ฟูลก์แซง, Astana, หมอโด้ปแลนซ์ อาร์มสตรอง และการสังหารด้วยศาลเตี้ย

เมื่อข่าวลือเรื่องการโด้ปเชื่อมโยงมากกว่าแค่นักกีฬาและทีม

ลองจินตนาการเล่นๆ ว่า

ปีที่แล้วเป็นปีที่คุณประสบความสำเร็จที่สุดในงานที่คุณทำและรัก ทุกอย่างกำลังไปได้สวย คุณได้โบนัสก้อนโต เพื่อนร่วมงานก็ช่วยเหลือดีมาก

ที่ผ่านมาหลายๆ อย่างในงานของคุณอาจจะไม่ลงตัวสักเท่าไร รุ่นน้องที่เข้ามาร่วมงานก่อนแซงหน้าคุณไปในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลงานชิ้นใหญ่ ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้เพิ่มค่าตอบแทน แต่คุณก็ยังเชื่อมั่นว่าวันของคุณจะมาถึง โปรเจ็คที่คุณนำอยู่จะโดดเด่นกว่าใครๆ ในบริษัทแน่ๆ

คุณเดินช้าสักหน่อย แต่คุณไปถึงยอดที่สูงกว่าคนอื่นๆ นี่คือปีที่ดีที่สุดของคุณ🏔

.
.
.

จากวันนั้นไม่นาน คุณตื่นเช้าขึ้นมา เตรียมตัวไปทำงาน เปิดเช็คข่าวในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทคุณ

สิ่งที่เจอเช้านี้ เป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณอยากจะอ่าน ชื่อของคุณอยู่บนเว็บไซต์ข่าวใหญ่ของประเทศ มีคำกล่าวหาว่าคุณร่วมทุจริตกับอดีตนักต้มตุ๋นชื่อดังระดับโลก ทุกอย่างดูคลุมเครือไปหมด โทรศัพท์คุณดังไม่หยุด ทุกคนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และสื่อต่างๆ ต้องการคำตอบ

🔥

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับจาค็อบ ฟูลก์แซง นักปั่นชาวเดนมาร์กวัย 34 ปีที่สังกัดทีม Astana เมื่อวานนี้

เว็บไซต์ DR, Politiken และ VG สามสำนักข่าวใหญ่ของประเทศในแถบสแกนดิเนเวียออกข่าวว่า ได้รับเอกสาร “รายงาน” จาก Cycling Anti-Doping Foundation (CADF) หรือองค์กรต่อต้านการโด้ปของวงการจักรยานอาชีพ – ว่า นายแพทย์ มิเคลลี เฟอร์รารี ช่วยออกแบบโปรแกรมการใช้สารโด้ปให้ฟูลก์แซงตลอดฤดูกาล 2019 และอเล็กซีย์ ลุตเซงโก้ เพื่อนร่วมทีม Astana ก็อาจจะใช้บริการจากเฟอร์รารีด้วย

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น สำนักข่าวจักรยานแทบทุกหัวก็รายงานเรื่องนี้

มิเคลลี เฟอร์รารี ชื่อนี้น่าจะคุ้นเคยดีสำหรับคนที่ติดตามวงการจักรยานอาชีพมานาน เขาคือหมออิตาเลียนที่เป็นอดีตคนสร้างโปรแกรมโด้ปทั้งหมดให้กับทีม US Postal ของแลนซ์ อาร์มสตรอง และปัจจุบันถูกแบนตลอดชีวิตห้ามไม่ให้มีส่วนร่วมกับกีฬาใดๆ ทั้งสิ้น ทีม หรือ นักกีฬาที่ถูกพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาก็จะถูกสั่งแบนห้ามลงแข่งขันเป็นเวลาสองปีเต็ม

รายงานจาก CADF ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าเฟอร์รารีอาจจะจัดโปรแกรมโด้ปให้นักปั่นทีม Astana อย่างลับๆ มาสักพักแล้ว

