Connect with us

Pro Cycling

Ducking Tiger Awards: ที่สุดแห่งปี 2017

ใครจะเป็นนักปั่นยอดเยี่ยมแห่งปี 2017?

Koon

Published

on

DT AWARDS 2017

ฤดูกาลแข่งขัน 2017 ผ่านไป ก็มีหลายๆ โมเมนต์ที่น่าจดจำ เรื่องราวมากมายในการแข่งขันจักรยานอาชีพที่ทำให้มือสมัครเล่นอย่างเราอยากจะคว้าจักรยานออกไปปั่นบ้าง ปีนี้ DT ลองจัดรางวัล 13 รายการสำหรับนักปั่นและสนามแข่งที่ได้ใจเราไปที่สุด ลองมาดูกันว่ามีรางวัลอะไรบ้าง และใครจะเป็นผู้ชนะครับ!

* * * *

01 เบรคอเวย์แห่งปี

ฟิลลิป จิลแบร์ใน Tour of Flanders

ว่ากันตามตรง แทบเป็นไปไม่ได้แล้วที่เราจะได้เห็นการโจมตีหนีกลุ่มที่หลุดยาวๆ จนชนะในการแข่งขันของมืออาชีพครับ ยิ่งเป็นสนามที่เดิมพันสูงอย่าง Tour de France, Paris-Roubaix หรือ Tour of Flanders แล้ว น้อยครั้งที่นักปั่นจะได้โอกาสหลุดยาว

มันเลยทำให้ชัยชนะของฟิลลิป จิลแบร์ใน Tour of Flanders ปีนี้น่าประทับใจเป็นพิเศษ เพราะเขาหนียาว 55 กิโลเมตร เข้าเส้นชัยก่อนอันดับสอง (เกร็ก แวน เอเวอร์มาร์ท – BMC) ถึง 29 วินาที มีเวลาเหลือๆ พอจะจอดรถก่อนถึงเส้นชัยแล้วเดินข้ามเส้นแบบหล่อๆ พร้อมโชว์จักรยาน

แต่แผนนี้ไม่ได้วางมาแต่ต้น Quickstep ลงสนามด้วยนักปั่นตัวเต็งหลายคน ไม่ว่าจะเป็นทอม โบเน็น, นิกี้ เทิร์ปสตร้า, จิลแบร์ และแมทเทโอ เทรนติน และเป็น Quickstep ที่ชงเกมบนเนินที่ชันที่สุดในรายการ ดึงเอากลุ่มหน้าให้เหลือคู่แข่งแค่ 14 คนที่ 90 กิโลเมตรสุดท้าย

55 กิโลเมตรสุดท้ายบนเนินยุทธศาสตร์ Oude Kwaremont ความชันระดับเลขสองหลัก โบเน็นกระแทกกลุ่มหวังเชือดซากาน พอถึงคราวจิลแบร์ขึ้นนำ เขากลับได้ระยะห่างกับกลุ่ม และวินาทีนั้นเขาตัดสินใจบินเดี่ยว โดยไม่คิดว่าตัวเองจะหนีรอด

ในกลุ่มไล่ด้านหลัง เปโลตองที่มี GVA และซากานเข้ามารวบกลุ่มของโบเน็นได้เรียบร้อย และทั้งคู่ขึ้นมาไล่ความเร็วกันเต็มที่ โบเน็นเองบอกว่า “แผนของทีมวันนี้คือให้ใครก็ได้ในทีมชนะรายการ และตอนนี้ก็เป็นโอกาสของจิลแบร์”

เมื่อมีตัวแรงหลุดไป Quickstep คุมเกมด้วยการ “บล็อก” กลุ่มหนี ขึ้นคุมความเร็วและปั่นไม่เร็วนักให้โอกาสจิลแบร์ไปได้ไกลที่สุด 37 กิโลเมตรสุดท้าย กลุ่มของซากาน (Bora), GVA (BMC), แวน บาร์ล (Cannondale), เนเซ็น (AG2R) เริ่มไม่อยากรอ พยายามตามจิลแบร์ แต่เมื่อซากานไปเกี่ยวเอากับเสื้อผู้ชมที่ขอบรั้วที่ 17 กิโลเมตรสุดท้าย ทั้งสี่คนก็หมดโอกาส

