Chromoli Climb มังงะจักรยานสั้นใน Jump ที่คุณไม่เคยอ่านแน่ๆ

ปกตินิตยสารมังงะรายสัปดาห์ชื่อดังอย่าง Jump จะมีการลงมังงะสั้น ที่เรียกว่า Yomikiri หรืออ่านแบบตอนเดียวจบ เพื่อเป็นการทดลองหยั่งกระแสว่าไอเดียเรื่องนั้น น่าสนใจพอให้เอามาทำเป็นเรื่องยาวไหม

หลายต่อหลายเรื่องดังๆ ก็ผ่านขั้นตอนนี้มาก่อน (ใครอ่าน Bakuman คงเข้าใจดี) และวันนี้ พอดีไปเจอเรื่องสั้นเกี่ยวกับ จักรยาน ใน Jump เลยอยากเอามาแนะนำกันก่อน เผื่ออนาคตมีโอกาสได้เป็นเรื่องยาว ที่น่าสนใจคือ

ที่ผ่านมา Jump ไม่เคยลงมังงะเรื่องจักรยานมาก่อนเลย (เท่าที่จำได้) ต่างกับค่ายอื่นอย่าง Kodansha หรือ Akita Shoten จนดูเป็นเรื่องน่าสนใจถ้า Jump จะลงเรื่องจักรยานตามสไตล์ของ Jump บ้าง เพราะเป็นที่รู้กันว่า มังงะกีฬาใน Jump ส่วนใหญ่ (ยกเว้น Slam Dunk) จะโม้แบบหลุดโลกไปซะส่วนใหญ่ (ตีเทนนิสไปมา เปล่งคอสโมแข่งกันได้ เล่นบาสแล้วหายตัวได้ มีท่าไม้ตายยังกับเซนต์ เซย่า) แล้วมังงะจักรยานนี่จะโม้ได้มั้ย

เรื่องสั้นที่ว่าคือ Cromoli Climb (クロモリ・クライム) จั่วหัวมาก็รู้เลยว่า พระเอกใช้รถอะไร ใหม่ เรื่องย่อคือ พระเอกชื่อ Kuromori Noboru เอาง่ายๆ แบบนี้ล่ะครับ คือ Kuromori เนี่ย เขียนด้วยคันจิว่า ป่าดำ แต่ มันก็พ้องเสียงกับคำว่า โครโมลี่ ในภาษาญี่ปุ่นนั่นล่ะ ส่วน Noboru ก็แปลว่า ปีน ไต่ นั่นเอง เกิดมาเพื่อจักรยานแท้ๆ หกปีก่อน เขาอาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศส และปั่นจักรยานแข่งกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันทุกวัน แต่ก็ไม่เคยชนะซะที เพราะมีคู่แข่งสุดโหดคือ แอน เด็กหญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำให้เขาตั้งใจที่จะชนะเธอให้ได้ซักวัน

เปิดมาได้หน้าสีหน้านึง

คุโรโมริ กับ แอน สมัยเด็ก เก่งกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา

น่าเสียดายที่ คุโรโมริไม่เคยเอาชนะแอนได้ แล้วก็ต้องกลับญี่ปุ่นก่อน ทำให้แอนสัญญาว่า จะรอให้เขามาล้างแค้นที่ฝรั่งเศส ตัดภาพมาปัจจุบัน คุโรโมริเห็นข่าวแข่งเพื่อทดสอบหาสมาชิกทีมโปรในญี่ปุ่น ที่มีเป้าหมายจะไปแข่ง Tour de France ให้ได้ จึงตัดสินใจเข้าไปแข่งคัดตัว

วันไปคัด ก็บังเอิญเจอคุณหนู หลานเจ้าของบริษัทที่เป็นสปอนเซอร์ทีม ไปที่จัดแข่งไม่ทันเพราะรถติด เลยเสนอตัวให้ซ้อนเพื่อขึ้นไปที่สนามแข่ง จะได้สร้างเส้นสายไว้ด้วย (เหยียบตรงไหนหว่า) (ญี่ปุ่นซ้อนจักรยานที่ไม่มีเบาะนั่งนี่ผิดกฎหมายนะจ๊ะ)

พอถึงที่แข่ง แน่นอนว่าก็ต้องมีตัวร้าย นั่นคือ ปาสคาล อดีตโปรในฝรั่งเศสที่ทำผลงานไม่ได้ เลยกะจะมาหาขุดทองในญี่ปุ่น และเฟรมโครโมลี่ของคุโรโมริก็ถูกหยามเหยียดว่าเป็นของตกยุคตกสมัย สู้เฟรมคาร์บอนไม่ได้หรอก

พอปล่อยตัวปุ๊บ อีตาปาสคาลก็โชว์ฟอร์มเทพตามสไตล์ อดีตโปรมีหรือจะแพ้มือสมัครเล่นชาวญี่ปุ่น แต่ แต่ แต่

