อยู่ด้วยกันอีกหนึ่งปี

วันปีใหม่แต่ละปีมีความหมายกับ Ducking Tiger มากครับ

ไม่ใช่เพราะแค่เราต้องเลื่อนตัวเลขในปฏิทินไปข้างหน้า แต่หากเพราะมันอยู่ใกล้วันที่ Ducking Tiger เริ่มเปิดทำการเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน

เว็บไซต์เราเปิดในวันที่ 3 มกราคมปี 2013 เผลอแป๊ปเดียวนนี่เรารู้จักกันมาร่วม 1,095 วันแล้ว…

ตอนผมเริ่มทำ Ducking Tiger ขึ้นมา (ใครยังไม่รู้ คำนี้มันแปลว่า “เสือหมอบ”​นะครับ ไม่ใช่เสือเป็ด…Ducking เป็นคำกิริยาแปลว่าการหมอบก้ม Tiger แปลว่าเสือ) ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าแค่อยากจะแชร์เรื่องราวการแข่งขันจักรยานในต่างประเทศอย่างที่เราติดตามมานาน ใครจะรู้ว่าจากความสนใจกีฬาที่สุดแสนจะนิชและรู้จักกันในวงแคบ ตอนนี้มันงอกเงยเป็น content เนื้อหาต่างๆ ตามความสนใจของผมและเพื่อนๆ ที่ช่วยลงแรงกัน จนกลายมาเป็น DT อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

ไม่ใช่แค่เราที่เปลี่ยนไป สังคมจักรยานบ้านเราก็เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ผมเชื่อว่ามีน้อยประเทศในโลกที่จะมีสนามแข่งและกิจกรรมจักรยานที่เราเข้าร่วมได้รายสัปดาห์ ประเทศไทยมีแบรนด์จักรยานให้เลือกเกือบทุกยี่ห้อที่มีขายในโลก ในราคาที่คุณหาซื้อที่ไหนไม่ได้  และมีคนขี่จักรยานมากขึ้นทุกวันๆ จากกีฬาที่มีคนขี่กันไม่กี่สิบคนในแต่ละจังหวัด อำเภอ กลายมาเป็นวาระทางสังคมและกิจกรรมระดับประเทศอย่าง Bike for Mom และ Bike For Dad

แม้แต่ในกลุ่มนักปั่นเองก็มีทีมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่เป็นเพื่อนปั่นกันสนุกสนาน ไปจนถึงคนใกล้ตัว เชื่อไหมว่าครอบครัวผมรุ่นลุงป้าหันมาปั่นจักรยานกันหมด กลายเป็นตัวเลือกใหม่ให้คนได้เข้าสังคมและดูแลสุขภาพ เรามีทีมแข่งขันอาชีพ ทีมสโมสร และทีมจากเอกชนที่แข็งขันมากขึ้นจนเริ่มมีผลงานทั้งในและต่างประเทศ

จักรยานไม่ใช่กีฬาที่ดูแปลกแยกในสังคมอีกต่อไปแล้ว เป็นเรื่องน่าดีใจครับ

* * *

จากเว็บเราที่มีคนอ่านเดือนละ 3 พันคน 3 ปีผ่านไป มีคนอ่านเดือนละราวๆ 200,000 คนและเพิ่มขึ้นทุกเดือน ส่วนในเพจ ถึง Like เราจะไม่มาก กำลังจะเข้า 30,000 like (ผมไม่เคยซื้อ like จาก Facebook) แต่ก็เชื่อว่าเป็นเพจจักรยานที่มีการปฏิสัมพันธ์ (engagement) สูงที่สุดในประเทศ เรามี reach และ enagement เกิน 50% ของยอดจำนวนคน follow แทบทุกโพสต์เลย แต่จะเกิดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถ้าไม่มีเพื่อนๆ คนอ่านทุกคนครับ

ทีม DT ของเรามีเพื่อนที่ช่วยกันทำหลักๆ สามคนคือ ผม (คูน – ซ้ายสุด) วี (กลาง) และพี่นัท (ขวาสุด) ผมยังคงรับผิดชอบเนื้อหาเกือบ 95% ในเว็บไซต์และ Social Media ทั้งหมดรวมถึงเรื่องหลังบ้าน โฆษณา และสปอนเซอร์ที่น่ารักที่คอยสนับสนุนเรา รายได้กำไรเราแค่พออยู่ได้ มีทุนทำเนื้อหาใหม่ๆ แต่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ต้องขอบคุณ CP, LA Bicycle, 100 Plus, Falcon Insurance, CYCAM, AXMAN, Asia Bike, BiB Bike, Nich Cycling, Bont Shoes Thailand และอีกหลายท่านที่เราไม่ได้กล่าวถึง

