3 วิธีลดแรงต้านลมอย่างง่ายๆ

วันนี้มีวิดีโอดีๆ จาก GCN มาฝากอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นทิปการลดแรงปะทะลม อย่างง่ายๆ เพื่อเพิ่มความเร็วในการปั่น และเทคนิคการเลือกใช้อุปกรณ์เพื่อเพิ่มความลู่ลม จาก Phil White เจ้าของจักรยาน Cervelo และเซียน Aerodynamics ตัวพ่อ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. ปรับท่านั่ง

Screen Shot 2556-08-20 at 7.32.39 PM

อุปสรรคสำคัญที่เป็นตัวแปรกำหนดความเร็วการปั่นของเราก็คือขนาดตัวและท่านั่งครับ เพราะตัวเราก็เหมือนกำแพงต้านลมหลักๆ เลย ถ้าปรับตำแหน่งท่านั่งให้ลู่ลมมากขึ้น ก็จะช่วยลดแรงต้านลมและปั่นได้ไวขึ้น ลองดูง่ายๆ จากท่านั่งปั่น Time Trial ที่หลังนักปั่นนั้นแบนราบขนานไปกับพื้นเลย ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วและลดแรงต้านลมได้เยอะแต่ยังคงรักษาองศาท่านั่งเดิมจากการปั่นเสือหมอบ ทำให้ไม่รู้สึกไม่สบายตัวจนเกินไป

สำหรับเสือหมอบธรรมดาที่เราใช้กันนั้น จะเปลี่ยนท่านั่งให้มุดลมก็ไม่พ้นการจับดรอปครับ เสือหมอบแอโร่รุ่นใหม่บางคันนั้นมีองศาการนั่งที่ค่อนข้างคล้ายคลึงรถ Time Trial ท่อคอสั้น ทำให้ก้มได้เยอะ แต่ถ้าร่างกายเราไม่ยืดหยุ่นพอก็อาจจะปั่นได้ไม่สบาย เพราะฉะนั้นพยายามเลือกท่าปั่นที่เรามุดลมได้นานที่สุดและปั่นได้สบายที่สุด ซึ่งแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ต้องหาจุดสมดุลกันเอง

 

2. เลือกล้อให้เหมาะสม

Phil White แนะนำว่าในการปั่นบริเวรที่ลมพัดแรงๆ นั้น ล้อหน้าไม่ควรจะมีขอบล้อสูงจนเกินไป เพราะจะทำให้รถส่ายได้ง่ายและบังคับได้ยากขึ้นถ้าเรายังไม่ชินกับล้อขอบสูง ความสูงล้อหน้าที่ยืดหยุ่นที่สุดคือประมาณ 40mm สูงพอจะช่วยตัดลม แต่ก็ไม่สูงเกินจนส่ายง่ายๆ ในเวลาที่เจอลมตีข้าง ((ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ล้อสูงกว่านี้ไม่ได้นะครับ ถ้าปั่นมานานจนชิน หรือกำลังบังคับรถดีแล้วก็ไม่น่ามีปัญหากับล้ออย่าง Zipp 404, Bora ที่สูง 50-60mm))  ส่วนล้อหลังนั้นไม่ค่อยมีผลกับความนิ่งของรถเพราะน้ำหนักส่วนใหญ่ของนักปั่นจะกดลงที่ด้านหลังอยู่แล้ว จึงเลือกใช้ขอบล้อที่สูงกว่าล้อหน้าได้ เช่น 60-80mm เป็นต้น

 

3. อัปเกรดให้ถูกทาง

กระแสหมวกแอโร่กำลังมาแรง
กระแสหมวกแอโร่กำลังมาแรง

ถ้ามีเงินไม่อั้น คุณจะซื้ออะไรเพื่อเพิ่มความเร็วอย่างง่ายๆ (อย่าลืมซ้อมด้วย) Phil บอกว่าสองอย่างที่จะช่วยลดแรงต้านลมได้ดีที่สุดก็คือ เฟรม และล้อ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น กระแสเฟรมแอโร่ซึ่งมีทรงท่อแบน ตัดลม และมีองศาท่านั่งที่ลู่ลมกว่าเสือหมอบทรง traditional จะช่วยประหยัดพลังนักปั่นได้พอสมควร อาจจะราวๆ 30-40 วัตต์ที่ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อย่างที่สองคือล้อคาร์บอนขอบสูง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีและพิสูจน์แล้วว่าช่วยประหยัดพลังในการปั่น ตัดลมปะทะได้ดี ขนาดความสูงของขอบล้อที่เลือกใช้ก็ควรปรับให้เข้ากับการใช้งาน ถ้าขึ้นเขาบ่อยก็ไม่ควรใช้ล้อขอบสูงมากเพราะจังหวะที่เราขึ้นเขา เราใช้ความเร็วต่ำ ล้อขอบสูงไม่ได้ช่วยตัดลมเหมือนอย่างในทางราบและหนักอีกด้วย แต่ท่าเราปั่นบริเวณทางราบบ่อยๆ ล้อขอบสูงก็เป็นทางเลือกที่ดี ตอนนี้ก็มีให้เลือกจากหลายยี่ห้อ หลายราคา ตามกำลังทรัพย์

อีกทางเลือกหนึ่งคงเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างหมวกแอโร่และ Skin Suit ชุดปั่นแบบแนบผิวและใช้ผ้าที่ลดแรงต้านลมได้ดีกว่าเสื้อปั่นธรรมดา ซึ่งช่วงนี้กำลังฮิตในหมู่โปรครับ Phil White บอกว่าหมวกแอโร่ที่กำลังเริ่มวางขายกันนั้นก็ช่วยตัดลมประหยัดแรงได้จริงๆ แต่นักปั่นก็ต้องเลือกดูด้วยว่ามันเหมาะกับสถานที่ปั่นหรือเปล่า และชอบรูปลักษณ์ของมันไหม ถ้าเอามาใส่ในบ้านเราร้อนๆ ก็อาจจะไม่ค่อยสบายหัว จะคุ้มกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยไหม ก็ต้องตัดสินใจกันเอง