จิลแบร์กล่าวภายหลังว่า พอถึงช่วงสุดท้าย เขามั่นใจว่ายังไงกลุ่มของซากานก็ไล่ไม่ทันถึงจะไม่เกี่ยวกันล้มก็ตาม

ชัยชนะครั้งนี้เป็น come back ที่ยอดเยี่ยมของอดีตแชมป์โลก หลังจากฟอร์มตกไปกว่า 5 ปีเต็ม

จิลแบร์ตั้งใจจะกวาดแชมป์ Monument ให้ได้ครบทั้งห้ารายการ ปัจจุบันเขาทำได้แล้ว 3 (Flanders, Lombardia, Flanders) แต่ยังเหลือ Paris-Roubaix และ Milan-San Remo ครับ

 

02 ทีมแห่งปี

Sunweb

Sunweb ทำผลงานได้โดดเด่นตลอดทั้งปี และคว้าชัยชนะได้หลากหลายรูปแบบสนาม ไม่ว่าจะเป็นแชมป์แกรนด์ทัวร์ (Giro d’Italia), แชมป์สนามแข่งวันเดียว (Cadel Evans Great Ocean Road Race), สเตจเรซ​ (BinckBank Tour), คว้า Top 10 ในแกรนด์ทัวร์ทั้งสามรายการ พร้อมเสื้อผู้นำสองตัวใน Tour de France จบท้ายด้วยแชมป์โลก Time Trial และ Team Time Trial

DT เจาะลึกผลงานทีมนี้ไปแล้วเมื่อวันก่อน อ่านได้ที่นี่ครับ https://www.duckingtiger.com/team-of-the-year-2017-sunweb/

 

03 ดราม่าแห่งปี

UCI ไล่ปีเตอร์ ซากานออกจาก Tour de France ในสเตจ 4

ถึงจะไม่ใช่ข่าวที่ใหญ่ที่สุดในปี แต่ก็จัดว่าเป็นข่าวที่ทำให้แฟนจักรยานทั่วโลกได้เปิดวอร์กันถ้วนหน้า

เรื่องนี้เกิดขึ้นในสเตจ 4 Tour de France ปีนี้ ช่วงสุดท้ายก่อนสปรินต์เข้าเส้นชัย กลุ่มสปรินเตอร์เกี่ยวกันล้ม มาร์ค คาเวนดิช (Dimension Data) ตัวเต็งเจ็บหนักกระแทกเข้ากับรั้วกั้นข้างสนามพร้อมโดนคันหลังทับ ไม่นานหลังจากนั้นกรรมการ UCI ออกคำตัดสินให้ปีเตอร์ ซากาน (Bora-Hansgrohe) ออกจากการแข่งขัน ด้วยเหตุผลที่ว่าซากานปั่นจักรยานในเชิงที่เป็นอันตรายกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ

ภาพรีเพลย์และภาพถ่ายดูเหมือนซากาน “กางศอก” บล็อกคาเวนดิชที่พยายามมุดลอดช่องริมขวาของถนน เลยดูเหมือนซากานตั้งใจทำร้ายคู่แข่ง แต่เมื่อดูภาพรีเพลย์จากทางอากาศแล้ว กลับเป็นว่าคาเวนดิชนั้นอาจจะตกหลุมและสะดุดขารั้วกั้น

จะอย่างไรก็ดี ทั้งคู่ต้องออกจากการแข่งขัน เพราะคาเวนดิชปั่นต่อไม่ไหว ส่วนซากานก็รับโทษ

แต่หลังจากนั้น ทีม Bora ยื่นประท้วงต่อศาลกีฬาโลก ยืนยันว่าไม่ใช่ความผิดของซากานและการที่ UCI ไล่ซากานออกทำให้สปอนเซอร์และทีมเสียหายหนัก ให้ UCI อนุญาตให้ซากานกลับลงแข่ง

แต่ศาลกีฬาโลกไม่ยอม หลังจบ Tour de France ทีม Bora ยังยืนยันสู้คดีกับ UCI

สุดท้ายวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายต้องเจอกันในศาล ทาง UCI ออกข่าวว่าได้เจรจายอมความกับทีมนอกศาลแล้ว โดยที่ UCI ยอมรับว่าซากานไม่ได้เป็นคนก่ออุบัติเหตุ และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุจากการแข่งขัน แต่กรรมการ UCI ใช้วิจารณญาณตัดสินเท่าที่หลักฐานจะมีในตอนนั้น (ก็น่าสงสัยว่าทำไม UCI ไม่รอช่วงเย็นหลังแข่ง หลังจากที่ได้ดูวิดีโอมุมอื่นๆ แล้วค่อยออกคำตัดสิน – เพราะวันนั้น UCI ตัดสินซากานให้ออกจากการแข่งหลังสเตจจบไม่ถึงชั่วโมง)

