เช็คสเป็ค Chapter 2 AO

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เราได้ไปงานเปิดตัวจักรยาน Chapter 2 AO ที่ประเทศญี่ปุ่น (อ่านว่า เอโอ หรือ อาโอ ก็ได้ แล้วแต่ชอบ) โดย C2 AO นั้นเพิ่งออกสู่ตลาดได้ไม่นาน ทันท่วงทีกับกระแส gravel bike ซึ่งกำลังมาแรงในตอนนี้พอดี พร้อมฟีเจอร์ครบครันสำหรับการผจญภัยไปตามเส้นทางหินกรวดที่ไม่คุ้นเคย

บรรยากาศงานครื้นเครง บ้าบอ และเป็นกันเองตามแบบฉบับ Chapter 2 ทุกประการ นั่นหมายถึงมีคาราโอเกะให้ร้อง มีกับแกล้มให้พร้อม และแน่นอนว่ามี ไมค์ ไพรด์ เจ้าของแบรนด์มาเคลมว่าจักรยานคันนี้ดีที่สุดในโลกด้วยท่าทีทีเล่นทีจริงเหมือนทุกครั้ง

กระแสจักรยานกราเวลก่อตัวขึ้นจากกลุ่มคนที่เหนื่อยหน่ายกับจักรยานถนนในปัจจุบัน ซึ่งนับวันมีแต่จะเคร่งเครียดและมีกฎเกณฑ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ต้องซ้อมสูตรนั้น ต้องแต่งตัวแบบนี้ ต้องลดแรงต้านอากาศให้ได้เท่านี้ ต้องวิ่งไล่ตามตัวเลขบางอย่างจากอุปกรณ์วัดค่าพลัง กลุ่มคนเหล่านั้นตั้งคำถามกับโครงสร้างที่แข็งตึงนี้ แล้วหันหลังให้กับมัน มองหากิจกรรมใหม่บนยานพาหนะสองล้อที่ไม่มีกฎเกณฑ์อีกต่อไป คำตอบของความขบฏนั้นคือจักรยานกราเวล โลกใบใหม่ที่อิสระเสรีและเต็มไปด้วยการผจญภัย

และความไม่มีกรอบเกณฑ์ของจักรยานกราเวลก็เลยเป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้ผลิตจักรยานอย่างมาก จักรยานแบบไหนถึงจะตอบโจทย์วงการที่ไร้ขอบเขตนี้ได้ คำตอบของแต่ละเจ้าก็ต่างกันมาก

ในขั้วหนึ่งคือจักรยานกราเวลที่ซิ่งจ๋า ถอดองศามาจากเสือหมอบเกือบหมด แค่รองรับยางหน้ากว้างพิเศษและดิกส์เบรค ทำให้ปราดเปรียว ว่องไว และมีน้ำหนักเบา จักรยานที่อยู่ขั้วนี้ก็เช่น Cervelo Aspero, Pinarello Grevil, หรือ Trek Domane ซึ่งเป็นจักรยานที่เอาไปลงงานแข่งทางกรวดที่กำลังฮิตที่อเมริกาอย่าง Leadville 100 หรือ Dirty Kanza ได้สบาย

ในอีกด้านตรงข้าม ก็คือจักรยานกราเวลที่ค่อนไปทางจักรยานทัวริ่งและเสือภูเขารวมกัน มีระบบซับแรงกระแทกแบบใช้จุดหมุน มีจุดยึดสัมภาระและอุปกรณ์เสริมรอบคัน รองรับล้อสองขนาดทั้ง 650b และ 700c สมบุกสมบันเหมือนแลนด์โรเวอร์ จักรยานที่อยู่ขั้วนี้ก็เช่น Cannondale Topstone, Lauf TrueGrit, หรือ Trek Checkpoint เป็นต้น จักรยานเหล่านี้เอาไปปั่นทัวริ่งทางลูกรังได้เป็นสัปดาห์ ๆ

ส่วน Chapter 2 AO เลือกอยู่ตรงกลางระหว่างสองขั้วนี้ เลือกที่จะไม่ใช้โช๊คหรือจุดหมุนใด ๆ แต่ใส่ล้อได้สองขนาด ใช้วิธีปรับแต่งความนุ่ม-ความซิ่งได้จากการเลือกขนาดยางและขนาดล้อ แถมมีจุดยึดอุปกรณ์เสริมให้มากเกินพอ (สัก 5–6 จุดได้ เยอะมาก) ความอเนกประสงค์นี้เป็นจุดขายหลักของ C2 AO เพราะความเป็นไปได้แทบไม่จำกัด ปรับแต่งได้ตามความต้องการของเจ้าของทุกอย่าง จะล้อ 650b นุ่มนิ่มก็ดีหรือจะ 700c ปราดเปรียวก็ได้ จะใช้ชุดขับเคลื่อน 1x หรือ 2x ก็ได้ จะติดกระเป๋าเบ็นโตะเล็ก ๆ ไว้ท่อบนใบเดียวเหมือนไตรกีฬาก็ดี หรือจะติดกระเป๋าสัมภาระ 3, 4, 5, 6 ใบเหมือนสายทัวริ่งก็ได้ แม้กระทั่งหลักอาน จะเอาหลักอาน dropper ของเสือภูเขามาใช้ก็ยังได้เลย อีกทั้ง Chapter 2 เวลาขาย ขายเฉพาะเฟรมเซ็ต ยิ่งทำให้เราเลือกองค์ประกอบที่เหลือได้ตามใจทั้งหมด สุดท้ายแล้วคาแรกเตอร์รถจะออกมาเป็นแบบไหนก็ขึ้นกับเจ้าของจริง ๆ

คำว่า AO หมายถึง “โลก” ในภาษาเมารี ชนพื้นเมืองของประเทศนิวซีแลนด์ Chapter 2 เลือกใช้ชื่อนี้ก็เพื่อสื่อถึงการท่องเที่ยวและผจญภัยไปยังพื้นที่และเส้นทางใหม่ ๆ ที่โลกใบนี้รอให้ออกไปสัมผัส และตามสไตล์ Chapter 2 ที่ถูกต้อง ต้องมีดีไซน์เก๋ ๆ ที่จะเห็นก็ต่อเมื่อมองใกล้ ๆ เท่านั้น สำหรับ AO สี Essential Edition ดีไซน์ที่ว่านี้อยู่ใต้ท่อล่าง เป็นรูปเส้นทางในจินตนาการสีฟ้าเขียว และข้างทางเต็มไปด้วยสิ่งที่พบเห็นได้ตามธรรมชาติของนิวซีแลนด์ เช่น ต้นสน แกะ วัว บ้านพักริมทาง เป็นต้น

เฟรม Chapter 2 AO มีจำหน่าย 5 ไซส์ น้ำหนักเฟรมไซส์ M อยู่ที่ 1,180 กรัมเท่านั้น ปัจจุบันมีสองสีให้เลือกระหว่างสีดำ Essential Edition และสีเขียว Limited Edition เฟรมรองรับยางกว้างสุด 47mm เมื่อใช้ล้อ 650b และ 42mm เมื่อใช้ล้อ 700c ที่สำคัญใช้มาตรฐานกะโหลกเกลียวอังกฤษ BSA (เย้!)

หากสนใจ สามารถติดต่อ Chapter 2 Thailand ได้เลยครับ