นักปั่นที่ทรงคุณค่าที่สุด

ความเป็นแชมป์ไม่ได้มีแค่การเป็นผู้ชนะ

นักปั่นที่ทรงคุณค่าที่สุด วัดยังไง?

สำหรับทีมจักรยานแทบทั้งหมดมันอาจจะหมายถึงการชนะแกรนด์ทัวร์ หรือชนะรายการคลาสสิคสนามใหญ่ๆ ปีนึงชนะครั้งสองครั้งก็ถือว่าคุ้มค่าตัวแล้ว

แต่ไม่ใช่สำหรับนักปั่นบางคนและบางทีม

เช่นคนอย่างอเลฮานโดร วาวเวอเด้ กัปตันทีม Movistar วัย 39 ย่างเข้า 40 จากสเปน

วาวเวอเด้เป็นคนที่นักแข่งทั้งเปโลตองให้ชื่อว่าเป็น “The Real Racer” หรือเป็นนักแข่งที่ยังคงจิตวิญญาณของนักแข่งจริงๆ อายุไม่ใช่ปัญหา เส้นทางไม่ใช่ปัญหา อากาศไม่เคยเป็นปัญหา ขอให้มีสนามแข่งเขาพร้อมจะลงเพื่อสู้เอาชนะ เป็นคนที่ไม่เคยบ่น ไม่เคยแก้ตัวหรือหาข้ออ้างในความพ่ายแพ้ ต้องบอกว่านักแข่งที่มีสปิริต ความมุ่งมั่น และสำคัญที่สุดคือผลงานในระดับนี้ ที่อายุเท่านี้ นั้น หาไม่ได้ และอาจจะไม่มีให้เห็นอีกก็เป็นได้

ดูจากสถิติการแข่งขันปีนี้ ที่เขาใส่เสื้อสีรุ้งแข่งทั้งปี (และตอนนี้เสียเสื้อรุ้งไปแล้วแต่ก็ยังได้เสื้อแชมป์สเปน) เขาไม่ได้ชนะเยอะเท่าไร แต่เขาได้อันดับสองเยอะมาก เขาได้ที่สองในรายการ

🥈 Volta Valenciana
🥈 Vuelta Murcia
🥈 UAE Tour
🥈 **Vuelta a Espana
🥈 Gran Premio Bruno
🥈 Milan Torino
🥈 และล่าสุด Giro d’Lombardia

สนามที่ไล่มานั้น มีทั้งสเตจเรซ, one day race classic, และแกรนด์ทัวร์! เริ่มตั้งแต่ต้นฤดูกาลยันปิดฤดูกาล

ที่สองมันสำคัญยังไงในกีฬาที่เราลืมชื่อคนที่ไม่ได้แชมป์?

ถ้าเราสังเกตในหลายๆ สนามตัวเต็งเมื่อคืดว่าตัวเองหมดสิทธิได้แชมป์รายการแล้วก็เลือกจะเทตัดใจยอมหลุดกลุ่มตัวเต็งไปเลย มากกว่าที่จะสู้เอาอันดับสอง ผมว่ามันเป็นแนวคิด เล็กๆ ที่ทำให้คนอย่างวาวเวอเด้ต่างออกไป เพราะถึงเขารู้ว่าอาจจะแพ้ แต่ก็ยังเลือกที่อย่างน้อยทำผลงานขึ้นโพเดี้ยมให้ทีมให้ได้ เขาให้สัมภาษณ์หลังจบ Giro d’Lombardia ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า

“ผมพอใจกับอันดับสอง แต่ผมก็รู้ว่าผมมีเรี่ยวแรงพอที่จะชนะ แค่เกมมันไม่เป็นไปแบบที่เราต้องการ มันก็รู้สึกทั้งหวานทั้งขมพร้อมๆ กัน Lombardia เป็นรายการสำคัญครับ เป็นสนามคลาสสิคระดับ Monument ที่ผมอยากจะชนะให้ได้สักครั้ง”

คำว่า “ผมก็รู้ว่าผมมีเรี่ยวแรงพอที่จะชนะ” นี่มันบอกอะไรเราหลายอย่างมาก เขาไม่ได้แค่เชื่อแบบลมๆ แล้งๆ ว่า “คงพอจะชนะได้” แต่เขารู้ว่าตัวเองชนะได้แน่ๆ แชมป์ทุกคนก็คงมีความมั่นใจแบบนี้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะ follow up ทำได้อย่างที่พูด

ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อคำพูดของวาวเวอเด้ กับคนที่เจนสนามและรู้จักศักยภาพตัวเองดีพอ และบางทีก็คว้าชัยชนะได้เหมือนเขียนบทไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มลงแข่ง

“บางทีคุณก็แพ้ บางทีคุณก็ชนะ ทุกกีฬาก็เป็นแบบนี้ ปีหน้าผมจะอายุ 40 แล้ว และมันคงยากที่จะคว้าชัยชนะมากมายเหมือนที่ผ่านมา แต่จากสนามวันนี้คุณก็เห็นว่าผมยังอยู่ตรงนี้ อยู่แถวหน้าสุดของการแข่งขัน แล้วจริงๆ ผลงานฤดูกาลนี้ผมดีกว่าปีที่แล้วอีกนะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีผมอาจจะแรงกว่าเดิมก็ได้!?”

นั่นหละครับ ปีหน้าเขาอาจจะแรงกว่าเดิมก็ได้

ในชั่วโมงที่ทีม Movistar เสียตัวแรง (แต่ฟอร์มแผ่ว) อย่าไนโร คินทานา และมิเคล แลนด้าไป วาวเวอเด้จะยังคงเป็นเสาหลักของทีม ไม่สิ เรียกเขาว่า “สถาบัน” น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะในระหว่างที่ทีมพยายามคาดหวังผลงานกับคินทานาและแลนด้า กลับกลายเป็นวาวเวอเด้คนเดียวที่มีผลงานคงเส้นคงวา กู้หน้าให้ทีมเสมอทุกปี

ใช่ เขาไม่ได้เป็นแชมป์แกรนด์ทัวร์มากมายเหมือนอัลเบอร์โต้ คอนทาดอร์ แต่ถ้าถามว่าคนที่เป็นนักปั่นทรงคุณค่าที่สุดจากสเปนคือใครในยุคนี้ คงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าชายคนนี้อีกแล้ว