คริส ฟรูม ทฤษฎีสมคบคิด และความว่างของมนุษย์

โลกอินเตอร์เน็ตมีอะไรให้เราประหลาดใจเสมอ
ถ้าใครพลิกอ่านทวิตเตอร์ตามข่าวสารวงการจักรยานอาชีพ
อาจจะเห็นประเด็นหนึ่งที่ต้องผงะ

คริส ฟรูม “โกหกเรื่องอุบัติเหตุจักรยานล้ม”

นั่นละครับ อย่างที่เราทราบกัน สัปดาห์ก่อน อดีตแชมป์ Tour de France 4 สมัย และเอซจากทีม INEOS คริสโตเฟอร์ ฟรูม จักรยานล้มคว่ำระหว่างสำรวจเส้นทางการแข่งขันสนามแข่งในฝรั่งเศส

ทีมบอกว่าเขาใช้จักรยานไทม์ไทม์ไทรอัล กำลังปั่นลงเนินด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ยกมือขึ้นมาข้างนึงเพื่อสั่งน้ำมูก โชคไม่ดีกระแสลมแรงปะทะเข้ามาพอดี ทำให้เขาเสียหลัก (จักรยาน TT ควบคุมยากกว่าเสือหมอบทั่วไปอยู่แล้ว) จนล้มไปกระแทกกับกำแพงคอนกรีตกั้นถนน ความเร็ว 60kph ลดลงเหลือ 0kph ในทันที โดยเจ้าตัวรับแรงกระแทกไปเต็มๆ จนกระดูกหักร้าวหลายส่วน เป็นผลให้ลงแข่ง Tour de France รายการใหญ่ที่หวังผลงานไม่ได้

แต่ด้วยที่เป็นเหตุการ์ณที่แทบไม่มีพยานเลย (มีแค่สมาชิกทีม และแดน มาร์ติน นักปั่นจาก UAE ที่ปั่นเส้นทางเดียวกันอยู่ข้างหลังประมาณ 100 เมตร) ไม่มีภาพ ไม่มีวิดีโอ ใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ทำให้แฟนจักรยานขี้สงสัยจำนวนหนึ่ง เริ่มสร้างกระแสทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) เกี่ยวกับอุบัติเหตุของฟรูมในครั้งนี้ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจริง!

ทั้งยังมีการเปรียบเทียบกับอุบัติเหตุของอดีตนักปั่นอาชีพอีกคน ฟิล ไกมอน ที่ล้มที่ความเร็วใกล้เคียงกันในสนามลู่ แต่ดูอาการแล้วเจ็บหนักกว่าฟรูมมาก ดูภาพที่ฟรูมโพสใน IG แล้วเหมือนแทบไม่ได้ล้มอะไรเลย

ต่างคนก็ต่างจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ประเด็นหลักที่มโนกันหนักมากก็คือ “ฟรูมพยายามหลบทีมตรวจโด้ป” นักปั่นอาชีพทุกคนต้องรายงานสถานที่ๆ ตัวเองอยู่ทุกวันให้ทีมตรวจโด้ป เพราะจะมีการสุ่มตรวจเป็นประจำ ถ้าเผลอไม่ล็อกอินไปรายงานหลายๆ ครั้งก็จะต้องรับโทษและโดนตั้งข้อสันนิษฐานว่าโด้ป เพราะหนีการตรวจ และอาจจะเคลียร์สารโด้ปในร่างกายไม่ทันตรวจ ทีมเลยสั่งให้ลวงโลกว่าล้มเจ็บ เพื่อที่จะได้ขนย้ายร่างกายไปโรงพยาบาลทันทีด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไม่ต้องกลับไปตรวจฉี่

และมีการโยงเข้ากับตัวเลขอาถรรพ์ต่างๆ นาๆ จนดูจะเลยเถิดไปมาก

อ่านดูก็เพลินดี แต่คงเชื่ออะไรมากไม่ได้ ผมว่ามันจะดูพยายามเกินไปหน่อยไหมที่จะหลบการตรวจโด้ปด้วยการโหม่งโลก และมันออกจะไร้ความเคารพต่อนักกีฬาที่ถูกกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน

ทฤษฎีสมคบคิดนั้นมีภัยมากกว่าแค่คำพูดลอยๆ ในอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะในวงการเสือหมอบที่แฟนๆ ไม่ค่อยจะเชื่อใจนักกีฬาจากอดีตที่มีการโด้ปเป็นวงกว้างติตด่อกันยาวนานหลายปี

จริงๆ ทฤษฎีสมคบคิดไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการเสือหมอบครับ และไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการกีฬาด้วย ช่วงปี 90s ก็มีข่าวลือว่าที่ไมเคิล จอร์แดนแขวนรองเท้าอำลาวงการ ก็เพราะแท้จริงแล้วเขาโดนแบนจากการติดพนัน!?

