มีอะไรใหม่ใน Cannondale SuperSix EVO 2020?

เดือนที่ผ่านมา Cannondale เปิดตัวเสือหมอบแข่งขันรุ่นล่าสุด Cannondale SuperSix Evo ดีไซน์ใหม่ ที่อาจจะดูไม่ต่างจากเสือหมอบรุ่นใหม่ๆ ในตลาดตอนนี้สักเท่าไร แต่ Cannondale ก็เคลมว่ามีการปรับปรุงจากดีไซน์คลาสสิครุ่นก่อนอยู่พอสมควร จะมีอะไรใหม่บ้างมาดูกันครับ

ที่ผ่านมาการดีไซน์เสือหมอบแข่งขันรุ่นสูงสุดของแต่ละแบรนด์เรามักจะเห็นแบรนด์แยกจักรยานออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือเสือหมอบที่เน้นน้ำหนักเบา (all around) และอีกแบบคือที่เน้นความลู่ลม (aero) แต่เทรนด์การออกแบกเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อหลายๆ แบรนด์สามารถทำให้เฟรม all around มีความแอโร โดยที่ยังคงน้ำหนักเบาได้ด้วย กลายเป็นดีไซน์แบบใหม่ที่รวมทั้งความลู่ลม ความสบาย ความเบา และการตอบสนองแรงที่ดีเยี่ยมไว้ในคันเดียว ถึงแม้จะลู่ลมไม่สุดเท่าเสือหมอบแอโรโดยเฉพาะก็ตาม

Cannondale ให้เหตุผลว่า สำหรับจักรยานแข่งขัน ไม่ว่ายังไงอุปสรรคที่นักปั่นต้องออกแรงข้ามพ้นมากที่สุดก็คือแรงต้านอากาศ​ ถ้าไม่ได้ปั่นขึ้นเขาชันจริงๆ ระดับ 10% ขึ้นไป รูปทรงเฟรมที่ลู่ลมจะช่วยให้นักปั่นไปได้เร็วกว่าน้ำหนักเฟรมที่เบากว่าเสมอ เลยเป็นที่มาว่าทำไมเฟรม Cannondale SuperSix เจเนอเรชันใหม่ถึงใช้ดีไซน์แอโรทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นซีทสเตย์แบบดรอป ท่อล่างทรง kamn tail หลักอาน และแฮนด์ทรงแอโรที่มากับตัวเฟรมเลย

ถึงเสือหมอบ all around เจเนอเรชันใหม่จะหันมาใส่ใจเรื่องแอโรไดนามิกด้วย แต่ Cannondale ก็ยังยืนยันว่าไม่เร็วเท่าเสือหมอบแอโรแบบเต็มตัว (แต่ก็เร็วกว่ารถทรงท่อกลมๆ แบบสมัยก่อนนั่นเอง) โดยรวมแล้ว Cannondale เคลมว่า SuperSix Evo เจเนอเรชันใหม่เร็วกว่ารุ่นก่อน 30%, ตอบสนองแรงดีกว่าเดิมเล็กน้อย, และซับแรงสะเทือนได้ดีกว่ารุ่นก่อนด้วย

Cannondale ทดสอบ SuperSix รุ่นใหม่เทียบกับจักรยาน all around ของคู่แข่ง อย่างไรก็ดีในการทดสอบนี้ มีแค่ Cannondale ที่ใช้แฮนด์อินทิเกรตทรงแอโรในการทดสอบ (ซึ่งปกติแล้วช่วยประหยัดแรงได้ประมาณ 6-8 วัตต์ เทียบกับแฮนด์ทรงกลม) ถ้าจักรยานอย่าง Specialized Tarmac และ Cervelo R5 ใช้แฮนด์แอโรเหมือน SuperSix ผลทดสอบที่ได้อาจจะดูไม่ต่างกันเยอะเท่าไร

 

ดีไซน์

โจทย์สำหรับการออกแบบ SuperSix รุ่นใหม่คือต้องปั่นได้สบายกว่าเดิมและลู่ลมกว่าเดิม โดยที่ยังคงน้ำหนักเดิมของ SuperSix รุ่นก่อน (ซึ่งก็ถือว่าเป็นเสือหมอบที่น้ำหนักเบามากในตลาด)

