วัตต์ของแชมป์ Tour de France: ฟรูมเผยผลเลือด วัตต์ และ Vo2Max

Always in Yellow

ตลอดระยะเวลาที่คริสโตเฟอร์ ฟรูม เอซจากทีม Sky กลายมาเป็นนักแข่งแกรนด์ทัวร์อันดับหนึ่งของโลก ด้วยผลงานแชมป์ Tour de France สองสมัยในเวลาไม่ถึงสี่ปี เขาถูกกล่าวหาว่าชัยชนะของเขาไม่สุจริตและมาจากการโด้ป

เพื่อความโปร่งใสและสบายใจของทุกฝ่าย ฟรูมตัดสินใจเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายจากห้องแล็บอิสระและผู้เชี่ยวชาญทางด้านกายภาพ พร้อมเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างสู่สาธารณะ ข้อมูลกายภาพของฟรูม (ซึ่งจัดว่าไม่ธรรมดาครับ) ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ Esquire เมื่อคืนวันที่ 4 ธันวาคม ซึ่งคุณสามารถอ่านได้ที่ ลิงก์นี้ แต่เราสรุปมาให้อ่านกันตรงนี้แล้วครับ

 

ร่างกายของแชมป์แกรนด์ทัวร์

Tour de Frane 2015 stage 9 (9 of 9)

การทดสอบของฟรูมเริ่มวันที่ 17 สิงหาคม ที่ห้องแล็บ GlaxoSmithKline Human Performance Lab ในกรุงลอนดอน ผู้ทดสอบคือนักวิทยาศาสตร์การกีฬาอาวุโส ฟิลลิป เบลล์ และแมท์ เฟอร์เบอร์ นอกจากนี้ยังแพทย์จากสำนักงานต่อต้านการโด้ปแอฟริกาใต้มาสังเกตการณ์ด้วย

แล้วร่างกายของแชมป์ Tour de France สองสมัยเป็นยังไง มาดูข้อมูลกันครับ

ทดสอบยังไง?

นักวิทยาศาสตร์ให้ฟรูมปั่นแบบ Submaximal Effort สองครั้ง (เพิ่มความหนักในการปั่นขึ้นเรื่อยๆ) ครั้งแรกในห้องที่อุณหภูมิสูงและอีกครั้งที่อุณหภูมิต่ำเพื่อหาค่า sustainable power ของเขา ฟรูมต้องทดสอบหาค่า Vo2Max ระหว่างการทดสอบทั้งสองครั้ง

ก่อนการทดสอบ ฟรูมหนัก 69.9 กิโลกรัม (ตอนแข่ง Tour de France 2015 เขาหนัก 67 กิโลกรัม) ใน 69.9 กิโลกรัมนี้ น้ำหนักรวมกล้ามเนื้อ กระดูกและอวัยวะ (lean weight) หนักเป็น 61.5kg และอีก 6.7kg เป็นไขมัน

Vo2Max

Vo2Max test คือการวัดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ออกซิเจนของร่างกาย ว่ามีความสามารถที่จะดึงออกซิเจน จากอากาศ มาผสมกับเลือดเพื่อส่งไปยังกล้ามเนื้อต่างๆได้สูงสุดแค่ไหน โดยทางทฤษฎี คนที่มีค่า VO2 Max มาก แสดงว่ามีความสามารถในการออกกำลังการแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic exercise) ได้ดีกว่า ดังนั้น ค่า VO2 Max จึงใช้เป็นตัวบ่งชี้ระดับความฟิตของร่างกายได้ โดยทั่วไปจะใช้เป็นตัวบ่งชี้ระดับความทน (ความอึด: Endurance performance)

  • ค่า Vo2Max ของฟรูมจากการทดสอบได้ 84.6 แต่ถ้าลองคิดจากน้ำหนักตัวของเขาตอนแข่ง TDF แล้วจะออกมาที่ 88.2
  • เป็นค่าที่ใกล้เคียงกับแชมป์ TDF คนก่อนๆ แต่ยังไม่เท่าเกร็ก เลอมองด์ (แชมป์ 3 สมัย)​ ที่ได้ 92.5
  • คนส่วนใหญ่มีค่า Vo2Max ไม่เกิน 40-50
  • นักวิทยาศาสตร์ที่ทดสอบฟรูมบอกว่า “Vo2Max ของฟรูมอยู่ในระดับสูงสุดที่มนุษย์จะทำได้แล้ว”

 

Power

แชมป์ Tour de France ออกแรงต่อเนื่องได้กี่วัตต์?

  • ค่า Sustained Power หรือวัตต์ที่ฟรูมสามารถเลี้ยงได้ในระยะเวลา 20-40 นาทีอยู่ที่ 419 วัตต์ และวัตต์สูงสุด (Peak Power) ในการทดสอบได้ 525 วัตต์
  • จากค่า Sustained power (ใกล้เคียงกับ FTP) ที่ 419 วัตต์ และน้ำหนักตัว 67 กิโลกรัม คิดเป็น 6.25 w/kg
  • ผู้ทดสอบเชื่อว่าฟรูมสามารถปั่นระดับ 6.25 w/kg ได้นานเกิน 20 นาทีแน่นอนโดยไม่ต้องอาศัย “ตัวช่วย”​อย่างสารโด้ปต่างๆ
  • ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตณ์เชื่อว่าค่า w/kg สูงสุดที่นักปั่นจะทำได้ไม่น่าจะเกิน 5.8 w/kg ถ้าเกินกว่านี้จัดว่า “น่าสงสัย”​
  • เมื่อเทียบกับข้อมูลผลทดสอบของฟรูมในปี 2007 ที่เขาเทสต์ใน UCI World Cycling Center ตอนนั้นฟรูมมีค่า Vo2Max ที่ 80.2 แต่น้ำหนักตัวตอนทดสอบมากถึง 75.6 กิโลกรัม และเป็นไขมันถึง 16%  ตอนนั้นเขาก็มีค่า Sustained power สูงถึง 420 วัตต์
  • นั่นคือ ค่าวัตต์ของฟรูมแทบไม่เปลี่ยนแปลง แต่เขาลดน้ำหนักลงร่วม 8 กิโลกรัม แต่ยังรักษาวัตต์ 419-420 ได้เหมือนเดิม