ก็พอจะเดาได้ว่า UCI อาจจะจ่ายทีม Bora จำนวนหนึ่งเพื่อให้เรื่องจบ กลายเป็นดราม่าที่ลากยาวจากเดือนกรกฏาคมมาถึงสิ้นปีเลยทีเดียว

 

04 คนโฉดแห่งปี

จิอันนี มอสคอน (Team Sky) 

ถ้าไม่นับว่าเป็นคนที่ก่อปัญหาเยอะที่สุดในเปโลตองปีนี้ จริงๆ DT อยากจะยกรางวัลนักปั่นดาวรุ่งให้จิอันนี มอสคอน นักปั่นชาวอิตาเลียนวัย 25 ปีจากทีม Sky ครับ เพราะผลงานโดดเด่นหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ Time Trial อิตาลี, ที่ 5 ใน Paris-Roubaix, ที่ 3 ใน Giro d’Lombardia, ที่ 6 ในชิงแชมป์โลก Time Trial และ Top 10 สเตจเรซอีกสองรายการ แถมยังเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของคริส ฟรูมใน Vuelta a Espana ด้วย นักปั่นที่ขี่ได้ดีทั้งทางราบ ทางวิบาก Time Trial และภูเขาอย่างเขามีไม่มาก

แต่ปีนี้เจ้าตัวก่อคดีไว้เยอะ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ไปด่าทอนักปั่นผิวสี เควิน เรซ่า (FJD) ด้วยคำพูดเหยียดเชื้อชาติจนทีม Sky จับแบนห้ามแข่งอยู่หลายสัปดาห์​ พอมาถึงสนามชิงแชมป์โลก Road Race ก็โดนกรรมการสั่งให้ออกจากสนามแข่งกลางคันเพราะเกาะรถทีมดูดกลับเข้ากลุ่มหลังล้มไปก่อนหน้า (คือเข้ากลุ่มได้เร็วเหลือเชื่อ)

จากนั้นไม่นาน มอสคอนก็โดนเซบาสเตียน ไรเคนแบค (FDJ) กล่าวหาว่า เขา “ผลัก” ไรเคนแบคจนล้มคว่ำในสนาม Tre Valli Varesin หลังจากที่ไรเคนแบคพูดถึงเรื่องที่มอสคอนด่าเพื่อนร่วมทีมเขาเมื่อต้นปี ไรเคนแบคถึงกับแจ้งความตำรวจพร้อมเอาเรื่อง

 

05 สนามแข่งวันเดียวแห่งปี

Milan San Remo

Milan-San Remo เป็นสนามแข่งที่ยาวที่สุดในฤดูกาล กับระยะทางเกือบ 300 กิโลเมตร ความสนุกของมันอยู่ตรงที่นักปั่นหลายสไตล์สามารถชนะรายการนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นสายเบรคอเวย์ นักไต่เขา สปรินเตอร์ หรือกระทั่งนัก Time Trial เป็นรายการที่เดาแชมป์ยากที่สุดรายการหนึ่งของปีครับ

ปีนี้สนุกเป็นพิเศษ เกมเริ่มที่เนิน Poggio ทอม ดูโมลาน (Sunweb) ไล่ตั้งความเร็วกะฉีกกลุ่ม แต่ปีเตอร์ ซากาน (Bora) เล่นลูกแอบ เร่งความเร็วโดยไม่ลุกขึ้นยืนปั่น พอเริ่มหลุดกลุ่มได้เล็กน้อย เขายกสปรินต์เต็มที่จนกลุ่มขาด Sky ส่ง เควียทคอฟสกี้ตามและมีจูเลียน อลาฟิลลิป (Quickstep) ห้อยท้ายมาอีกคน ตัวเต็งที่เหลือหลุดกลุ่มตายเกลี้ยง