วันเดียวกัน ทีม Astana, ฟูลก์แซง และลุตเซงโก้ ออกมาพูดว่าพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเฟรอ์รารี ไม่ได้โด้ป และไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งสิ้น รายงานของ CADF อ้างอิงจากข่าวลือ และไม่ใช่รายงานอย่างเป็นทางการจากทาง UCI ส่วนเฟอร์รารีเองก็ออกมาบอกในเว็บไซต์ของเขาว่า เขาไม่ได้ยุ่งกับวงการนักปั่นอาชีพมาเป็นสิบปีแล้ว ไม่เคยเจอฟูลก์แซง ไม่เคยเจอลุตเซงโก้ เลิกยุ่งกับทีม Astana มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 90s

เมื่อทางสำนักข่าวติดต่อกลับไปทาง CADF ว่าได้รับข้อมูลพวกนี้มาจากไหน ทาง CADF ขอไม่ให้รายละเอียด เพราะ “ยังอยู่ในกระบวนการสืบสวน”

ฟูลก์แซงกับผลงานแชมป์ Liege-Bastogne-Liege 2019

ผมอ่านข่าวนี้ตอนเช้าเมื่อวาน สิ่งแรกที่นึกเลยคือ ชิบหายละ Astana อีกแล้วเหรอ? คือทีม Astana เนี่ยมีประวัติเยอะครับ เป็นทีมเก่าแก่ที่อยู่มานาน แน่นอนว่าผ่านยุคสมัยที่มีการโด้ปหนักๆ และตัวผู้จัดการทีมคนปัจจุบันเอง – อเล็กซานเดอร์ วิโนคูรอฟ ก็เคยสารภาพว่า “ใช้บริการ” กับเฟอร์รารี และเคยรับโทษแบนเพราะการโด้ป

ในปี 2014 แม็กซิมและวาเลนติโน อิกลิงสกีย์ สองพี่น้องนักปั่นทีม Astana ถูกตรวจพบว่าใช้ EPO ในการแข่งขัน และต้องรับโทษแบนห้ามลงแข่งขันสองปี ผลการตรวจโด้ปครั้งนั้นทำให้ทีมถูกจับตามองและโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องการโด้ปเป็นพิเศษ

เรียกได้ว่าถ้าคุณเป็นนักปั่นอาชีพ การจะตัดสินใจย้ายเข้าทีม Astana เป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก และทีมอาจจะต้องจ่ายแพงเป็นพิเศษเพื่อดึงดูดนักปั่นชื่อดัง นักปั่นอย่างวินเชนโซ นิบาลี ที่คว้าผลงานแชมป์ให้ Astana หลายรายการ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกกาเครื่องหมายดอกจันไว้ท้ายชื่อสนามที่เขาชนะระหว่างที่สังกัดทีมนี้

ทีมใช้เวลาหลายปีในการกู้ชื่อเสียง และปั้นนักปั่นชุดใหม่ๆ ที่ต่างก็ทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2019 ทีม Astana มียอดชัยชนะเป็นรองแค่ Quickstep, Jumbo-Visma, และ Bora-Hansgrohe โดยเฉพาะฟูลก์แซง ที่สร้างผลงานที่ดีที่สุดตั้งแต่เคยแข่งมา เขาชนะรายการใหญ่อย่าง Tirreno-Adriatico, Liege-Bastogne-Liege แถมยังได้โพเดียม Amstel Gold Race, Fleche Wallonne และ Strade Bianche

แต่เคสนี้ก็มีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่หลายอย่างครับ

👉 CADF นี่จริงๆ แล้วเป็นหน่วยงานอิสระ ที่ทาง UCI outsource ออกไปอีกที UCI ถึงกับออกมาสร้างระยะห่าง บอกว่า ยังไม่ได้รับรายงานอะไรจาก CADF แต่มันมีประเด็นทางการเมืองตรงที่ UCI มีแผนจะยุบ CADF และไปใช้หน่วยงานต่อต้านการโด้ปกลาง (International Testing Agency) ที่จัดตั้งโดยคณะกรรมการโอลิมปิก ที่จะเป็นหน่วยกลางในการตรวจสอบเรื่องการโด้ปของนักกีฬาอาชีพในทุกๆ วงการ ไม่ใช่แค่จักรยานอย่างเดียว

เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการรวมศูนย์ใช้ทรัพยากรร่วมกันซึ่งน่าจะทำให้ประสิทธิภาพการสืบสวนและตรวจจับดีกว่าเดิม แต่ขณะเดียวกันก็หมายความว่า CADF จะตกงานทั้งทีมด้วย

👉 ถ้าเป็นการสืบสวนที่ยังไม่เสร็จสิ้น ทำไมถึงมีข่าวรั่วออกมาจาก CADF แบบนี้ได้? โดยเฉพาะตอนนี้ที่ยังไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน มากไปกว่าแค่ข่าวลือ ไม่มีแม้กระทั่งภาพถ่ายที่บอกว่าฟูลก์แซงนัดเจอกับเฟอร์รารี ถ้าทางหน่วยงานสืบสวนต้องการจะมัดตัวคนผิด ข่าวไม่ควรจะรั่วเพราะจะทำให้ผู้ต้องสงสัยไหวตัวได้ทัน คล้ายๆ จะบ่งบอกว่าทาง CADF เองทำงานไม่รัดกุม หรือมองในอีกมุมก็อาจจะเป็นไปได้ว่ามีคนตั้งใจปล่อยข่าวจากภายใน

การปล่อยข่าวแบบนี้หวังผลได้สองแบบ 1. ทำให้ CADF ดู “เอางานเอาการ” ว่าเนี่ย กำลังจับตาหมอโด้ปชื่อดังและนักปั่นที่เก่งเกินคาดในปีที่ผ่านมา หรือ 2. ทำให้ CADF ดูห่วย ว่าข่าวรั่วออกมาแบบนี้ก็ไก่ตื่นหมด จะไปจับใครได้

👉 สำนักข่าว Politiken และ DR เป็นสื่อระดับชาติที่น่าเชื่อถือ (ไม่ใช่พวกแทบลอยด์) ปกติแล้วเวลารายงานอะไรจะบอกที่ไปที่มาของแหล่งข้อมูล หรือได้ข้อมูลมาอย่างไร แต่ในเคสนี้ไม่มีที่มา และยังไม่ยอมเปิดเผย “รายงาน” ที่ได้รับมาด้วย ว่าได้มาแค่บางส่วน หรือทั้งหมด

👉 สรุปคือข้อมูลที่เรามีตอนนี้ก็ยังเป็นแค่ข่าวลือที่พิสูจน์อะไรไม่ได้ แม้แต่ผลเลือดของฟูลก์แซงและลุตเซงโก้ก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติกไม่งั้นเราคงได้ยินกันนานแล้ว เพราะนักปั่นที่เป็นแชมป์รายการเยอะๆ จะถูกตรวจโด้ปมากกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ

👉 อีกอย่าง ฟูลก์แซงเองที่อยู่ในช่วงอายุฝั่งขาลงของอาชีพนี้ ไม่น่าจะโง่พอที่จะเสี่ยงอาชีพตัวเองด้วยการทำงานกับหมอโด้ปที่ฉาวที่สุดในโลก และเฟอร์รารีเอง ถึงจะเคยจัดโด้ปให้นักปั่นระดับแลนซ์ก็ฉลาดพอที่ไม่น่าจะไปทำตัวให้ถูกพบเห็นกับนักปั่นอาชีพในเปโลตองตอนนี้ เพราะเขาเองถูกตำรวจจับตามองอยู่ตลอดเวลา การจะไปรับงานเพิ่มก็เสี่ยงคุกมากๆ

