“แล้ว C61 C62 C63 หายไปไหน?”

เป็นคำถามแรกในใจหลายๆ คนหลังเห็นข่าวเปิดตัว Colnago C64 แน่ๆ

คำตอบคือ ปีนี้ Colnago ฉลองครบรอบบริษัทอายุ 64 ปีพอดี ชื่อรุ่นก็กระโดดข้ามมาเป็น C64 นั่นเอง และยังคงเป็นจักรยานรุ่นสูงสุดของ Colnago ที่ Made In Italy และประกอบเฟรมแบบสวมลักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือน้ำหนักลดลงถึง 200 กรัม พร้อมกระโหลกแบบใหม่ที่ทำร่วมกับ CeramicSpeed

ท่อ lug รูปแบบใหม่

Colnago ‘C’ หมายถึง Carbon เป็นรุ่นล่าสุดของตระกูล C [footnote]เริ่มจาก C40 ในปี 1995 – เป็นเสือหมอบคาร์บอนคันแรกของโลกที่ได้แชมป์ Paris-Roubaix[/footnote]

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเยอะที่สุดใน C64 คือท่อนั่ง (Seat tube) ที่เป็นชิ้นเดียวกับลัก (จากปกติท่อนั่งจะเสียบเชื่อมกับลักบริเวณที่เชื่อมกับท่อนอนและซีทสเตย์) Colnago กล่าวว่าการทำให้ลักและท่อนั่งเป็นชิ้นเดียวกันช่วยเพิ่มความสติฟฟ์และลดน้ำหนักได้เยอะทีเดียว

เฟรม C64 ไซส์ใหญ่ที่สุด (60cm) น้ำหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม ส่วนไซส์เล็กสุด 42cm หนัก 850g เท่านั้น

Colnago เลิกใช้รัดหลักอานแบบปกติ เปลี่ยนมาเป็นระบบยึดหลักอานแบบซ่อนภายในท่อ ลดน้ำหนักได้ 15 กรัม แต่ก็หมายความว่าผู้ใช้ไม่สามารถซื้อหลักอานอื่นๆ มาใช้ได้ ต้องเป็นของ Colnago เอง

บริเวณท่อคอก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน ท่อคอตัดเว้าเป็นทรงสามเหลี่ยมทั้งสองข้าง ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความสติฟฟ์ในแนวข้าง

ดีไซน์เดียวกันใช้กับด้านหลังของตะเกียบหน้า จริงๆ แล้วตะเกียบหน้ายกเครื่องใหม่เกือบหมด คอตะเกียบปรับให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับยางหน้ากว้าง และตะเกียบออกแบบให้ให้ตัวด้านหน้า-หลังได้มากขึ้นเพื่อช่วยซับแรงสะเทือน ซางตะเกียบเป็นรูปทรง D-Shape ตะเกียบใหม่ไม่ได้ใช้ expander plug แต่ใช้ระบบเกลียวที่ขันล็อกจากฝาปิด headset เพื่อลดน้ำหนัก

Colnago เปลี่ยนวัสดุดรอปเอาท์ตะเกียบหน้าและหลังจากอลูมิเนียมใน C60 เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ใน C64 น้ำหนักตะเกียบหน้าเบาลงจาก C60 40 กรัม (ตะเกียบ C64 หนัก 355g)

C64 ใช้ headset ลักษณะเดียวกับ Colnago Concept ซึ่งมีการแทรกชั้นโพลีเมอร์ที่มีส่วนผสมของไนลอน คาร์บอนและยางอีลาสโตเมอร์ เพื่อใช้ซับแรงสะเทือนแนวดิ่งช่วงหน้ารถด้วย

หลักอาน C64 เปลี่ยนมาใช้หลักอานแบบ Colnago V2-R เป็นหลักอานรูปทรง D-Shape ซึ่ง Colnago อ้างว่าซับแรงสะเทือนได้ดีกว่าหลักอาน 31.6mm ทั่วไป หลักอานติดรถมีระยะเยื้องหลัง 15mm แต่ผู้ใช้สามารถซื้อหลักอานตรงหรือเยื้องหลัง 30mm ได้ต่างหาก

ช่วงท่อล่างก็ปรับรูปทรงให้เพรียวลง ไม่ใหญ่และกว้างเหมือน C60 ลดน้ำหนักได้อีกเล็กน้อย

และย้ายจุดเดินสายเกียร์/เบรค มาอยู่ด้านบนของท่อล่าง

กระโหลกใน C64 ปรับปรุงใหม่อีกเล็กน้อย ในห้องกระโหลกซึ่งเป็นชิ้นส่วนลักตอนนี้ขึ้นรูป cable guide เข้าไปในโมลด์ลักเลยเพื่อลดน้ำหนัก จากแต่ก่อนที่ใช้ท่อพลาสติกในการช่วยเดินสาย และปรับเชนสเตย์ซ้ายให้กว้างกว่าเดิมเพื่อรับการตอบสนองแรงที่ดีกว่า

ท้ายสุด Colnago หันมาใช้การเดินสายเบรคทั้งเวอร์ชันดิสก์และริมเบรคภายในสเต็มเพื่อลุคที่ดูคลีนเรียบร้อย สเต็มใหม่ของ Colnago รองรับแฮนด์ทุกรุ่นรุ่นในตลาด

เฟรมเซ็ตจะมากับหลักอานและสเต็มใหม่ในตัว ไม่ต้องซื้อแยก

Colnago C64 มากับกระโหลก ThreadFit82.5 ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของ Colnago แต่ปรับปรุงให้กว้างขึ้นกว่าเดิมและใช้ลูกปืนเซรามิกจาก CeramicSpeed

รุ่นริมเบรคใช้เบรคแบบ direct mount

C64 มีให้เลือกทั้งหมด 14 ไซส์ เริ่มจาก 42sl ถึง 60sl (sl หมายถึงทรงรถที่มากับท่อนอนลาดเอียง ซึ่งมี 9 ไซส์ หรือจะเลือกทรง high stack (h) ก็ได้ซึ่งมีระยะตั้ง (stack) สูงกว่าในไซส์เดียวกัน ช่วยให้เซ็ตรถได้ท่าปั่นที่ก้มน้อยกว่าไซส์ sl สำหรับคนที่ไม่อยากใช้รถที่ต้องก้มเหยียดเยอะ

ในส่วนของน้ำหนัก Colnago บอกว่าไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะออกแบบเฟรมให้แข็งแรงมากกว่าเบาหวิว โดยรวมแล้ว C64 เบากว่า C60 205 กรัม และในรุ่นดิสก์เบากว่า C60 ประมาณ 270 กรัม น้ำหนักเฟรมในไซส์ใหญ่สุดไม่ถึง 1 กิโล

 

ราคา/สี

Colnago C64 มีให้เลือก 4 สี – ขาว แดง เทา ดำ และสี art decor น้ำเงินหรือขาว

เฟรมเซ็ต ริมเบรค สีธรรมดา: 4,099.95 ปอนด์​ (ประมาณ 180,000 บาท)
เฟรมเซ็ต ริมเบรค สี Art Decor: 4,499.95 ปอนด์ (ประมาณ 198,000 บาท)
เฟรมเซ็ต ดิสก์เบรค สีธรรมดา: 4,599.95 ปอนด์ (ประมาณ​ 202,000 บาท)
เฟรมเซ็ต ดิสก์เบรค สี Art Decor: 4,999.95 ปอนด์ (ประมาณ 220,000 บาท)

Colnago.com

Author

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!