ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ การแข่งขัน Hammer Series จะปิดฉากลงด้วยสนามสุดท้ายที่ฮ่องกงครับ

การแข่งขัน Hammer Series เป็นนวัตกรรมของ Velon ซึ่งเป็นสมาพันธ์ที่ก่อตั้งโดยทีมจักรยานอาชีพระดับ WorldTeam เพื่อคิดค้นหาโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ให้วงการจักรยานอาชีพและเพื่อหารายได้มาแบ่งกันระหว่างทีม ทั้งนี้ก็เพื่อความยั่งยืนของทีมสมาชิก ช่วยลดโอกาสที่ทีมจะถูกยุบแล้วก็ตั้งใหม่ วนเวียนกันเหมือนเป็นเพียงของเล่นของคนมีเงิน

สำหรับที่มา รูปแบบการแข่งขัน และวิธีการนับคะแนนของ Hammer Series สามารถย้อนอ่านได้จากบทความนี้ครับ

I. Hammer Series คือทัวร์นาเมนต์อย่างหนึ่ง

ในปี 2018 นี้ Hammer Series ถูกจัดขึ้นเป็นปีที่สองและได้รับผลตอบรับดีเกินคาด มีใครยังจำที่ Team Sky เฉือนสปรินต์ Team Sunweb ด้วยจักรยาน time trial ได้อยู่ไหมครับ? ตอนนั้นลุ้นจนเหนื่อย

รูปแบบการแข่งของ Hammer Series นั้นคล้ายทัวนาเมนต์หรือลีกของกีฬาอื่น ๆ ยิ่งกว่าการแข่งใด ๆ ในวงการจักรยาน คือแต่ละทีมจะต้องเก็บสะสมแต้มจากแต่ละสนามไปเรื่อย ๆ ใครที่แต้มรวมมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะ

Hammer Series แข่งกัน 16 ทีม โดยทีมที่เป็นสมาชิกของ Velon และทีมที่ได้รับเชิญอีกจำนวนหนึ่ง คนชนะชนะเป็นทีมเท่านั้น ไม่มีการให้รางวัลรายบุคคล หนึ่งเมืองแข่ง 3 รายการ เรียกว่า Hammer Climb, Hammer Sprint และ Hammer Chase จากนั้นก็เดินทางไปแข่งเมืองอื่น ๆ ต่อไปพร้อมคะแนนรวมที่เก็บได้ แต่ละทีมส่งนักปั่นมา 5–7 คน/สนาม สลับตัวกันลงในแต่ละรายการย่อยได้

หัวใจของการแข่ง Hammer Series คือ Hammer Chase ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายของสนาม คะแนนที่แต่ละทีมจะเก็บออกไปจากสนามหนึ่ง ๆ จะมาจาก Hammer Chase เท่านั้น ส่วน H. Sprint และ H. Climb นั้นมีไว้จัดอันดับการปล่อยตัวในรายการ Chase อีกทีหนึ่ง เหมือนกับมีโหมโรงแล้วก็มีไคลแมกซ์อยู่ตอนจบนั่นเองครับ

สำหรับ Hammer Series 2018 นี้ประกอบด้วย 3 สนาม คือสนามสตาวังเกอร์ในนอร์เวย์ สนามลิมเบิร์กในเนเธอร์แลนด์ สองสนามนี้แข่งไล่ ๆ กันไปเมื่อกลางปี (ปลายพ.ค. – ต้นมิ.ย.) แล้วก็เว้นข้ามมาแข่งสนามสุดท้ายที่ฮ่องกงในวันอาทิตย์นี้แล้วครับ

II. รูปแบบการแข่งขัน

การแข่ง Hammer Series สนามฮ่องกงนั้นแข่งวันเดียวจบ รวบรัดกว่าสนามยุโรปที่แข่งกัน 3 วัน โดยรวบเอา Hammer Sprint กับ Hammer Chase มาไว้ในวันเดียวกัน และตัด Hammer Climb ออก

เส้นทางที่ใช้คือการปิดถนนย่านจิมซาจุ่ยแข่ง !!