DT เป็นทีมเล็กๆ ครับ บางครั้งเราก็มีแขกรับเชิญมากประสบการณ์อย่างพี่หมอหนก Lucifer, พี่กุ๊ก แมวทองที่มาช่วยรีวิวสินค้า, อาจารย์ Gong Changrien ที่ช่วยสัมภาษณ์คนที่เราไม่คิดว่าจะได้สัมภาษณ์ และเพื่อนคนอ่านที่คอยคอมเมนต์เสริมส่วนที่เราขาดเสมอ

ถึงเวลาจะผ่านไป หลายๆ อย่างในแวดวงจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ความตั้งใจของ DT ยังคงเหมือนเดิมครับ:

 

“เราอยากให้สังคมจักรยานแข็งแกร่งด้วยความรู้”

ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างข่าวสารในวงการ เรื่องราวชีวิตของนักกีฬาอาชีพ ไปจนถึงการทดสอบสินค้าต่างๆ หรือเรื่องแนวคอนเซปต์ เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์การกีฬา ผมเชื่อว่ายิ่งมีข้อมูลที่ดี สังคมนั้นๆ ยิ่งแข็งแรง จนกลายเป็นวัฒนธรรมของสังคมในที่สุดที่คนพูดคุยถกเถียงกันด้วยเหตุผลและหลักฐานมากกว่าความเชื่อและความรู้ที่ตกยุคสมัยไปแล้ว

แน่นอน ไม่ใช่ทุกคนทีจะชอบแนวทางของเรา เนื้อหาเราไม่ได้แมส ไม่ได้ป็อบมากมาย แต่ละโพสต์เราเขียนยาวมาก แต่เราเชื่อว่า การพยายามเอาใจทุกคนคือหนทางแห่งความล้มเหลว เหมือนวลีภาษาอังกฤษที่กล่าวไว้

 

“The easiest way to fail is to please everybody.”

ผมและทีมไม่ใช่กูรู ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่สำนักข่าว ไม่ใช่บล็อกเกอร์ชื่อดัง หลายๆ เรื่องผมไม่ได้รู้มากไปกว่าคนอ่าน และเราไม่เคยถือว่าตัวเองรู้ดีกว่าใคร หลายเรื่องคนอ่านเป็นคนสอนเราด้วยซ้ำ เราก็เป็นแค่คนที่หลงไหลจักรยาน และอยากจะแชร์เรื่องราวที่เราศึกษามาให้คนอื่นได้ร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันครับ

ถ้าเรื่องราวเหล่านี้ที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรมันมีประโยชน์ทางใดทางหนึ่งกับเพื่อนคนอ่าน ทำให้คุณอยากปั่นจักรยานมากขึ้น พวกเราก็มีความสุขแล้วครับ

เราไม่ได้ต้องการชื่อเสียง ไม่ได้อยากเป็นคนดังในวงการ แต่เรารู้ว่าความเห็นของเรามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของหลายๆ คน เราก็จะรับผิดชอบความเชื่อใจของเพื่อนๆ ให้ดีที่สุดครับ

ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะครึ่งปีหลัง อาจจะมีช่วงที่เราห่างหายไปบ้าง ไม่ค่อยอัปเดตบ้าง ก็เป็นช่วงเวลาที่เราต้องตอบคำถามตัวเองเหมือนกันว่าการทำเว็บไซต์จักรยานมันคืออะไรที่เราอยากจะทำต่อหรือเปล่า อย่างว่าหละครับ การเอางานอดิเรกที่เราชื่นชอบมาเป็นงานหลักมันไม่ง่ายอย่าที่นักการตลาดเขาพยายามโฆษณากัน (เดินตามแพสชั่นของคุณสิ!) แต่เราไม่ไปไหนหรอกครับ และกำลังเตรียมโปรเจ็คและเนื้อหาเจ๋งๆ สำหรับปีนี้ที่เชื่อว่าจะชอบกันแน่นอนครับ

สวัสดีปีใหม่ 2559 ครับ

คูน

 

DT New Year Thanks 3