จุดแรกที่เปลี่ยนก็คือการใช้ซีทสเตย์แบบจับกับท่อนั่งต่ำลงจากเดิม ซึ่งทำให้หลักอานมีระยะให้ตัวในแนวหน้า-หลัง ได้มากขึ้น ช่วยซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้ดีขึ้นนั่นเอง

หลักอานใหม่ที่มากับเฟรม เป็นทรงแอโร D-shape ที่แบรนด์กล่าวว่าซับแรงสะเทือนได้ดีกว่าหลักอานกลมทั่วไป 18%

ตัวถังปรับดีไซน์ใหม่หมด รูปทรงท่อต่างๆ เพรียวลมมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงกับสุดโต่งเหมือนเสือหมอบแอโรที่ใช้ท่อทรงแบนและยาวกว่าใน SuperSix ยังคงความเป็นเสือหมอบ all around  อยู่บ้าง

Cannondale อ้างว่าดีไซน์ใหม่นี้ประหยัดแรงได้ถึง 30 วัตต์เทียบกับ SuperSix Evo รุ่นก่อน ที่ความเร็ว 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

SuperSix รุ่นใหม่เป็นเฟรมฟูลคาร์บอน แต่มีให้เลือกสองระดับ รุ่นธรรมดา และรุ่น Hi-Mod ซึ่งแบบหลังจะน้ำหนักเบากว่าที่ความสติฟฟ์เท่ากัน

เฟรม SuperSix Hi-Mod Disc น้ำหนัก 866g (ไซส์ 56cm) ส่วนรุ่นธรรมดาที่ไม่ใช่ Hi-Mod หนัก 999g ในไซส์เดียวกัน

เฟรมรองรับยางได้กว้างสุด 30mm สำหรับเวอร์ชันดิสก์เบรก ส่วนเวอร์ชันริมเบรกใช้ได้สูงสุด 28mm และเป็นเบรกแบบ direct mount

เฟรมดิสก์มากับแกนปลด Thru Axle Speed Release จาก Mavic ที่ถอดเปลี่ยนล้อได้โดยไม่ต้องดึงแกนออกจากล้อ คล้ายๆ กับการเปลี่ยนล้อเสือหมอบริมเบรกธรรมดา แค่คลายเกลียว แล้วก็ดันล้อลงจากเฟรมได้เลย

กะโหลกเป็น PF30a เฟรมรองรับชุดขับเคลื่อนทั้งไฟฟ้าและเมคานิคัล

 

แฮนด์และสเต็ม Knot

จุดที่ทำให้ SuperSix Evo ใกล้เคียงกับเสือหมอบแอโรมากที่สุดก็คือช่วงหน้ารถที่หันมาใช้แฮนด์และสเต็มแบบซ่อนสายเบรกและเกียร์ทั้งหมด ไม่มีสายโผล่ออกมาแม้แต่เส้นเดียว

แต่แฮนด์และสเต็ม Knot ไม่ใช่แบบชิ้นเดียว ผู้ใช้สามารถถอดแฮนด์ออกจากสเต็มได้ เพื่อเปลี่ยนไซส์ได้ตามสะดวก

ส่วนวิธีการซ่อนสาย นั้น Cannondale ทำต่างจากแบรนด์อื่นๆ ตรงที่เจาะช่องหน้าท่อคอเฟรม ให้ลอดสายเกียร์และเบรกเข้าไปในตัวเฟรมโดยตรง อย่างไรก็ดี การร้อยสายแบบนี้ ถ้าเราหมุนแฮนด์ไปในแนวข้างจนสุด ก็จะดึงสายเบรกและเกียร์จนตึงจนอาจจะมีปัญหา Cannondale เลยแก้ปัญหาด้วยการออกแบบตะเกียบให้ผู้ใช้ไม่สามารถหมุนแฮนด์ได้ทุกทิศทาง เหมือนในจักรยานอื่นๆ (steering lock) เพื่อไม่ให้สายเกียร์และเบรกที่เดินภายในชำรุด