เรามีหลายเคสเลยในอดีต ไม่ว่าจะเป็น เฟเบียน แคนเชอลารา ติดมอเตอร์ไว้ในจักรยานเร่งหนีคู่แข่งแบบขาดลอยจนได้แชมป์ Paris-Roubaix แบบสบายๆ หรือเวลาจักรยานล้มแล้วเห็นล้อหมุนเองจนคิดว่ามีมอเตอร์ หรือกระทั่งเคสของฟรูมระหว่างชิงหนีคู่แข่งบนภูเขาวองตู แบบเปิดวาร์ปได้ โดยที่อัตราการเต้นหัวใจต่ำเหมือนไม่ออกแรง! (ติดมอเตอร์หรือเปล่า?)

สุดท้าย UCI ต้องออกมาตราการสแกนหามอเตอร์ในเฟรมเสือหมอบจากกระแสข่าวลือพวกนี้ แต่สุดท้ายในเวทีโปรทัวร์ก็ไม่เคยมีใครถูกจับว่าใช้มอเตอร์ ยกเว้นเคสของนักปั่น Cyclocross ที่โดนจับว่าจักรยานสำรองในพิทมีมอเตอร์ติดตั้งอยู่

อย่างไรก็ดี ทีม Ienos หรืออดีต Sky เองก็เรียกได้ว่า “มีประเด็น” อยู่เยอะ ทั้งกรณีกระเป๋ายาลึกลับที่ส่งไปให้แบรดลีย์ วิกกินส์ หรือแลปทอปของแพทย์ประจำทีมที่หายไปอย่างไร้สาเหตุ จนทำให้ตรวจเช็คประวัติการจ่ายยาให้นักปั่นไม่ได้ และอีกมากมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเคสยาพ่นแก้ภูมิแพ้ของฟรูมที่สุดท้ายก็พลิกคดีมาชนะ UCI พิสูจน์ตัวเองได้ว่าใสสะอาด

คิดไปคิดมาคนเรานี่ก็ว่างดีที่จินตนาการได้หลากหลายมาก ตามอ่านก็อาจจะเพลินจนเผลอเชื่อไปได้ แต่ในยุค post truth จริงเท็จไม่แคร์ขอแชร์ไว้ก่อน แบบนี้ที่ความจริงมีหลายชุด และใครก็สามารถสร้างชุดความจริงผ่านช่องทางสื่อของตัวเองได้ ผู้ติดตามวงการอย่างเราก็ควรจะฟังหูไว้หู จนกว่าจะมีหลักฐานมัดตัวออกมาให้ชัดเจนครับ

อย่างเคสนี้ ส่วนตัวผมเองไม่เชื่อว่าฟรูมลวงโลก ผมว่ามันไม่เหมาะสมที่จะวิจารณ์คนที่บาดเจ็บโดยไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน มันเป็นการไม่ให้เกียรติตัวบุคคลและครอบครัวของเขา

หลักฐานมัดตัวเช่นอะไร? อีกข่าวนึงที่โยงกับเรื่องนี้และทิ้งท้ายได้พอดีก็คือ แชมป์ Vuelta ปี 2011 ฆวน โฮเซ่ โคโบ ถูกพิสูจน์ว่าโด้ปในสนามนั้นและกำลังจะโดนถอนแชมป์! นั่นคือกว่าความจริงจะออกมาก็กินเวลาไปร่วม 9 ปีแล้ว!

แล้วใครคืออันดับสองใน Vuelta ปีนั้น? ก็คริส ฟรูมนี่เองครับ ถ้าความจริงชุดนี้ออกมาตั้งแต่ปีนั้น โลกจักรยานอาชีพก็คงไม่ใช่อย่างที่เราเห็นตอนนี้ เพราะอะไร? เพราะถ้าโคโบโดนจับในปีนั้นเลย ฟรูมจะเป็นนักปั่นทีม Sky ที่ได้แชมป์แกรนด์ทัวร์เป็นคนแรก ก่อนหน้าแบรดลีย์ วิกกินส์ (และบอเก้ โมเล็มม่าจะได้ขึ้นโพเดียมแกรนด์ทัวร์เป็นครั้งแรก เพราะเขาได้อันดับ 4 ก่อนโคโบโดนจับ!!)