👉 ทีม Astana ที่มีรัฐบาลคาซัคสถานเป็นสปอนเซอร์ก็น่าจะเข็ดกับคดีโด้ปต่อเนื่องด้วย ถ้าครั้งนี้โดนเล่นอีกก็ยุบทีมแน่นอน รวมแล้วทางฝั่งผู้ถูกกล่าวหามีข้อเสียเกินประโยชน์ที่ได้จากการโด้ปไปเยอะทีเดียวครับ

👉 เรื่องนี้เองก็ดูจะสะดวกไม่น้อยสำหรับฝั่งผู้ปล่อยข่าว เพราะอย่างที่รู้กัน Astana เป็นทีมมีประวัติ และฟูลก์แซงเองก็เพิ่งจะผ่านปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดมา ทุกอย่างดูลงตัวมาก และสาธารณะก็พร้อมจะเชื่อเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว จากที่ทีมมีประวัติไม่ดีมาก่อน

อเล็กซานเดอร์ วิโนคูรอฟ ผู้จัดการทีม Astana คนปัจจุบันที่ตัวเองก็มีคดีอยู่ไม่น้อย

ถ้าเคสนี้เป็นเกมการเมืองระหว่างองค์กรนานาชาติ ทั้งฟูลก์แซงและ Astana ก็เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ซวยสุดๆ

เวลามีข่าวเรื่องการโด้ปออกมา ผมจะถือกฏ Innocent until proven guilty เสมอ (เป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะถูกพิสูจน์โดยปราศจากข้อสงสัยว่ามีความผิดจริง) ไม่มีใครอยากถูกกล่าวหาลอยๆ อย่างวันนี้ ฟูลก์แซงและ Astana ยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าทำผิด แต่ข่าวลบ ชื่อเสียเกิดขึ้นแล้ว ถ้าผิดจริงก็ว่ากันไปตามหลักฐาน แต่ถ้าไม่ผิดขึ้นมา ใครกู้ชื่อเสียงคืนให้เขาได้บ้าง?

ผมนึกถึงเคสของโรมัน ครอยซิเกอร์ ที่ตอนแรก UCI สั่งแบนเขาเพราะพบ “ความผิดปกติ” ในผลเลือด และ “มีความเป็นไปได้สูงที่นักกีฬาปกปิดความผิด” ครอยซิเกอร์และทีมเชื่อว่าตัวเองบริสุทธิ์ และขออุทธรณ์ผลตัดสินของ UCI ผ่านศาลกีฬาโลก สุดท้าย UCI ดรอปเคส ห้าวันก่อนขึ้นศาล ด้วยเหตุผลบรรทัดเดียวว่า “ได้หลักฐานมาใหม่ที่เชื่อว่าไม่จำเป็นต้องสืบสวนเพิ่มเติม”

เคสนั้นทำให้ทีม Tinkoff-Saxo เสียโอกาสใช้นักปั่นที่ฝีเท้าที่ระดับหัวแถวของทีมในหลายๆ สนาม ทั้งๆ ที่จ่ายค่าจ้างไปแล้ว และนักกีฬาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ผลคือครอยซิเกอร์เองก็เสียโอกาสในการแข่ง มูลค่าตัวเองในตลาดก็ถูกลดเพราะเคยถูกสืบสวน ก็ดูจะเป็นความอ่อนหัดในระบบตรวจสอบของ UCI ที่ทำให้ทั้งนักกีฬา และทีม เสียภาพลักษณ์และโอกาสในการแข่งขัน

ส่วนเคสของฟูลก์แซงนี้ยังอยู่แค่ที่ CADF, UCI เองก็รู้งานออกมาสร้างระยะห่างก่อนเลยว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็คงไม่อยากเจอข่าวเสียเหมือนคดีของครอยซิเกอร์นั่นล่ะครับ

อ้างอิง:
https://politiken.dk/sport/cykling/art7634811/Secret-report-connects-Jakob-Fuglsang-with-infamous-banned-doping-doctor

https://www.cyclingnews.com/news/jakob-fuglsang-allegedly-connected-to-banned-doping-doctor-ferrari/

https://inrng.com/2020/02/astana-again/