Le Samyn 2019 รีวิว: อีกหนึ่งชัยชนะของ Quickstep

Le Samyn เป็นอีกหนึ่งรายการแข่งคลาสสิควันเดียวในเบลเยียม ที่ถึงจะไม่ได้มีทีมใหญ่มาลงมากนัก (ทีมดิวิชัน 1 ลงแค่ 3 ทีม – Deceuninck-QuickStepm, Lotto-Soudal, และ AG2R la Mondiale) แต่ก็เป็นรายการที่เกมการแข่งขันดุเดือดไม่แพ้สองรายการใหญ่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

จริงๆ แล้วถ้าใครได้ติดตามถ่ายทอดสด อาจจะคิดเหมือนผมว่าเป็นรายการที่สนุกกว่าทั้ง Omloop และ KBK เสียอีก แต่พูดไปแล้วอาจจะงง ลองดูวิดีโอไฮไลท์ของ Eurosport ความยาวสิบนาทีข้างล่างนี้ก่อนครับ

แชมป์รายการนี้คือฟลอเรียน เซเนเชล นักปั่นชาวฝรั่งเศสจาก Quickstep วัย 25 ปี ที่ไม่เคยชนะการแข่งขันรายการไหนมาก่อนเลย (แต่ก็เกือบๆ หลายครั้ง) สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ ทีม Quickstep ที่มาลงรายการนี้เป็นชุดทีม B นั่นคือไม่ใช่ตัวท็อปของทีม

แต่กระนั้นตลอดการแข่งขันรายการนี้ ชุดทีม B ของ Quickstep แข่งได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้ทีม A ที่กวาดแชมป์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเลย (ทีม B คือไม่มีเอซอย่างจิลแบร์, แลมพาร์ท, ยุงเกลส์ และสตีบาร์)

Le Samyn เป็นสนามแข่งเก่าแก่รายการหนึ่งอายุร่วม 50 ปีแล้ว เส้นทางวิบากผ่านถนนหินและเนินชันหลายจุด แชมป์เก่าคือนิกี้ เทิร์ปสตร้าที่ปีที่แล้วเขาชนะให้ Quickstep แต่ปีนี้เขาย้ายไปนำทีม Direct Energie

ฟลอเรียน เซเนเชล แชมป์รายการปีนี้ / Photo credit: ©Tim De Waele/ Getty Images

เกมการแข่งขันใน Le Samyn เป็นเทิร์ปสตร้าที่เล่นเกมรุกตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วง 40 กิโลเมตรสุดท้าย เขากระชากทุกเนิน จนคัดตัวเหลือตัวเต็งไม่กี่คนในช่วงสิบห้ากิโลเมตรสุดท้าย นอกจากเทิร์ปสตร้าเองแล้ว ยังมี ลาร์ส บอม (Roomport) อดีตตัวเต็งรายการคลาสสิคและเอซ Cyclocross ที่หลุดสัญญากับทีม Lotto-Jumbo ย้ายลงมาอยู่ทีมดิวิชัน 2 เล็กๆ ในเบลเยียม (ทีมเสื้อสีส้ม) และสมาชิก Quickstep อีก 3 คน

เบรกอเวย์สุดท้ายเหลือสิบคน Quickstep และ Roomport ของบอมได้เปรียบที่สุด เพราะทั้งสองทีมมีนักปั่นในเบรก 3 คน โดยที่เทิร์ปสตร้าเป็นนักปั่นคนเดียวจาก Direct Energie

Photo credit: ©Tim De Waele/ Getty Images

ทุกครั้งที่เทิร์ปสตร้าออกเร่งสมาชิกทีม Quickstep จะไล่ปิดเกมทุกครั้ง แต่จะไม่เร่งซ้ำ ซึ่งจุดนี้น่าสนใจครับ เพราะราวกับว่าทีมค่อนข้างมั่นใจให้นักปั่นในทีมปิดเกมได้ถ้ากลุ่มเบรกอเวย์รอดไปด้วยกันหลายคน และก็เป็นการแสดงออกว่าทีม Quickstep มั่นใจกับนักปั่นทุกคนในทีม ไม่ว่าจะเป็นโดเมสติก หรือตัวเต็ง​ซึ่งเราไม่เห็นบ่อยๆ ในทีมอื่นที่กล้าเดิมพันทีมอื่น แผนนี้คล้ายๆ กับที่ Quickstep ใช้ใน Omloop และ KBK

