แมดส์ พีเดอร์เซน เป็นแชมป์โลก Road Race 2019

ในสนามชิงแชมป์โลกที่สภาพอากาศแย่ที่สุดในรอบหลายปี ทั้งฝนตกหนัก อากาศหนาวเย็น และมีผู้เข้าแข่งขันแค่ 46 คนแข่งจบ จากทั้งหมด 197 คน แมดส์ พีเดอร์เซน วัย 23 ปีจากทีมชาติเดนมาร์กพิสูจน์ว่าเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสนามนี้ สปรินต์เอาชนะ แมทเทโอ เทรนติน (อิตาลี) และสเตฟาน คุง (สวิตเซอร์แลนด์) คว้าแชมป์โลกจักรยานครั้งแรกให้เดนมาร์กได้สำเร็จ

“ถ้าคุณมาถามผมก่อนลงแข่ง ผมไม่คิดว่าตัวเองมีทางจะได้ใส่เสื้อสีรุ้ง มันเป็นวันที่เหลือเชื่อจริงๆ ครับ มันคือความฝันของนักปั่นทุกคนที่จะได้สวมเสื้อตัวนี้”

ไม่ใช่วันที่ดีที่สุดสำหรับนักปั่นหลายๆ คนเมื่ออากาศเข้าขั้นแย่จนถึงวิกฤติ ฝนตกหนักน้ำระบายไม่ทันจนทำให้ผู้จัดลดระยะทางการแข่งขันลง 23.5 กิโลเมตร ตัดเนินชันออกสองจุด แต่ถึงระยะทางจะสั้นลงก็ไม่ได้ทำให้ความยากของการแข่งลดลง

เราได้เห็นตัวเต็งหลายๆ คนต้องถอนตัวตั้งแต่ยังไม่ถึงช่วงสุดท้ายของการแข่งขัน ทีมชาติเบลเยียมเสียฟิลลิป จิลแบร์และเรมโค เอเวนเนโพล สองนักปั่นคนสำคัญของทีมไป จากที่จิลแบร์กล้มบาดเจ็บ และเบลเยียมส่งเอเวนเนโพลลงไปช่วย ซึ่งสุดท้ายทั้งคู่ถอนตัวจากการแข่งขัน

ชาติอื่นๆ ก็เสียผู้เล่นคนสำคัญเช่นกัน แดน มาร์ติน และแซม เบนเน็ต (ไอร์แลนด์) ถอนตัวทั้งคู่ แม้แต่อดีตแชมป์โลอเลฮานโดร วาวเวอเด้ (สเปน) ก็ถอนตัวกลางคันเช่นกัน

เกมเริ่มร้อนแรงขึ้นเมื่อสเตฟาน คุง (สวิสเซอร์แลนด์) ออกโจมตีกลุ่มในช่วงสุดท้าย ซึ่งดึงเอาพีเดอร์เซน, จิอันนี มอสคอน, แมทเทโอ เทรนติน (อิตาลี) และแมธธิว แวน เดอ โพลล์ (เนเธอร์แลนด์) ออกมาด้วย กลายเป็นกลุ่มเบรกอเวย์ห้าคนที่ทำเวลาห่างกลุ่มเปโลตองได้ราวๆ 30-40 วินาที

แต่ด้วยการแข่งที่กินเวลาเกินห้าชั่วโมง แม้แต่นักปั่นอัจฉริยะอย่างแวน เดอ โพลล์ก็ไปต่อไม่ไหว หลุดกลุ่มเบรกอเวย์ที่ 5 กิโลเมตรสุดท้าย แรงตกจนไม่เหลือพลังแม้แต่จะเกาะกลุ่มเปโลตองที่เคลื่อนตามมาข้างหลัง และมอสคอนเองก็สละกลุ่มหน้าหลังจากช่วยลากนำให้เทรนตินตลอดช่วงสุดท้าย จนกลุ่มหน้าสุดเหลือแค่พีเดอร์เซน คุง และเทรนติน

