ลองเล่น Lezyne Mega XL GPS: ไมล์จักรยานทางเลือกใหม่ฟีเจอร์ครบเครื่อง

Lezyne (เลอไซน์) เป็นแบรนด์ที่โด่งดังในด้านการผลิตอุปกรณ์เสริมต่างๆ ให้กับจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าไฟท้าย สูบลม กระเป๋า จนมาถึงคอมพิวเตอร์จักรยาน ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชิ้นนั้นมีความน่าเชื่อถือสูง รวมถึงมีดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เป็นรองใคร

Lezyne เปิดตัวคอมพิวเตอร์จักรยานครั้งแรกตอนปี 2016 และมีการปรับปรุงพัฒนารุ่นใหม่อยู่ตลอด จุดเด่นของแบรนด์นี้อยู่ที่ใส่ฟีเจอร์เยอะในราคาที่สูสีกับคู่แข่งในตลาด

ครั้งนี้เราได้มีโอกาสสัมผัสกับคอมพิวเตอร์จักรยาน หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าไมล์ รุ่น Mega XL GPS ซึ่งเป็นรุ่นที่ใหญ่ที่สุดของ Lezyne และด้วยราคา 6,500 บาท (ตัวเครื่องอย่างเดียว) ก็ทำให้หลายๆ คนสนใจว่ามันจะสู้กับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Wahoo และ Garmin ได้มั้ย

ทาง Champion Cycle ได้ส่งไมล์มาให้เราลองเล่นและรีวิวดู โดยโพสต์นี้จะไม่ใช่การรีวิวครับ แต่เป็นเดโมแนะนำฟีเจอร์ต่างๆ ในไมล์ตัวนี้ เราจะรีวิวการใช้งานอีกทีในโพสต์ถัดไปครับ

 

เครื่องขนาดกะทัดรัด แต่ไม่มีจอสัมผัส

ไมล์ Lezyne Mega XL GPS จัดว่ามีขนาดตัวเครื่องที่ค่อนข้างใหญ่ มีจอขนาด 2.7 นิ้วแบบขาวดำ มีแบคไลท์ที่ปรับความสว่างได้ จึงมองเห็นได้ชัดเจนแม้อยู่กลางแดด มีปุ่มรอบเครื่องจำนวน 4 ปุ่ม และชาร์จไฟผ่านมาตรฐาน Micro USB ที่ใต้ตัวเครื่อง น้ำหนักชั่งจริง 82 กรัม

ต่างกับไมล์จักรยานรุ่นใหม่ๆ หน้าจอ Lezyne Mega XL GPS ไม่ใช่จอสัมผัส แต่มีปุ่มมาให้สี่ปุ่มรอบตัวเครื่อง ซึ่งคนที่เคยใช้ไมล์จักรยานมานานก็น่าจะคุ้นเคยกับปุ่มกดแบบนี้อยู่แล้ว แต่ถึงจะไม่มีหน้าจอสัมผัส ด้วยความที่ไมล์รุ่นนี้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้และมีแอปพลิเคลชันเสริม ทำให้เราตั้งค่าหน้าจอต่างๆ ผ่านแอปในสมาร์ทโฟนได้ด้วย (คล้ายๆ กับ Wahoo) ซึ่งก็สะดวกรวดเร็วกว่าทำผ่านตัวไมล์เองครับ

 

จอใหญ่, วางแนวนอนได้

จุดที่แตกต่างจากไมล์อื่นๆ คือสามารถแสดงผลทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอนได้ ซึ่งเราสามารถปรับแต่งการแสดงผลบนหน้าจอได้หลากหลายรูปแบบ โดยสามารถแสดงข้อมูลได้สูงสุดถึง 9 ช่องใน 1 หน้า และสามารถกำหนดจำนวนหน้าได้สูงสุดถึง 5 หน้า

ซึ่งการแสดงผลนั้นรองรับภาษาไทย แต่ฟอนต์ไทยนั้นค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับตัวภาษาอังกฤษ

โดยการปรับแต่งการแสดงผลนั้นสามารถทำได้ผ่าน แอปฯ GPS Ally V2 และยังสามารถกำหนดข้อมูลส่วนตัว อาทิ น้ำหนัก ส่วนสูง เพศ น้ำหนักจักรยาน ผ่านตัว App และซิงค์ข้อมูลไปยังตัวไมล์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว หรือผู้ใช้งานสามารถใส่ข้อมูลผ่านตัวเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งแอปฯ ได้เช่นกัน

การแสดงผลแบบแนวตั้ง
การแสดงผลแบบแนวนอน ดูคล้ายกับไมล์ SRM และ Stages ครับ

 

ซอฟต์แวร์เป็นยังไง?

ซอฟต์แวร์คือหัวใจสำคัญที่เสริมศักยภาพให้กับไมล์ ซึ่งซอฟต์แวร์สามารถแบ่งได้เป็นสองส่วน คือระบบปฏิบัติการของเครื่อง และแอปในมือถือ

ถึงจะไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เหมือนเทรนด์ไมล์จักรยานรุ่นใหม่ๆ อย่าง Xplova ที่ DT เคยเขียนถึง แต่ระบบปฏิบัติการของไมล์เป็นของ Lezyne เองก็เปิดเครื่องได้รวดเร็วมาก

ตัวไมล์นั้นรองรับอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมต่อผ่านระบบ ANT+ และ Bluetooth ที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน

ในส่วนของแอป GPS Ally V2 นั้นเหมือนเป็นตัวส่งผ่านข้อมูลไปสู่โลกออนไลน์ โดยสามารถอัพโหลดข้อมูลการปั่นไปยัง Strava, TrainingPeaks รวมถึงสามารถดึงข้อมูล Strava Segment มาใส่ไว้ในตัวไมล์ไว้ไล่ล่า KOM ได้ด้วยเช่นกัน