แต่เกมนี้ซากานเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขาเปิดเกมเป็นคนแรก เขาเป็นสปรินเตอร์ที่เร็วที่สุดในกลุ่ม ซึ่งก็รู้ตัวดีว่าอีกสองคนคงไม่ยอม “ลาก” เขาเข้าเส้นชัยง่ายๆ แน่นอน แถมทั้งคู่ยังมีสปรินเตอร์ตัวจริงในกลุ่มไล่ ใช้เป็นข้ออ้างว่า  “รอเพื่อน” ได้อีกต่างหาก พอลงเขา Poggio จบ กลุ่มหน้านำกลุ่มหลังถึง 17 วินาที โดยเป็นซากานที่รับหน้าที่พากลุ่มยาวไปจนเกือบถึงเส้นชัย

200 เมตรสุดท้าย ซากานจำใจต้องเปิดสปรินต์เป็นคนแรก เควียทคอฟสกี้ไล่ปิดตามสลิปสตรีมและขึ้นแซงที่หน้าเส้นชัยพอดี

เป็นอีกปีที่ซากานชวดแชมป์ MSR ติด Top 10 มาห้าครั้งแต่ยังไม่ชนะสักครั้งเดียว ส่วนเควียทคอฟสกีก็เดินเกมได้สมบูรณ์แบบ คว้าแชมป์ Monument ได้เป็นครั้งแรก

ถ้าซากานย้อนกลับไปเล่นสิบกิโลเมตรได้อีกครั้ง ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเขาจะยอมผ่อนขา บังคับให้คู่แข่งขึ้นนำบ้าง เพราะจริงๆ ทั้งสามคนก็มีเวลานำกลุ่มหลังอยู่พอสมควร ไม่ต้องรีบปิดเกมก็ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น MSR 2017 เป็นเกมคลาสสิคที่สนุกจนวินาทีสุดท้าย และใช้เป็นบทเรียนสอนแทคติคเกมเสือหมอบให้มือใหม่ได้เป็นอย่างดีครับ

 

06 สนามแข่งแห่งปี (Stage Race)

Paris-Nice

ถ้าจะมีสเตจเรซที่ลุ้นจนไม่อยากลุกจากเก้าอี้ ก็ต้องยกให้ Paris-Nice ปีนี้ครับ ที่เซอร์จิโอ เฮนาว (Sky) เอาชนะอัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์ (Trek-Segafredo) ไปด้วยเวลาแค่ 2 วินาทีเท่านั้น

ไฮไลท์อยู่ที่สเตจรองสุดท้าย วันนั้นเฮนาวนำอันดับเวลารวม ส่วนคอนทาดอร์ตามอยู่ +31 วินาที ความพีคเกิดขึ้นเมื่อคอนทาดอร์เริ่มสเตจสุดท้าย โจมตีหนีกลุ่มตามสไตล์เขาไปกับเบรคอเวย์ ซึ่งมีนักไต่เขาตัวโหดสองคน เดวิด เดอ ลา ครูซ (Quickstep) และมาร์ค โซเลอร์ (Movistar)

คอนทาดอร์มีโอกาสคว้าแชมป์รายการถ้าเขาหนีเฮนาวได้มากพอ ระหว่างสเตจ กลุ่มเบรคนำเปโลตองราวๆ 35-40 วินาที คอนทาดอร์เก็บ time bonus ที่จุดสปรินต์กลางสเตจได้ ด้านเฮนาวกับ Sky ก็ไล่บี้แต่จับไม่ทัน สุดท้ายคอนทาดอร์เข้าเส้นชัยเป็นอันดับสองตามหลัง เดอ ลา ครูซ (เสีย time bonus ด้วย) และเฮนาวเข้าเส้น +21 วินาที

ถ้าคอนทาดอร์สปรินต์ชนะ เขาจะได้ time bonus มากพอจะได้แชมป์รายการ เฮนาวก็อุดสุดชีวิตจนเอาชนะได้ด้วยเวลาแค่สองวินาทีเท่านั้น (แนะนำให้ดูรีเพลย์ครับ)

สเตจนี้ทำให้เกิดคำถามว่าถ้าคอนทาดอร์ใช้ Trek Madone 9 เสือหมอบแอโรแทน Trek Emonda SLR ที่เขาใช้แข่ง จะช่วยให้เขาได้สองวินาทีนั้นมาหรือเปล่า!?

