัว โดยจะเน้นลดแรงต้านลมบริเวณส่วนหน้าของตัวรถ แต่ช่วงหลังจะเน้นความสติฟฟ์และการลดปริมาณวัสดุเพื่อให้ได้น้ำหนักเบา (ถ้าใช้ท่อทรงแอโรก็จะมีน้ำหนักมากขึ้น)

Aurum ไม่ได้ระบุว่าเฟรมแอโรขนาดไหน แต่เคลมว่าสูสีกับเฟรม all-round รุ่นอื่นๆ ในระดับราคาเดียวกัน

อีกหนึ่งจุดเด่นคือการใช้ตะเกียบหลังแบบคลาสสิค นั่นคือไม่ใช่ดรอปซีทสเตย์เหมือนเฟรม all-round รุ่นอื่นๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมตอนนี้

นักออกแบบของ Aurum กล่าวว่าการทำหางหลังแบบเชื่อมกับท่อนั่งให้ความสติฟฟ์ดีและให้โครงสร้างเฟรมที่แข็งแรง ช่วยลดน้ำหนักได้ ในขณะที่เฟรมแบบที่ตะเกียบหลังเชื่อมกับท่อนั่งต่ำลงกว่าจุดยึดหลักอานนั้นมีความแข็งแรงโดยรวมน้อยกว่า เลยต้องใช้วัสดุมากขึ้นในการเชื่อมท่อเข้าด้วยกัน และแน่นอนว่าก็ยังมีนักปั่นอีกหลายคนที่ชื่นชอบหน้าตาเสือหมอบแบบคลาสสิคอยู่

นอกจากนี้ช่วงด้านหน้าของท่อคอก็ออกแบบให้รับการเดินสายเกียร์และเบรกผ่านตัวท่อคอ โดยจะร้อยสายจากแฮนด์ออกมาซ่อนด้านล่างคอแฮนด์ แล้วร้อยเข้าไปในท่อคอ เป็นดีไซน์ที่คล้ายๆ กับ Cannondale SuperSix EVO ซึ่งข้อดีคือไม่ต้องร้อยสายผ่านคอแฮนด์ ทำให้การเปลี่ยนคอแฮนด์ หรือเปลี่ยนขนาดแหวนรอคอง่ายไม่ต้องเดินสายใหม่ให้วุ่นวาย

 

Geometry

ด้านองศารถออกแบบมาให้พอดีๆ ไม่ racing จนเกินไปจนคนธรรมดาปั่นไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้คอสูง รีชสั้นเหมือนรถ endurance

เฟรมมีให้เลือกทั้งหมด 6 ไซซ์ โดยตัวเฟรมจะมากับ headset cap สองขนาด 8mm และ 20mm ทำให้คนที่ต้องเซ็ตแหวนรองสูงหน่อยยังได้ลุคที่ไม่ดูเหมือนรถ “รองแหวนเยอะ”

Print

เฟรมมากับตะเกียบสองขนาดตามไซซ์รถ เพื่อให้ได้ระยะ trail ที่ 59-60mm เชนสเตย์หลังยาว 407mm ซึ่งก็น่าจะได้รถที่กระชาก โยกสนุกครับ สั้นกว่ารถแข่งดิสก์ส่วนใหญ่ที่ให้ระยะเชนสเตย์ 410mm อยู่เล็กน้อย

 

ราคา

เฟรมวางจำหน่ายแล้วผ่านเว็บไซต์ Aurum มีให้เลือกสองสี ฟ้าและดำ มีแบบเฟรมเซ็ต หรือ completed bike ซึ่งมีให้เลือก 3 สเป็ค

เฟรมเซ็ตเริ่มต้นที่ 4099 euro หรือประมาณ 152,000 บาท ค่าส่งอยู่ที่ประมาณ 350 ยูโรหรือราวๆ 13,000 บาท