ถ้าหากไม่สะดวกใช้มือถือในการอัพโหลดข้อมูล สามารถใช้สาย Micro USB เสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อ Upload ข้อมูลการปั่นเข้าเว็บไซต์แบบ Manual

คนที่ไม่ชอบตั้งค่าหน้าจอแสดงผลผ่านปุ่ม 4 ปุ่มบนตัวเครื่องก็สามารถใช้แอปในการช่วยเลือกประเภทข้อมูลที่เราอยากให้แสดงบนแต่ละหน้าจอได้ง่ายๆ ครับ ที่ผมลองใช้ไม่ต้องเปิดคู่มือดูก็ทำได้เลย interface ใช้งานง่ายทีเดียว

ปกติแอปจะช่วยบอกเตือนหากมีเฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่อัปเดตออกมา แต่ต่างกับ Garmin ตรงที่ตัวไมล์ Lezyne ไม่สามารถอัปเดตเฟิร์มแวร์ได้ด้วยตัวเอง เราต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์ครับ ซึ่งก็หมายความว่าต้องเสียบสาย USB เชื่อมต่อไมล์กับคอมพ์ก่อน แล้วก็ทำตามขั้นตอนผ่านเว็บ Lezyne ซึ่งก็ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีก็อัปเดตเสร็จสิ้น

ส่วนเรื่องแผนที่ เราสามารถดาวน์โหลดแผนที่จากเว็บไซต์ www.lezyne.com/gpsroot ใส่ในไมล์แบบออฟไลน์ได้ การใช้งานเป็นยังไงเดี๋ยวไปรีวิวกันในอีกโพสต์นึงครับ

เมื่อเชื่อมต่อไมล์และมือถือเข้าด้วยกัน ไมล์จะสามารถแจ้งเตือนข้อมูลที่ได้มาจากมือถือด้วย ไม่ว่าจะเป็นแจ้งเตือนสายเรียกเข้า ข้อความใน Line โดยผู้ใช้งานสามารถอ่านได้จากตัวไมล์โดยไม่ต้องเสียเวลาหยิบมือถือขึ้นมาเช็ค และที่สำคัญยังสามารถแสดงผลออกมาเป็นภาษาไทยได้ด้วย

 

 

แบตเตอรี่ 48 ชั่วโมง

ถือว่าเป็นจุดขายของไมล์รุ่นนี้ที่เคลมไว้ว่าสามารถใช้งานได้ถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งเหมาะมากกับการปั่นเป็นระยะทางไกลๆ หรือสาย Audax ระดับ 400-600 กิโล ทั้งนี้ระยะเวลาการใช้งานจริงได้จริงนั้นจะน้อยลงหากเปิดโหมดนำทาง, Bluetooth เชื่อมกับมือถือตลอดเวลา หรือเปิดแบคไลท์สว่างสุด ซึ่งเป็นส่วนที่กินพลังงาน

เมื่อเทียบกับไมล์คู่แข่งที่ราคาใกล้เคียงกันอย่าง Wahoo Elemnt Bolt และ Garmin Edge 520 ทั้งคู่เคลมอายุการใช้งานแบตเตอรีแค่ 15 ชั่วโมงเท่านั้น

ถ้าเปิดแบคไลท์สว่างพอ หน้าจอสามารถสู้แสงได้ดีทีเดียว

Lezyne กล่าวว่าอายุแบตเตอรี 48 ชั่วโมงนี้ทดสอบโดยเปิดจับคู่ pairing กับสมาร์ทโฟนไปด้วย (ซึ่งกินแบตกว่าปกติ)

 

เมาท์ยึดไมล์

เนื่องจากไมล์ Lezyne สามารถแสดงผลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ดังนั้นจึงมีการออกแบบเมาท์ยึดจักรยานรูปแบบใหม่ที่รองรับการหมุนตัวไมล์ทั้งสองแนว โดยจังหวะจะใส่ตัวเครื่องลงไปยังฐานต้องเอียง 45 องศา (ไมล์อื่นๆ จะเอียงเกือบ 90 องศา) จากนั้นกดลงเล็กน้อยและเลือกว่าจะหมุนไปด้านไหน

ทุกครั้งที่จะใส่หรือถอดไมล์ออกมาจำเป็นต้องกดลงเล็กน้อยเสมอ ซึ่งเป็นการออกแบบที่ฉลาดมาก เนื่องจากตอนทดลองใช้งานก็กังวลว่ามือจะเผลอไปปัดตัวไมล์หลุดออกจากฐานได้ง่ายเนื่องจากระยะล็อคเขี้ยวมีเพียง 45 องศา แต่เมื่อใช้งานจริงหากเราไม่กดตัวไมล์ลงเล็กน้อยก่อนถอด จะไม่สามารถถอดไมล์ออกได้เลย

ในชุดที่เราได้ทดสอบนั้นมี Direct X-Lock Mount System ซึ่งเป็นเมาท์ยึดไมล์แบบยื่นไปข้างหน้ามาลองด้วย (ต้องซื้อต่างหาก) โดยจะยึดกับน็อตสเต็มจักรยาน สามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบให้พอดีกับตัวจักรยาน อีกทั้งยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ ใต้ขาไมล์ อาทิ ไฟหน้า, GoPro ได้อีกด้วย

Direct X-Lock Mount System ระบบเมาท์ที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ใช้งานได้

ดูรายละเอียดเครื่องกันแล้ว โพสต์ต่อไปเราจะมาดูการใช้งานจริงครับว่ามีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง

รีวิว: Lezyne Mega XL GPS ไมล์ไซส์กะทัดรัดที่แบตโคตรอึดและราคาเป็นมิตร