 

07 สนามแข่งแห่งปี (Grand Tour)

Giro d’Italia

ในบรรดาแกรนด์ทัวร์ทั้งสามรายการ รายการที่เดาผู้ชนะยากที่สุดทุกครั้งเสมอมักจะเป็น Giro d’Italia ครับ

มันเป็นแกรนด์ทัวร์สนามแรกของปี ที่เราไม่รู้ว่าผู้ท้าชิงฟอร์มเป็นยังไง

สภาพอากาศก็ยังไม่เข้าหน้าร้อนดี ฝนยังตก หิมะยังลง ช่วยเพิ่มความดราม่าให้เกมการแข่งขันเข้าไปอีกโดยเฉพาะในสเตจภูเขา

ถึงจะไม่ใช่สนามที่นักปั่นชื่อดังลงแข่งคับคั่ง แต่มันก็ทำให้เราได้อรรถรสของการแข่งขันจักรยานในแบบที่ Tour de France ให้ไม่ได้ มันมีความดิบ ความเถื่อน ความเซอร์ไพรส์อยู่หลายช็อต

คนที่เซอร์ไพรส์ที่สุดในปีนี้ไม่ใช่ใคร เป็นแชมป์รายการ ทอม ดูโมลาน (Sunweb) นั่นเอง เจ้าตัวบอกก่อนแข่งว่า

“ผมจะดีใจมากๆ ถ้าผมได้แชมป์สักสเตจนึง แค่นั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วครับ”

ใครจะรู้ว่าสองอาทิตย์ผ่านไป เขาจะกลายเป็นผู้นำเวลารวม และถึงจะต้องเจอสถานการณ์ “คับขัน” ระหว่างสเตจ 16 จนเวลาตามหลังคู่แข่งร่วมสองนาที

เจ้าตัวก็ยังพลิกกลับมาเอาชนะแชมป์เก่าสองคน ทั้งวินเชนโซ นิบาลี (Bahrain-Merida) และไนโร คินทานา (Movistar) ด้วยสกิลการปั่น Time Trial ในสเตจสุดท้าย ได้แชมป์รายการ นำอันดับสองถึง +31 วินาที

ไม่ใช่แค่เกม GC ที่สนุกสนาน แม้แต่เกมชิงแชมป์สเตจก็ทำให้เราได้เห็นฟอร์มการสปรินต์ขั้นเทพของ เฟอร์นันโด กาวิเรีย (Quickstep), เสื้อเจ้าภูเขาที่เสร็จมิเคล แลนด้า (Sky) ก็เปลี่ยนมือกันจนสัปดาห์สุดท้าย และยังได้เห็นการรีเทิร์นของทีเจย์ แวนการ์เดอเรน (BMC) ได้แชมป์สเตจจนนำ้ตาตก ดราม่าไปตามๆ กัน

 

08 เลิกแข่งแห่งปี

อัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์ กับชัยชนะบน Alto del Angliru (Vuelta a Espana)

นักปั่นที่คิดจะอำลาวงการส่วนใหญ่มักฝันจะเก็บแชมป์รายการใหญ่ให้ได้ก่อนจะจากสนามไป เราได้เห็นความพยายามของเฟเบียน แคนเชอลารา (2016) และทอม โบเน็น (2017) ที่อยากจะปิดตำนานด้วยการคว้าแชมป์ Paris-Roubaix แต่ก็ชวดทั้งคู่

สะท้อนให้เห็นว่าจะจบเกมแบบสวยๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักปั่นครับ

คอนทาดอร์เองก็เป็นคนที่บอกว่าจะ “เลิกแข่ง” มาสามรอบแล้ว แต่ก็เลิกไม่ได้ อยากจะได้แชมป์แกรนด์ทัวร์ให้ได้อีกสักครั้ง

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อต้องเจอคู่แข่งอย่างคริส ฟรูมและไนโร คินทานา

กระนั้นใน Vuelta ปีนี้ซึ่งเป็นสนามแข่งสุดท้ายของเขา คอนทาดอร์ก็อำลาด้วยชัยชนะที่หล่อโคตรๆ

หลังจากที่เสียเวลารวมตามหลังคู่แข่งหลุดไปเป็นนาที พยายามโจมตีกลุ่มกะทวงเวลาคืนครั้งแล้วครั้งเล่าก็ทำไม่สำเร็จ

ถึงสเตจ 20 คอนทาดอร์ยอมตัดใจ ขอให้ได้แชมป์สเตจก็พอ

แต่เขาเลือกภูเขาที่ชันน่ากลัวที่สุดในรายการเป็นวันอำลา นั่นคือ Alto del Angliru ระยะปีน 12.5 กิโลเมตร ชันเฉลี่ย 10.5% และชันสูงสุด 24% ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาที่ยากที่สุดลูกหนึ่งในสนามแข่งโปรทัวร์

