ผมพยายามจะเขียนอะไรสักอย่างประกอบวิดีโอนี้…

แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะเล่าอะไรดี วิดีโอข้างบนนี้เป็นบรรยากาศการไปปั่นที่จังหวัดมิยางิที่อยู่ทางอีสานของญี่ปุ่นครับ ตัดรวมๆ กันจากคลิปที่ถ่ายมาทั้งหมด 3-4 วัน เราเคยเล่าถึงที่นี่หลายครั้งแล้ว (ตอนนี้เลยหมดมุกนั่นเอง 555)

แต่เรื่องหนึ่งที่นึกได้คือครั้งแรกที่มาจังหวัดนี้ครับ เป็นช่วงเดือนกรกฏาคมปีที่แล้ว ซึ่งทางจังหวัดชวนมาสำรวจเส้นทางก่อนว่าที่นี่มีอะไรให้ดูมั่ง เพราะบอกตามตรงก่อนที่จะได้ดีลนี้มาก็ไม่เคยได้ยินชื่อจังหวัดนี้เลย

ทุกครั้งที่ได้ยกจักรยานไปปั่นในที่ๆ ไม่เคยไป โดยเฉพาะในต่างประเทศ มันทำให้นึกถึงตอนเด็กครับ ที่เรายังไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ไม่รู้จักเส้นทาง ภูมิประเทศ ผู้คน สิ่งแวดล้อมต่างๆ ทุกอย่างมันดูใหม่ไปหมด มันดูประหลาด แต่ขณะเดียวกันเรากลับมีอิสระ จากจักรยานที่ทำให้เราเคลื่อนที่ไปสำรวจสถานที่และผู้คน ​ณ​ จุดนั้นได้ เหมือนเราได้ความอินโนเซนส์กลับมา ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ยิ่งโตขึ้นมันก็ยิ่งหายไป

เราลงเครื่องที่โตเกียว นั่งรถไฟด่วนมาเซนได แล้วนั่งรถต่อออกไปนอกเมืองแถวชายเขาที่มีป่าเยอะๆ แล้วก็ออกปั่นตั้งแต่วันแรก วันที่สองออกไปดูเส้นทางที่เคยโดนสึนามิถล่ม

สิ่งที่ผมนึกคือภูมิประเทศแถวนี้มันดูแปลกแตกต่างจากที่เราคุ้นเคยจัง มันใหม่ไปหมด เราอยากจะลิ้มรสมัน อิ่มเกมกับมัน ให้มันโอบล้อมตัวเราอยู่นานๆ ไม่ใช่ว่ามันสวยนะครับ บางที่อย่างเขตนาโทริที่ราบเป็นหน้ากลอง เป็นที่โล่งสุดลูกหูลูกตาเพราะเป็นเขตฟื้นฟูหลังโดนสึนามินี่ มันให้ฟีลโหวงเหวง ยิ่งไปดูโรงเรียนที่รอดจากสึนามิ หลังเดียวในเขตนั้น และได้ฟังเรื่องราวการเอาตัวรอดของครูและนักเรียนขณะที่น้ำซัดเข้ามาตลอดคืน ก็ยิ่งกลัว แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นประสบการณ์ที่เราหาที่ไหนไม่ได้แน่ๆ ในชีวิตนี้นอกจากการใช้จักรยานปั่นไปตามเส้นทางนี้ เรียนรู้และรับฟังเรื่องราวของสถานที่ ช่วงเวลาที่อยู่บนจักรยานมันก็นานพอให้เราได้ซึมซับเรื่องราวเหล่านี้ด้วย

เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย สมมติให้เดินเที่ยวเฉยๆ ก็มักรู้สึกว่าตัวเราถูก “จำกัด” เพราะลำพังด้วยการเดินเราไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้มากนัก จะเดินไปให้ถึงสิ่งที่เห็นสุดเส้นขอบฟ้านั้นเป็นไปไม่ได้แน่ๆ หรือก็ต้องใช้เวลาทั้งวัน ขณะเดียวกันถ้านั่งรถมันก็เร็วจนมองไม่เห็นอะไรเท่าไรและห่างเหินกับสถานที่ เพราะเราแทบไม่ได้ละเลียดกับสิ่งแวดล้อมเลย ถึงเหล็กที่ใช้ทำโครงรถจะบางนิดเดียว กระจกรถจะใสปิ๊ง แต่ห้องโดยสารที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงนี้กลับให้ความรู้สึกแบ่งแยกกับสิ่งแวดล้อมของเราอย่างชัดเจน

จักรยาน เป็นยานพาหนะที่ให้โอกาสเราได้เข้าไปอยู่กับสถานที่นั้นๆ ในมิติที่ปกติเราเข้าถึงไม่ได้ คุณสามารถไต่เขาได้ทั้งลูกที่มองเห็นอยู่ตรงหน้าด้วยพลังของตัวเอง

มันทำให้เรารู้สึกว่า “มาถึง” แล้วจริงๆ ครับ

เหมือนเวลาเวลาเรานั่งรถแล้วเห็นภูเขาอยู่ตรงหน้าแล้วรู้สึกว่า

“ถ้าได้ปั่นขึ้นไปถึงยอดก็คงดีนะ”

Author

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!