 

ผลเลือด 

  • นอกจาก Vo2Max และ Sustained power แล้ว ฟรูมยังทดสอบผลเลือดด้วยด้วย
  • จากการเจาะเลือดพบว่า ค่า haemoglobin (เซลล์เม็ดเลือดแดง) ของฟรูมอยู่ที่ 15.3 กรัมต่อลิตร (g/l)
  • ค่า Reticulocyte ที่ 0.72% จากเซลล์เม็ดเลือดแดงทั้งหมด
  • Off-Score อยู่ที่ 102.1 (ค่าปกติควรอยู่ที่ 80-112)
  • แพทย์ผู้ทดสอบยืนยันว่าไม่ผลเลือดที่ได้นั้นปกติดี

 

ฟรูมเก่งเหนือมนุษย์หรือเปล่า?

  • ค่า Vo2Max ของฟรูมไม่ต่างจากแชมป์แกรนด์ทัวร์ในอดีตสักเท่าไร ไม่ได้มากจนน่าตกใจ แต่ก็ไม่น้อยจนน่าสงสัยว่าเขาใช้ตัวช่วยพิเศษเพื่อคว้าแชมป์
  • อย่างไรก็ดี ผลเลือดของฟรูมที่เปิดเผยออกมานั้นมี data point น้อยเกินไป และมาจากปีนี้เท่านั้น เพื่อให้การทดสอบครบถ้วน 100% และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาได้จริงๆ ฟรูมต้องปล่อยข้อมูลผลเลือดในปีก่อนๆ ด้วย โดยเฉพาะในปี 2011 ที่เขาขึ้นโพเดี้ยม Vuelta และโชว์ฟอร์มการไต่เขาแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
  • ถ้ามีข้อมูลการวินิจฉัยและการรักษาโรคพยาธิใบไม้ในเลือด (Billharzia) และโรคภูมิแพ้ของเขาด้วยจะยิ่งดี เพราะฟรูมและทีม Sky อ้างว่าเหตุผลที่เขาฟอร์มไม่ดีก่อนปี 2011 ก็เพราะพยาธิในเลือด
  • โดยสรุปแล้ว เป็นข้อมูลการทดสอบที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ แต่ไม่ได้ยืนยันมากไปกว่าว่า ฟรูมมีศักยภาพร่างกายที่จะคว้าแชมป์แกรนด์ทัวร์
  • ถึงแม้ข้อมูลที่ฟรูมให้จะยังไม่ครบองค์ดี แต่มันก็มากกว่านักแชมป์แกรนด์ทัวร์คนไหนๆ ในโลกที่ยอมออกมาทดสอบและเปิดเผยแบบนี้ ฟรูมบอกว่าเดี๋ยวจะมีเปเปอร์เกี่ยวกับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเขาที่ละเอียดกว่านี้ตามมาให้อ่านกันทีหลัง
  • สำหรับผู้ชมที่สงสัย ข้อมูลจากวันนี้ก็ไม่น่าจะช่วยให้เขาหายสงสัยอยู่ดี ฟรูมยอมรับว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไร จะโปร่งใสแค่ไหน หรือจะทดสอบอีกกี่ครั้ง ก็ยังต้องมีคนสงสัยตั้งแง่กับเขา

“ผมรู้ว่าว่าผมต้องพยายามแค่ไหนถึงจะมายืนตรงจุดนี้ได้ ผมพูดได้เต็มปากว่าผมชนะอย่างใสสะอาด ผมไม่เคยทำผิดกฏ ผมไม่เคยโกง ผมไม่เคยใช้สารโด้ปพิเศษที่ไม่มีใครรู้จัก ผมมั่นใจว่าชัยชนะผมจะไม่ถูกขีดฆ่า ในอีก 10 ปี จะไม่มีใครพูดว่า “อ๋อ ความลับของเขาคืออย่างนี้นี่เอง” ไม่มีความลับอะไรให้เปิดเผยครับ”

  • ถึงฟรูมจะอยากพิสูจน์ตัวเองแค่ไหน แต่เขาก็ทำได้แค่ระดับหนึ่ง เพราะทางต้นสังกัดทีม Sky ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะ Power data ซึ่งถ้าคู่แข่งได้ข้อมูลไป อาจจะนำมาวิเคราะห์จนหาจุดแข็งจุดอ่อนของทีมได้เลย
  • สิ่งที่เราจะปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ทั้งฟรูมและนักปั่นอาชีพยุคใหม่ล้วนแข็งแรงมากกว่านักปั่นสมัยก่อน ด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยให้พวกเขาข้ามขีดจำกัดที่เราเคยคิดว่า “เป็นไปไม่ได้” (เช่นความเชื่อที่ว่าเพดานความสามารถนักปั่นอยู่ที่ไม่เกิน 5.8 w/kg ถ้าเกินกว่านี้ถือว่าโด้ป…)

อ่านการทดสอบตัวเต็มของฟรูมได้ที่ Esquire

บทวิเคราะห์เพิ่มเติมจาก Velonews, Cyclingtips, Cyclingnews, Cyclingweekly

By เทียนไท สังขพันธานนท์

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Leave a comment

Your email address will not be published.