ด้านหลัง ปีเตอร์ ซากาน (สโลวาเกีย) แชมป์โลก 3 สมัย พยายามไล่ออกมาให้ทันกลุ่มหน้าที่ช่วง 4 กิโลเมตรสุดท้าย แต่สายและห่างเกินไป ส่วนเทรนตินในกลุ่มหน้าที่รู้ตัวว่าเป็นสปรินเตอร์ที่เร็วที่สุดในกลุ่ม เริ่มเกี่ยงไม่ลาก บังคับให้คุงและพีเดอร์เซนเปลืองแรงนำ

200 เมตรสุดท้าย เทรนตินพยายามเปิดสปรินต์ ซึ่งก็ดูนำทั้งพีเดอร์เซนและคุงได้ขาดพอสมควร แต่กลับเป็นพีเดอร์เซนที่เหลือแรงมากกว่า กระชากขึ้นมาสวน และแซงเทรนตินไปแบบขาดลอย เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก

เขาเป็นนักปั่นชาวเดนมาร์กคนแรกของโลกที่ชนะรางวัลนี้ ซึ่งต้องขอบคุณยาค็อป ฟูลก์แซง เพื่อนร่วมทีมที่ทำหน้าที่ถ่วงความเร็วกลุ่มเปโลตองให้จับกลุ่มเบรกอเวย์ได้ลำบาก

พีเดอร์เซนให้สัมภาษณ์หลังแข่ง:

“แผนของทีมเราคือ ให้ผมเบรกอเวย์ออกไปในรอบสุดท้าย จากนั้นเราเดาว่าทั้งฟูลก์แซงและทีมเบลเยียมจะค่อยๆ ไล่มาให้ทันเรา แต่สุดท้ายไม่มีใครตามมา ตอนเทรนตินกับแวน เดอ โพลล์ไล่มาเข้ากลุ่มเรา ก็ไม่มีชาติไหนพยายามจับทั้งคู่ ซึ่งทั้งคู่จริงๆ เป็นตัวอันตรายที่สุดในกลุ่ม”

“จากนั้นมันคือการเอาตัวรอดจริงๆ ครับ เอาตัวรอดให้ถึงเส้นชัย ทำยังไงก็ได้ให้ไม่หลุดกลุ่ม แล้วหวังว่าจะชนะสปรินต์”

“ผมแค่หวังไว้ว่าพอเห็นเส้นชัยแล้ว อาการเหนื่อยล้าเจ็บปวดมันจะหายไปหมด เราแข่งกันมาหกชั่วโมงครึ่ง ทุกคนไม่เหลือแรงแล้ว มันถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ในจังหวะสปรินต์ตอนนั้น”

“แข่งสถานการณ์แบบนี้ คุณต้องโฟกัสตลอดเวลา ต้องอยู่หน้ากลุ่มตลอดเวลา มันไม่ง่ายเลยครับ”

ผลการแข่งขัน

วิดีโอไฮไลท์

ปีเตอร์ ซากาน

View this post on Instagram

We were expecting a hard World Championship race and the treacherous weather conditions made it even tougher. I was in very good shape and really gave my best from start to finish. I'd like to thank my brother @jurajsagan, @erikbaska and Ján Andrej Cully for their tremendous effort, we all fought but it wasn't to be our day. We will try again in the following years. Congratulations to Mads Pedersen and the Danish team for their victory. They deserved it. Čakali sme náročné majstrovské preteky a zradné poveternostné podmienky ich ešte sťažili. Bol som vo veľmi dobrej kondícii a od začiatku do konca som sa snažil dať zo seba to najlepšie. Môj brat Juraj Sagan a tiež Erik Baška a Ján Andrej Cully vynaložili v dnešných pretekoch obrovské úsilie, za čo sa im chcem poďakovať. Všetci sme spoločne bojovali, ale nebol to náš deň. Budeme sa o to snažiť znova v nasledujúcich rokoch. Blahoželám samozrejme Madsovi Pedersenovi a celému dánskemu tímu k víťazstvu, ktoré si dnes určite zaslúžili. @uci_cycling @yorkshire2019 #Slovakia (Photos @bettiniphoto)