คอนทาดอร์เปิดเกมทิ้งกลุ่มที่กลาง Angliru ซึ่งเป็นเขาลูกสุดท้ายของวัน ออกหนีกลุ่มของคริส ฟรูมและคว้าแชมป์สเตจได้สำเร็จ

“ความเป็นจริงคือมันเป็นวันที่พิเศษมากๆ ครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่วันหนึ่งผมจะต้องเลิกทำสิ่งที่รัก แต่ก็ไม่มีการบอกลาไหนๆ ที่จะยอดเยี่ยมไปกว่าชัยชนะวันนี้อีกแล้ว สุดท้ายแล้วผมได้ทำทุกอย่างที่ผมอยากจะทำแล้วในกีฬานี้…มันเป็น Vuelta ที่สุดยอดจริงๆ ครับถึงผมจะไม่ได้ขึ้นโพเดี้ยมก็ตาม”

เป็นการอำลาวงการที่สมฐานะนักปั่นที่ได้แชมป์แกรนด์ทัวร์เยอะที่สุดในยุคสมัยนี้

 

09 ผู้ช่วยแห่งปี

มิฮาล เควียทคอฟสกี้ (Sky)

ถามว่าทีม Sky น่าอิจฉาขนาดไหน ที่มีนักปั่นระดับแชมป์ Milan-Sanremo มาเป็นเด็กส่งน้ำและหัวลากให้กับคริส ฟรูมใน Tour de France ด้วยความเป็นพ่อบุญทุ่ม มันไม่แปลกที่ลูกทีม Sky ใน Tour นั้นจะแข็งแรงพอเป็นกัปตันทีมให้ทีมอื่นๆ อีกหลายทีม

เควียทคอฟสกี้นั้นแกร่งพอจะออกคว้าแชมป์สเตจได้เองในหลายๆ สเตจครับ แต่ก็ทำหน้าที่เป็นลูกทีมสุดซื่อสัตย์ และปั่นได้ถึงใจมาก เพราะทุกครั้งที่เขาลากทีมบนสเตจภูเขา จะจัดหนักจนตัวเองไม่เหลือแรงปั่นต่อ ยอมจอดพักเลยเหมือนวิดีโอข้างล่างนี้

มันสะท้อนถึงความไม่ถือตัว ไร้อีโก้ และพร้อมจะทำตามเป้าของทีมให้สำเร็จ ไม่มีกั๊กกะเก็บแรงไว้เล่นเอง ทำให้เขาเป็นผู้ช่วยที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับ DT ในฤดูกาล 2017 ครับ

 

10 นักปั่นแห่งปี (Rising Star)

ดีแลน เทิร์นส์ (BMC)

ดูพี่ใหญ่คนดังกันมาแล้วก็มาดูน้องเล็กกันบ้างครับ ปีนี้มีนักปั่นดาวรุ่งที่น่าสนใจ 3 คนในสายตา DT เราพูดถึงไปแล้วคนนึงคือจิอันนี มอสคอน อีกคนคือมิกูเอล โลเปซ (Astana) ที่โชว์สเต็ปเทพไต่เขาเบิ้ลแชมป์สองสเตจใน Vuelta

แต่ทั้งคู่ยังไม่เดือดเท่าคนนี้ ดีแลน เทิร์นส์ ชาวเบลเยียมวัย 25 ปี เด็กปั้นจาก BMC Racing ที่ปีนี้กวาดแชมป์สเตจเรซไปสามรายการ!! มี Tour of Poland, Arctic Race of Norway และ Tour de Wallonnie ซึ่งแต่ละรายการนั้นก็ไม่ใช่ง่ายครับ

ดีแลนเป็นนักไต่เขาที่ปั่น GC ได้ดี เพราะงั้นอนาคตอาจจะขึ้นมาเป็นตัวเต็ง GC คนใหม่ของทีมได้เร็วๆ นี้

 

11 นักปั่นแห่งปี (All Rounder)

อเลฮานโดร วาวเวอเด้ (Movistar)