ช่วงสามกิโลเมตรสุดท้าย เซเนเชลในช่วงถนนหินเร่งหนีบอมและเทิรปสตร้า แต่บอม counter attack ทำให้ทั้งสามคนหลุดไปด้วยกัน แต่ไม่มีใครอยากขึ้นนำ

สุดท้ายกลุ่มไล่ตามมาทันที่ 2 กิโลเมตรสุดท้าย Quickstep ส่งทิม เดอ เคลิร์ก โดเมสติกประจำทีม ผู้ที่สังกัด Quickstep มา 9 ปีเต็ม แต่ยังไม่เคยมีผลงานชัยชนะใดๆ ขึ้นมานำกลุ่มเบรกอเวย์ ใกล้เส้นชัยเข้ามา เคลิร์กเปิดเกมยิงหนี ซึ่งเป็นแผนที่ดีมาก เพราะมันบังคับให้คู่แข่งอย่างเทิร์ปสตร้าและบอมต้องออกไล่ ในขณะที่เซเนเชลเพื่อนร่วมทีมเขา แค่ต้องตามล้อสองคนหน้า เหมือนได้พักขาฟรีๆ ทำให้เหลือแรงไว้รอสปรินต์ทุบหน้าเส้นชัย

ทิม เดอ เคลิร์ก (ขวา) Photo credit: ©Tim De Waele/ Getty Images

จุดนี้เป็น match point เลย เพราะถ้าสองคนนั้นไม่ไล่เคลิร์ก เขาก็จะหนีเข้าเส้นชัยชนะ แต่ถ้าทั้งคู่ออกไล่ก็หมายความต้องรีบเปิดสปรินต์ เปิดโอกาสให้เซเนเชลได้ตามเกาะมีคนบังลมให้ฟรี และขึ้นสปรินต์ปิดเกม

Critical Hit!

ซึ่งเกมก็จบแบบนั้นครับ เซเนเชลสปรินต์แซงทั้งกลุ่ม ไอเม เดอ เกนท์ (Wanty Groupe Gobert) คว้าอันดับสอง และเทิร์ปสตร้าแชมป์เก่าทำได้แค่ที่สาม ส่วนลาร์ส บอม (Roomport) คว้าอันดับสี่

ชัยชนะครั้งนี้เป็นครั้งที่ 14 ของทีม Quickstep ในฤดูกาล 2019 นี้ และเป็นชัยชนะสนามคลาสสิครายการที่สาม จากทั้งหมดสามรายการที่เริ่มแข่งมา โดยแต่ละรายการผู้ชนะไม่ซ้ำกันเลย

เซเนเชลให้สัมภาษณ์หลังแข่ง:

“ปีก่อนๆ ผมรุกเร็วไปครับ หมดแรงก่อน ปีนี้ผมรอจนถึงจังหวะสุดท้ายจริงๆ ผมต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยชงเกมให้ผมตลอดทั้งวัน ผมรู้ว่าวันนี้ลาร์ส บอมเขาแข็งแรงมาก แต่เขาเปิดสปรินต์เร็วไปหน่อย เทิร์ปสตร้าก็แกร่งมากเหมือนกัน เขาตามการโจมตีของผมบนถนนหินช่วงสุดท้ายได้”

“คุณไม่รู้หรอกว่าเวลาเริ่มสปรินต์แล้วมันจะจบยังไง แล้วอย่างวันนี้มันเป็นการสปรินต์ที่ยาวมาก แต่ผมก็ดีใจนะ เพราะมันได้ดวลกันแบบตัวต่อตัวจริงๆ”