เสือหมอบหนัก 3.9 กิโลกรัมจาก Berk ที่ใช้งานได้จริง

แบรนด์ชิ้นส่วนคาร์บอนชื่อดังจากสโลวีเนีย กับการทำเสือหมอบที่เบาที่สุดที่ปั่นได้ทุกวัน

ถึงเทรนด์จักรยานเสือหมอบในปีที่ผ่านมานี้จะมุ่งเน้นไปที่การทำให้จักรยานลู่ลมขึ้น และรองรับระบบดิสก์เบรก ซึ่งโดยรวมทำให้รถหนักขึ้น แต่ก็ยังมีหลายๆ คนที่ชื่นชอบการทำให้รถให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่

หนึ่งในนั้นคือแบรนด์ Berk Composites ผู้ผลิตชิ้นส่วนจักรยานน้ำหนักเบาจากสโลวีเนีย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเบาะจักรยานคาร์บอนที่น้ำหนักเบามากที่สุดแบรนด์นึงในตลาด

ล่าสุด Berk ทดลองทำเสือหมอบที่เบาที่สุดที่จะทำได้ โดยที่มีเป้าหมายให้เป็นรถที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันด้วย จนออกมาเป็นเสือหมอบที่หนักเพียง 3.9 กิโลกรัม

Berk ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Bikeradar ว่า จริงๆ จะทำให้เบากว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป้าหมายของพวกเขาคือทำรถที่ใช้ได้จริงด้วย ไม่แตกหักง่ายๆ เบรกไม่อยู่ หรือเปลี่ยนเกียร์ได้ลำบาก

 

เฟรมที่หนัก 631 กรัม

เริ่มจากเฟรมซึ่งเป็นหัวใจหลักของจักรยานคันนี้ เฟรมตัวนี้จริงๆ ผลิตและลองใช้งานมาแล้วเป็นเวลาสามปี เป็นจักรยานรุ่นทดลองที่ให้พนักงานบริษัทชื่อ Ales Arnez เป็นคนทดสอบ

จุดเด่นที่ช่วยลดน้ำหนักได้มากคือตัวหลักอานแบบเสากระโดงที่เชื่อมกับเบาะเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด! เฟรมน้ำหนัก 631 กรัม ใช้คาร์บอนไฟเบอร์แบบไฮโมดูลัสของ Toray ผสมระหว่าง Toray MJ และ Toray T1000 รวมถึงใช้ Innegra วัสดุคอมโพสิทใหม่ที่เป็นเส้นใยและนิยมนำมาเสริมในชั้นคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อเพิ่มความแข็งแรง

แบรนด์อย่าง PRO ก็ใช้ Innegra ผสมในแฮนด์คาร์บอนไฟเบอร์เพื่อให้ทนทานต่อการกระแทกและแตกหัก

Berk กล่าวว่าจริงๆ จะทำเฟรมให้เบากว่า 500 กรัมก็ได้ แต่ก็จะแตกหักง่ายเกินไป ไม่เหมาะแก่การใช้ในชีวิตประจำวัน

ตะเกียบใช้ของ THM รุ่น Scapula ซึ่งเป็นตะเกียบคาร์บอนที่เบาที่สุดในตลาด ที่ 275 กรัม แต่ Berk ใช้กระดาษทรายขัดพื้นผิวด้านนอกและสีเคลือบออกเพื่อลดน้ำหนักลงไปอีก จนเหลือแค่ 228.8 กรัม เฟรมตัวนี้รองรับน้ำหนักคนปั่นได้สูงสุด 85 กิโลกรัม

ชุดแฮนด์สเต็มแบบชิ้นเดียวผลิตโดย Berk เองและหนักแค่ 203.6 กรัม เทียบชุดแฮนด์สเต็มแบบชิ้นเดียวที่เบามากๆ ในตลาดส่วนใหญ่ก็มักจะหนักเกิน 260 กรัม

 

อะไหล่ก็เบาเป็นพิเศษ

จะทำเสือหมอบทั้งคันให้เบา 3.9 กิโลกรัมได้ ก็ต้องใช้อะไหล่ที่เบามากๆ ด้วย เพราะชุดขับเคลื่อนทั้งชุด ถึงแม้จะเป็นชุดขับไฮเอนด์อย่าง Shimano Dura-Ace Di2 ทั้งชุดก็หนักร่วมสองกิโลกรัมแล้ว

Arnez ผู้ทดสอบรถของ Berk ยังเป็นนักจูนอะไหล่ตัวยงด้วย เขาใช้สว่านและเครื่องเจียรในการตัดแต่งชิ้นส่วนเพื่อลดน้ำหนักแต่ยังคงความแข็งแรงให้ใช้งานได้

Berk ใช้กรุ๊ปเซ็ตที่น้ำหนักเบาที่สุดในตลาดตอนนี้ซึ่งก็คือ SRAM Red 22 (Mechanical) โดยที่เอากระดาษทรายขัดสีและพื้นผิวออกให้ได้บางที่สุดเท่าที่จะใช้ได้ และเจาะตัวก้ามชิฟเตอร์ให้เว้าออก