A post shared by Peter Sagan (@petosagan) on

“ผมไม่ผิดหวังนะ การแข่งก็เป็นแบบนี้แหละ ผมแค่พลาดโอกาสเข้ากลุ่มหน้า ผมเดิมพันผิด เพราะผมคิดว่ากลุ่มเราน่าจะจับเบรกอเวย์ทัน ผมเลือกแบบนี้ก็ต้องยอมรับผลลัพธ์แบบนี้”

“ผมคิดว่าชาติอื่นจะแข็งแรงกว่านี้นะ แต่ด้วยอากาศ…มันทำให้คนเก่งๆ หลายคนออกจากการแข่งขันไป ทุกคนหนาวจนตัวจะแข็ง หลายชาติขาดกำลังคนในการไล่กลุ่มหน้า แต่ยังไงผมก็ต้องแสดงความยินดีกับแชมป์โลกคนใหม่ครับ”

เกร็ก แวน เอเวอร์มาร์ท

“มันเป็นการแข่งที่ยากจริงๆ ครับ ผมหมดแรงไม่เหลืออะไรเลย เหมือนกับคนอื่นๆ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะชนสนามวันนี้ได้เลย แต่อย่างน้อยผมก็ยังทำได้ดีกว่าอีกหลายๆ คนที่แข่งไม่จบ (เขาได้ที่ 8)”

“ผมเลือกไม่ออกไปกับเทรนตินและแวน เดอ โพลล์ เพราะคิดว่าผมจะรอไปกับซากานบนเนินสุดท้าย แต่ถึงจุดนั้นเบรกมันก็อยู่ห่างเกินไปแล้ว”

“ในกลุ่มไล่ มันยากมากเลยที่จะทำเกม เส้นทางแบบนี้ อากาศแบบนี้ มันยากที่จะไล่กลุ่มหนี เรามีตัวเล่นอยู่บ้างแต่ไม่มีใครช่วยเรา จนถึงจุดหนึ่งผมรู้แล้วว่าเราพลาดโอกาสคว้าแชมป์โลกแล้ว เยอรมนีไม่ช่วยเรา ฝรั่งเศสไม่ช่วยเรา ซากานก็มีตัวคนเดียว เขาช่วยใครไม่ได้ แต่การแข่งชิงแชมป์โลกมักเป็นแบบนี้เสมอ”

“เราไม่มีนักปั่นที่ขี่ได้ดีในโอกาสแบบนี้ ผมว่าคนสำคัญที่สุดของเราคือฟิลลิป จิลแบร์แต่เขาก็ถอนตัวไปก่อนแล้ว”

จูเลียน อลาฟิลลิป

“ผมแข่งสนามที่ยากมาก็เยอะนะ แต่สนามนี้ผมจะจำไปทั้งชีวิต มันเป็นวันแห่งการเอาตัวรอดจริงๆ นี่แข่งจบมาแล้วผมยังหนาวสั่นอยู่เลย”

“ผมไม่ผิดหวังอะไรทั้งนั้น ผมทุ่มสุดตัวแล้ว และทำได้เท่านี้ เราทำตามแผนของทีม แต่ก็พ่ายให้กับคนที่แกร่งกว่า มันเป็นวันที่ยากมากๆ สำหรับทุกๆ คนครับ”

แมธธิว แวน เดอ โพลล์

“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ๆ ผมก็ไม่เหลือแรงเลย ผมไม่คิดว่าผมทำอะไรพลาดเลยแม้แต่นิดเดียวนะในการแข่งวันนี้ ผมอยู่ในกลุ่มเบรกอเวย์ที่ตัดสินแพ้ชนะของวันนี้ แต่ถึงช่วงสุดท้ายพลังผมก็แรงตกแบบวูบไปเลย มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็ต้องบอกว่ามันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมแข่งในสภาพอากาศและระยะทางแบบนี้ ฝนตกทั้งวัน มันหนาวมาก และมันเป็นการแข่งที่ยากมากจริงๆ”