อดีตโปร หรือจะสู้ พระเอก คุโรโมริก็แซงขาดอาศัยจังหวะปาสคาลกำลังโม้ เล่นเอาอดีตโปรเสียวสันหลังวูบ

ก็งัดกันไปมา มี Pain Face ตามสไตล์ ค่อยสูสีได้ลุ้นกัน

แน่นอน ก็ต้องมาอวยเฟรมโครโมลี่ ที่ดูแล้วเป็นงานคราฟต์สไตล์ญี่ปุ่น ว่าข้อดีของมันคือ ซับแรงสะเทือนได้ดี แต่ปัญหาคือ เพราะวัสดุให้ตัวได้มากไป ผลก็คือไม่สติฟฟ์พอ คนเลยหันไปหาเฟรมคาร์บอนที่พุ่งได้ตามใจสั่งมากกว่า

แต่พระเอกก็คือพระเอก คุโรโมริ สามารถใช้จังหวะย้วยของเฟรมโครโมลี่ เปลี่ยนเป็นความเร็วได้ ราวกับเป็นหนี่งเดียวกับจักรยาน

เท่านั้นยังไม่พอ ยังแหกทฤษฎี ขึ้นเขาแต่ปรับเกียร์หนักขึ้นอีก (ก็พระเอกอ่ะ) (DT Note: นี่มันตรงข้ามกับสายโอโนดะนี่หว่า~!)

ผลคือ ปาสคาลยังต้องยอมรับว่าคุโรโมรินี่คือสัตว์ประหลาดชัดๆ และตัวเอกก็คว้าชัยไปตามสไตล์ ได้เข้าร่วมเป็น “เด็กฝึกหัด” ของทีมโปร เจ้าตัวก็ช๊อค นึกว่าจะได้เป็นตัวจริงเลย ก็คงค่อยๆ ไต่กันไป แต่ ขณะเดียวกัน ที่ฝรั่งเศส ก็เกิดเรื่องไม่น่าเชื่อขึ้น

แอน คู่แค้นวัยเด็กของคุโรโมริ กลายเป็นแชมป์ Tour de France ด้วยอายุแค่ 18 ปีเท่านั้น กลายเป็นข่าวใหญ่ในฝรั่งเศส ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าทำไมใส่เบอร์ 5 (ตรงนั้น!?!) ถ้าวิเคราะห์ตามสไตล์ DT คงบอกว่า ลงแข่งเป็นตัวช่วยแล้วเอซเจ็บเลยรับตำแหน่งเอซแทน ไม่ใช่สิ ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้น แอนก็บอกว่า รอเธออยู่นะ

ตัดกลับมา พระเอกของเรายังปั้นหน้ามั่นใจ พร้อมลุยไปข้างหน้า ไม่รู้ว่าแอนได้แชมป์ TDF ราวกับว่าโลกนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ตและโซเชียลเน็ตเวิร์ค ก็จบเท่านี้ ด้วยการบรรยายว่า ในอนาคต เด็กหนุ่มชาวเอเชีย และเด็กสาวชาวตะวันตก จะแข่งขันกันอย่างไม่ยอมแพ้ในวงการจักรยานโลก

อ่านแล้ว ก็ได้แต่หนักใจเล็กๆ กับความโม้แบบไม่แคร์อะไรแบบ Jump โดยเฉพาะเรื่อง TDF ที่โม้แบบไม่สนใจระบบการแข่งเลยนี่สิครับ แถมเท่าที่ดูก็ไม่เห็นแบรนด์จักรยานแท้ๆ เลย เลยขาดความสมจริงเข้าไปอีก (แต่อาจจะเพื่อเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์)

ประเด็นก็คือ ต่อให้โม้แค่ไหน และเป็นกีฬาที่ไม่แมสแค่ไหน ถ้าเขียนเรื่องให้มันสนุก มีเสน่ห์ได้ ก็ได้ลงได้ยาวๆ นะครับ ดูอย่างเรื่อง Eyeshield 21 สิ ก่อนนั้นมีใครสนแข่งอเมริกันฟุตบอลได้ ยังขายได้ดีจนได้ทำอนิเมะเลย ถ้า Jump จะเอาจริง คงต้องปรับเรื่องอีกหน่อยจะได้สนุกขึ้น เพราะอ่านความเห็นชาวเน็ตนิปปอนแล้วก็ว่ากันว่ายังธรรมดาไป ถ้าจะทำจริงคงต้องแก้โครงเรื่องอีกหลายจุด ก็ต้องมาลุ้นกันว่าเขาจะหยิบมาทำเป็นเรื่องยาวรึเปล่านะครับ

* * *

SaveSave

SaveSave