สเต็มมากับชุดแหวนรองคอที่ออกแบบมาเป็นรูปทรงเดียวกับตัวสเต็มเข้ากับตัวรถทั้งแนว ถึงเฟรมจะรองรับแฮนด์และสเต็มธรรมดาของยี่ห้ออื่นด้วย แต่การใช้แฮนด์ สเต็มของ Knot ที่ซ่อนสายหมดจดจะเร็วกว่า 9 วัตต์ เทียบกับแฮนด์กลมและสเต็มธรรมดาที่ไม่ได้ซ่อนสาย  ตัวแฮนด์มากับเมาท์ยึดไมล์จักรยานด้วย

และมีล้อ KNOT ที่มากับคอมพลีทไบค์ ที่เป็นดีไซน์ร่วมสมัย ความสูงขอบล้อ 45mm, ความกว้างขอบล้อด้านใน 21mm และใช้ระบบดุมจาก DT Swiss

คอมพลีทไบค์รุ่นท็อปมากับพาวเวอร์มิเตอร์ Power2Max แต่ช้าก่อน มันเป็นพาวเวอร์มิเตอร์ที่ใช้งานไม่ได้ถ้าผู้ใช้ไม่จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์เพื่อเปิดใช้งานให้กับ Power2Max ครับ (จ่ายเพิ่มต่างหาก) ค่า activation อยู่ที่ 490 USD หรือประมาณ​ 15,000 บาท แต่จะไม่เปิดใช้ก็ได้เช่นกัน ถ้าไม่อยากเสียเงิน

ที่ตะเกียบหน้ารถมีเซนเซอร์ความเร็วแถมมาให้ พร้อมเชื่อมต่อกับไมล์จักรยานหรือสมาร์ทโฟนด้วย

มิติรถเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ยังเป็นองศารถแข่งอยู่ แต่ระยะ stack สูงขึ้น ระยะ reach สั้นลง รวมๆ แล้วองศาดุน้อยกว่ารุ่นก่อน ไม่ก้มต่ำเท่าเสือหมอบแอโรของแบรนด์​ Cannondale SystemSix แต่ก็ไม่สูงเน้นขี่สบายแบบ Cannondale Sysnapse ฟิตจะอยู่ตรงกลางระหว่างสองรุ่นนี้พอดี

เฟรมมีให้เลือก 8 ไซส์จาก 44-62

ไซส์ 44 48 51 54 จะมีโมเดลสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ซึ่งจะมากับสเต็มที่สั้นกว่า แฮนด์ที่แคบกว่า ขาจานสั้นกว่า และเบาะที่ออกแบบสำหรับผู้หญิง

 

ตัวเลือก

Cannondale ทำ SuperSix Evo รุ่นใหม่มาหลายสีหลายไซส์ และหลายระดับราคา ไล่จากแพงสุดไปถูกสุดตามนี้

SuperSix EVO Hi-Mod Disc – Dura-Ace Di2 – $11,500

 

SuperSix EVO Hi-Mod Disc – Ultegra Team Replica (สีนี้มีเฉพาะเฟรมเซ็ต)

 

SuperSix EVO Hi-Mod Disc – Ultegra Di2 – $7,750

 

SuperSix EVO Carbon Disc – Ultegra Di2 – $6,700

 

SuperSix EVO Hi-Mod Disc – Dura-Ace – $7,200

 

SuperSix EVO Disc – Force eTap – $6,500

 

SuperSix Carbon Disc – Ultegra – $4,200

 

SuperSix Carbon Disc – Ultegra – $4,200

 

 

SuperSix EVO Ultegra Rim

 

 

SuperSix EVO Ultegra – Rim

 

SuperSix EVO Disc – 105 $2,750

 

SuperSix EVO Disc – 105 $2,750

 

SuperSix EVO Carbon Disc – 105 $2,750

 

SuperSix EVO Carbon – 105 – $2,200

 

SuperSix EVO Carbon – 105 – $2,200

 

SuperSix EVO Carbon – 105 – $2,200

cannondale.com