ทั้ง Hammer Sprint และ Hammer Chase ใช้เส้นทางเดียวกัน โดยจะแข่งกันเป็นเซอร์กิตเรซตลอดแนวถนน Salisbury Road ตั้งแต่ฝั่ง Nathan Road ไปจนถึงบริเวณสถานี MTR Hung Hom และมีวนลูปเข้ามาใน Mody Road เล็กน้อย รวมแล้วหนึ่งรอบเซอร์กิตมีระยะทาง 4.3 กม. ทั้งหมดทั้งมวลนี้โดยมีฉากหลังเป็น Victoria Harbour อันเป็นเอกลักษณ์ตลอดกาลของฮ่องกง

สำหรับ Hammer Sprint นั้นเป็นการแข่งลักษณะพอยต์เรซในสนามลู่ โดยใช้จักรยานเสือหมอบแข่งสิบรอบสนาม ทุก ๆ รอบจะมีคะแนนให้เป็นลำดับลดหลั่นกันไปสำหรับ 10 คนแรกที่เข้าเส้น (100, 81, 66, 53, 43, 35, 28, 23, 19 และ 15 คะแนน) คะแนนที่ได้จะเข้าทีม ไม่ได้เข้าคน เช่นถ้าที่ 1 กับ ที่ 2 มาจากทีมเดียวกัน ทีมนั้นก็ได้ 181 คะแนนไปเลยใน lap นั้น นอกจากนี้ ใน lap ที่ 3, 6, 10 นั้น คะแนน x2 ครับ

ทีมที่ได้คะแนนรวมจาก Hammer Sprint มากที่สุด จะได้เริ่มแข่ง Hammer Chase ก่อนเป็นทีมแรก จากนั้นทีมลำดับถัด ๆ มา จะทยอยปล่อยตัวเป็นลำดับตามเวลาดังนี้

ที่ 1: ปล่อยตัว
ที่ 2: +30”
ที่ 3: +55”
ที่ 4: +1’15”
ที่ 5: +1’30”
ที่ 6: +1’45”
ที่ 7: +2’00”
ที่ 8: +2’15”

Hammer Chase คือการแข่ง team time trial ด้วยนักปั่น 5 คนบนจักรยาน TT 5 คัน แข่งบนเซอร์กิตจิมซาจุ่ยพรอมินาดเช่นเดียวกับ Hammer Sprint แต่วนแค่ 5 รอบ แล้วตัดสินผู้ชนะโดยเอาทีมที่เข้าเส้นทีมแรกเหมือนโร้ดเรซ ไม่ได้นับเวลาเหมือน TT

จากระดับ handicap ข้างต้นจะเห็นได้ว่าทีมที่ได้ที่ 1 จาก Hammer Sprint จะได้เปรียบมาก เพราะได้ออกก่อนทีมอื่นถึง 30 วินาที จากนั้นระยะ handicap ระหว่างทีมจะค่อย ๆ ลดลงจนเหลือ 15 วินาที ที่ผ่านมา ทีมที่ 4–8 สุดท้ายมักมารวมกันเป็นเปโลตองเพราะ 15 วินาทีนี่ตามกันทันได้ไม่ยาก

ลำดับการเข้าเส้นของแต่ละทีม ตัดที่คนที่ 4 ของทีมนั้น ทีมที่เข้าลำดับ 1–10 ของรายการ Hammer Chase จะได้ 100, 81, 66, 53, 43, 35, 28, 23, 19 และ 15 คะแนนตามลำดับ

III. สกอร์บอร์ดในปัจจุบันและพรีวิวตัวเต็ง

จากสนามสตาวังเกอร์และสนามลิมเบิร์กที่ผ่านมา ทีมที่มีคะแนนนำตอนนี้คือ Mitchelton-Scott ด้วยผลงานที่ 1 ในสนามแรกและที่ 2 ในสนามสอง ทำให้มีคะแนนรวมนำอยู่ที่ 181 คะแนน ส่วนอันดับสองคือ QuickStep Floors ที่ 153 คะแนน ถัดจากนั้นมาเป็นอันดับสาม สี่ และห้าที่มีคะแนนไล่เลี่ยกันคือ BMC Racing, LottoNL-Jumbo, และ Team Sunweb ที่ 109, 101, และ 100 คะแนน ตามลำดับ