เป็นที่รู้กันว่าพอนักปั่นอายุเกิน 35 ปี ฟอร์มจะเริ่มตกครับ ความอึดน้อยลง ความสดสู้นักปั่นวัยรุ่นไม่ได้…แต่โลจิคนี้ใช้ไม่ได้กับอเลฮานโดร วาวเวอเด้ นักปั่นโคตรอมตะแห่งวงการจักรยานอาชีพ

ปีนี้วาวเวอเด้อายุได้ 37 ปีแล้ว แต่กลับเป็นปีที่เขาประสบความสำเร็จที่สุดตั้งแต่แข่งมาเลยก็ว่าได้

ผลงานของเขาก็มีหลากหลายจนเกินจะนับ เริ่มจากกวาดแชมป์สเตจเรซในสเปน 4 รายการรวด

Volta a Catalunya, Vuelta Andalucia, Tour of the Basque Country และ Vuelta a Murcia

ตามด้วยแชมป์สนามแข่งวันเดียวอย่าง La Fleche Wallonne และ Liege-Bastogne-Liege

น่าเสียดายว่าเขาล้มขาหักเสียก่อนใน Tour de France ไม่งั้นอาจจะมีติด top 10 และได้ต่องานใน Vuelta a Espana ด้วย

จะหานักปั่นที่แกร่งทั้งสนามแข่งวันเดียวและสเตจเรซในสมัยนี้หาแทบไม่ได้แล้วครับ วาวเวอเด้อาจจะเป็นนักปั่นคนสุดท้ายของเจเนอเรเชันก่อนหน้าที่ยังนิยมลงแข่งตลอดทั้งปีในสนามหลากหลายรูปแบบ แถมยังชนะได้ด้วย เรียกว่ามีของครบเครื่องเป็น all rounder ที่ใกล้จะสูญพันธ์ุเต็มที่ในเปโลตองเจนนี้

 

12 นักปั่นแห่งปี (Classic Specialist)

เกร็ก แวน เอเวอร์มาร์ท (BMC)

สามปีก่อนเรายังติดล้อ GVA ว่าเป็น “ที่สองตลอดกาล”​ อยู่เลย ทุกคนรู้ว่า GVA เป็นคนฝีเท้าดี มีทักษะ แต่ยังจะดูขาดไม้ตายที่ใช้ปิดเกม ทำให้เขาชวดแชมป์แบบหวิดๆ อยู่เสมอ

แต่อย่างที่เขาว่ากัน เวลาคนมัน “มา” มันก็มาครับ สิ่งที่ GVA ขาดดูจะเป็น “รสชาติแห่งชัยชนะ” เพราพอเมื่อเขาได้แชมป์โอลิมปิก Road Race ในปี 2016 GVA ดูเปลี่ยนเป็นคนละคน กลายเป็นนักปั่นที่มั่นใจและเฉียบขาด คุมเกมอยู่ทุกสถานการณ์

เห็นชัดจากผลงานปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของเขา กวาดแชมป์และโพเดี้ยมสนามคลาสสิคทุกรายการ – เขาได้แชมป์ Omloop Het Nieusblad, Gent-Wevelgem, E3 Harelbeke, Paris-Roubaix ได้ที่สองใน Tour of Flanders และ Strade Bianche

ผลงานขนาดนี้จัดว่าเทียบเท่าแคนเชอเลรา และโบเน็นสมัยท็อปฟอร์มครับ

แล้วไม่ได้จบแค่ Cobbled Classics เขายังได้ Top 20 ใน Amstel Gold Race และ Liege-Bastogne-Liege

“ผมตามล่าแชมป์ Monument มานานแล้ว ผมดีใจที่ทุกอย่างมันดูคลิกลงตัวไปหมดในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เป็นผลงานที่น่าจดจำครับ ถึงแม้มันจะผ่านไป 50 ปีผมก็ยังย้อนกลับมาดูได้ว่าเคยเป็นผู้ชนะ Paris-Roubaix”

 

13 นักปั่นแห่งปี (Grand Tour)

คริสโตเฟอร์ ฟรูม (Sky)

รางวัลนี้อาจจะไม่โอเคสำหรับหลายๆ คนโดยเฉพาะหลังที่ฟรูมมีข่าวว่ามียาแก้ภูมิแพ้เกินปริมาณในกระแสเลือด และกำลังติดคดีสืบสวน มีสิทธิโดนริบแชมป์ Vuelta 2017 และเหรียญทองแดงโอลิมปิก Time Trial