ตีนผีก็โมเต็มที่ เปลี่ยนลูกรอกเป็นคาร์บอนทั้งสองตัว เปลี่ยนน็อตเป็นไทเทเนียม และเปลี่ยนกรงลูกรอกเป็นคาร์บอนอีกเช่นกัน

ส่วนสับจานหน้าไม่ได้ใช้ของ SRAM Red แต่เป็นแบรนด์ Tiso จากอิตาลีซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเบาและเป็นที่นิยมในกลุ่มนักแต่งรถเบา กรงสับจานทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งชิ้น และชิ้นส่วนอื่นๆ ในสับจานก็ลดขนาดให้เล็กที่สุดเท่าที่จะยังใช้งานได้

สับจานหน้าในรูปจึงหนักแค่ 49 กรัม (เทียบกับ SRAM Red ที่หนัก 79 กรัม)

เฟืองใช้ของ SeqLite ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เลิกกิจการไปแล้ว น้ำหนักอยู่ที่ 111.7 กรัม เทียบกับเฟืองที่เบาที่สุดในตลาดที่มากับกรุ๊ปเซ็ตทั่วไปตอนนี้เป็นของ Rotor รุ่น UNO (11-28) ที่หนัก 135 กรัม

ส่วนชุดจานใช้ขาจาน THM Clavicula ใบจานคาร์บอน (76.9 กรัม) และโซ่จาก PYWC (213.2 กรัม)

สำหรับเบรก ใช้ Ciamillo Gravitas ที่หนักคู่ละ 156.8 กรัม

ล้อใช้ขอบของ Reynolds ขึ้นกับดุม Tune เป็นล้อยางฮาฟที่หนักคู่ละ 898.5 กรัม ถึงจะไม่ใช่ล้อที่เบาที่สุดในตลาด (ล้อที่เบาที่สุดเป็นของ Extralite รุ่น CarboClimb A25T ที่หนักคู่ละ 780 กรัม) แต่ Berk เลือกใช้ล้อที่หนักขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ทนต่อการใช้งานจริงๆ และยังสติฟฟ์พอเพื่อจะปั่นเอา performance ได้ เพราะล้อที่เบามากๆ ส่วนใหญ่จะย้วยง่าย

ยางใช้ของ Tufo Elite Jet ที่หนักคู่ละ 317.5 กรัม

นอกจากช่างน้ำหนักชิ้นส่วนของทุกอย่างแล้ว Berk ยังบอกกับ Bikeradar ว่าได้ชั่งน้ำหนัก “อากาศ” ในยางด้วย! ยางคู่นึงบรรจุอากาศหนัก 14 กรัม… 😂

สายเบรกและเกียร์ใช้ของ Powercordz ที่ใช้เส้นใยสังเคราะห์ Zylon มาทำสายเบรกและเกียร์จักรยานโดยเคลมว่าแข็งแรงกว่าสายเคเบิ้ลโลหะแต่ยังเบากว่าถึง 75%

เฟรมตัวนี้ยังคงเป็น concept model ของ Berk อยู่แต่ Bikeradar รายงานว่าถ้าสนใจก็สั่งซื้อได้ แต่ลูกค้าก็ต้องรู้สัดส่วนจักรยานที่ตัวเองต้องการ ไม่งั้นจะทำตัวเบาะและหลักอานแบบชิ้นเดียวให้ไม่ได้ Berk ไม่ได้ระบุราคาไว้ และแน่นอนว่าถ้าอยากแต่งเบาเหมือนคันนี้ลูกค้าก็ต้องหาทางโมดิฟายอะไหล่ต่างๆ ครับ

 

สเป็คและน้ำหนักรวม

เฟรม รวมหลักอานและเบาะ: Berk Custom: 631.1g
ตะเกียบCustom THM Scapula 228.8g
Expander plug: 3.9g
น็อต topcap: 4.8g
ชุดถ้วยคอ: 39.5g
แหวนรองคอ 3d printed: 2.1g
ชิฟเตอร์ SRAM Red 22 (โม): 255.8g
เฟือง SeqLite: 111.7g
สายเบรกและเกียร์ Powercordz: 54.5g
ขาจาน THM Clavicula: 331.7g
ใบจานคาร์บอน: 76.9g
กะโหลก: 71.4g
ตีนผี SRAM Red 22 (โม): 121.9g
สับจาน Tiso Altore (โม): 49g
ที่แขวนสับจาน: 7.4g
ที่แขวนตีนผี: 15.6g
โซ่ PYC SP1101: 213.2g
บันได Speedplay Ultra Light Action Titanium: 133.8g
เบรก Ciamillo Gravitas: 156.8g
ชุดแฮนด์ Berk Custom : 203.6g
ผ้าพันแฮนด์: 5.2g
ล้อ/ดุม Reynolds+Tune: 898.5g
ยาง Tufo Elite Jet: 317.5g
แกนปลด: 26.6g
อากาศ: 14g
น็อต: 8g
น็อตยึดกระติก: 3g

Total weight: 3,986.3g

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Berk Composites และ Bikeradar