ด้วยระบบการเก็บแต้มแล้ว ลำดับโพเดี้ยมคงไม่พ้นห้าทีมนี้ที่จะขับเคี่ยวกันที่ฮ่องกงพรุ่งนี้ ตัวเต็งแชมป์รายการคงหนีไม่พ้น Mitchelton-Scott ที่เรียกว่าแทบจะส่ง A-Team มาโดยอาศัยความได้เปรียบตรงมีนักกีฬาที่แข่งลู่หลายคน เลยส่งตัวแรงสนามลู่มาพร้อมกับสปรินเตอร์ คือมี แซม บิวลี กับ คาเมรอน เมเยอร์ เป็นตัวเพอร์ซูต์ (สำหรับ Chase) และหวังให้โรเจอร์ คลูเกอร์, ลูกา เมซเก็ค, และแมตเทโอ เทรนทิน เป็นตัวสปรินต์ (สำหรับ Sprint)

อย่างไรก็ดี ที่สองคือ QuickStep Floors ก็ส่งตัวเก๋าอย่าง ฟิลลิป จิลแบร์ และดรีส์ เดเวนินส์ ซึ่งสามารถแย่งแต้มในรอบ Sprint ด้วยการเบรคอเวย์ได้ รวมทั้ง มักซ์ ชัคมันน์ สปรินเตอร์ตัวแรงของทีมมาเพื่อแย่งเส้นใน lap ที่จบด้วยการสปรินต์ได้เช่นกัน ดังนั้นทีม Wolfpack คงชิงแต้มใน Sprint ได้มากพอจะออกสตาร์ทเป็นลำดับต้น ๆ ใน Chase ได้อย่างแน่นอน

น่าเสียดายที่ BMC Racing อันดับสามส่งนักกีฬามาเพียง 5 คน ไม่มีสปรินเตอร์มาด้วย และไม่สามารถเปลี่ยนตัวระหว่างรายการได้ ถึงมีริทชีย์ พอร์ต แต่ริทชีย์ก็เป็นตัวไต่เขาที่เพิ่งบาดเจ็บมา (เน้นว่าพรุ่งนี้ไม่มี Hammer Climb เหมือนสนามก่อน ๆ) ทางทีมคงฝากความหวังไว้กับ สเตฟาน คึง กับ ไมลส์ สก็อตสัน ซึ่งปั่น TT ได้ดีระดับท็อป ๆ ของวงการเพื่อไล่ปิดแก็ปในรายการ Chase มากกว่า

ในแง่ไลน์อัพแล้วต้องยอมรับว่า Team Sunweb ซึ่งอยู่อันดับห้า ส่งนักกีฬา A-Team ของตัวเองมามากกว่าอันดับสามและสี่ เพราะมีทั้งสปรินเตอร์อย่าง มักซ์ วาลไชลด์ (สำหรับ Sprint) และนักกีฬาชุดที่เพิ่งคว้าเหรียญเงินในชิงแชมป์โลก TTT ที่ผ่านมาถึง 3 จาก 6 คน คือ ทอม ดูมูลาน, ซิโมน เก็ชเค่อ, และโซเรน คราก แอนเดอเซน (สำหรับ Chase) ด้วยไลน์อัพระดับแนวหน้าเช่นนี้ Sunweb ก็อาจพลิกขึ้นมาอยู่บนโพเดี้ยมได้เหมือนกัน

สำหรับรายชื่อนักกีฬาทุกคนจากทุกทีมที่เข้าร่วม Hammer Chase Hong Kong สามารถดูได้ที่ลิ้งก์นี้

IV. การถ่ายทอดสดและเวลา

การแข่งขัน Hammer Sprint เริ่ม 13:00 น. เวลาประเทศไทย และ Hammer Chase เริ่ม 14:30 น. สามารถรับชมได้ผ่านผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดคือ TrueVisions ช่อง 680 (Fox Sports HD) หรือทางลิ้งก์นี้ครับ

Author

นักวิจัยลั้ลลา ถ้าไม่เลี้ยงเซลล์อยู่แล็บก็อยู่ร้านกาแฟ ว่างไม่ว่างก็ปั่นจักรยาน หลงรักหมอบทุกคันที่ไม่มีแหวนรองสเต็มและใช้ริมเบรค เป็นแฟนคลับทีม Mitchelton-Scott