แต่สำหรับ DT เราจะไม่ตัดสินนักปั่นจนกว่าเขาจะถูกจับโด้ปอย่างเป็นทางการครับ สถานะของฟรูมตอนนี้ก็ยังไม่ใช่นักปั่นที่ติดคดีโด้ป จนกว่าเขาจะ “อธิบายตัวเอง” ตามกระบวนการไม่สำเร็จ และต้องรับโทษแบน

ด้วยผลงานการคว้าแชมป์ Tour de France ควบ Vuelta a Espana สองรายการรวดปีนี้ มันชัดเจนว่าไม่มีใครจะแข่งแกรนด์ทัวร์ได้ดีไปกว่าเขา เป็นนักปั่นคนแรกในรอบ 40 ปีที่ทำได้ จนกว่า UCI จะตัดสินว่าเขาผิดหรือไม่ผิด เราก็ขอยกรางวัลนักปั่นแห่งปีให้เขาก่อนครับ

สำหรับแฟนๆ จักรยาน คริส ฟรูมเป็นคนที่ชื่นชอบได้ยาก คือไม่ใช่นักปั่นที่มีสเน่ห์ ไม่มีความเท่ห์แบบแบรดลีย์ วิกกินส์ ไม่มีความกวนแบบปีเตอร์ ซากาน ท่าปั่นก็ประหลาด แถมพูดจาก็ดูมีสคริปต์ราวกับทุกอย่างวางแผนไว้เรียบร้อยหมดแล้ว

แต่กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฟรูมเป็นนักแข่งสเตจเรซที่เยี่ยมยอดที่สุดในชั่วโมงนี้

เขาพิสูจน์ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ภาพลักษณ์ภายนอกนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความสามารถที่แท้จริงของเขา

ทุกครั้งที่ฟรูมถูกตำหนิ เขาพร้อมจะรับคำท้า ก่อนปี 2015 เขาถูกต่อว่าว่าเป็นนักปั่นที่บังคับรถไม่เก่ง ลงเขาแบบแหยงๆ ขี้กลัว เขาแก้มือด้วยการโชว์ฟอร์มนอนปั่นบนท่อนอนลงเขาในปี 2016 จนได้แชมป์สเตจและเสื้อเหลืองในวันเดียวกัน

ในปี 2015 เมื่อถูกหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าเขาโด้ปแน่นอนเพราะปั่นขึ้นยอด Mt.Ventoux ได้เร็วระดับเดียวกับอาร์มสตรอง ฟรูมแกชื่อเสียงด้วยการส่งตัวเองเข้าห้องแล็บกลาง เจาะเลือด เทสต์วัตต์ เช็ค VO2Max กันจะๆ ไปเลย (Vo2Max = 84, FTP = 420 วัตต์ = 6.25 w/kg)

เมื่อถูกต่อว่าๆ เขาแข่งเป็นแค่ Tour de France ปีนี้คริส ฟรูมลง Vuelta ต่อทันที และคว้าแชมป์ได้อย่างขาดลอย (เรื่องที่ใช้ยาพ่นนั้นคงต้องว่ากันอีกที)

เกอเรนท์ โทมัส เพื่อนร่วมทีมกล่าวว่า

“ผมไม่เคยเจอนักแข่งคนไหนที่กระหายชัยชนะเท่ากับคริส ฟรูม…ไม่มีใครทนทรมานได้มากกว่าเขาแล้ว”

ปัจจุบันเขาเป็นนักปั่นในเปโลตองคนเดียวที่มีชัยชนะแกรนด์ทัวร์ 5 สนามติดตัว และเป็นคนที่สิบของโลกที่ได้แชมป์สองแกรนด์ทัวร์ในปีเดียวกัน

History 👏🏼 @chrisfroome (📸 @cyclingimages)

A post shared by teamsky (@teamsky) on

เป้าหมายต่อไปของฟรูมคือ Giro d’Italia ต่อด้วย Tour de France ในปี 2018 ยกระดับความท้าทายขึ้นไปอีก  แต่ก่อนจะทำได้ เขาก็ต้องเคลียร์ชื่อตัวเองให้ได้ก่อน

แต่ถึงจะโดนแบนไม่ได้แข่งแกรนด์ทัวร์ในปีหน้า จากผลงานตอนนี้ที่เขามีก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฟรูมเป็นนักแข่งจักรยานที่ร้ายกาจที่สุดในโลก

 

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!