Photo: RCS Sport

มาร์เซล คิทเทลยกเลิกสัญญากับทีม Katusha-Alpecin, พักแข่งแบบไม่มีกำหนด

วันนี้มาร์เซล คิทเทล สปรินเตอร์ชาวเยอรมันวัย 30 ปีประกาศยกเลิกสัญญากับทีม Katusha-Alpecin กะทันหัน ประกาศหยุดแข่งจักรยานอย่างไม่มีกำหนด

คิทเทลเป็นหนึ่งในสปรินเตอร์ที่ประสบความสำเร็จในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เขาย้ายจากทีม Quickstep มาอยู่กับ Katusha-Alpecin ในปี 2018 แต่ตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่กับ Katusha เขาไม่สามารถคว้าชัยชนะให้ทีมได้เหมือนในอดีต โดยในปี 2018 มีชัยชนะแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนปี 2019

 

“ผมรู้สึกหมดพลัง”

นอกจากจะชนะแค่ครั้งเดียวแล้ว ยังถอนตัวจากสนามแข่งหลายครั้ง เขาประกาศจะไม่ลงรายการ Tourof California เมื่อคืนนี้ก่อนจะออกประกาศผ่านเว็บไซต์ของทีมว่า ทั้งเขาและทีมตกลงยกเลิกสัญญากันเรียบร้อยแล้ว คิทเทลกล่าวในเว็บไซต์:

“ตามความต้องการของผม ทีม Katusha-Alpecin และผมตกลงยกเลิกสัญญาจ้างก่อนกำหนด”

“มันเป็นการตัดสินใจที่ผมใช้เวลาไตร่ตรองเป็นเวลานานแล้ว ตลอดปีที่ผ่านมานี้ผมทบทวนหลายเรื่องในชีวิต ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตจริงๆ”

“ผมยังรักการปั่นและการแข่งจักรยาน มันเป็นแพสชันในชีวิตของผม มันเป็นกีฬาที่งดงามที่สุด แต่ผมก็รู้ดีว่า จะประสบความสำเร็จในวงการนี้ได้ก็ต้องแลกด้วยหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเช่นกัน ผมเชื่อว่าทุกคนรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งและความอ่อนแอของตัวเอง และมันเป็นกระบวนการที่เราต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวไปพร้อมๆ กับทีมของตัวเองเพื่อที่จะเป็นนักปั่นที่ประสบความสำเร็จ”

“ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกหมดพลัง ตอนนี้ผมไม่สามารถซ้อมหรือแข่งได้ในระดับสูงสุด ด้วยเหตุผลนี้ ผมตัดสินใจจะลาพักจากวงการแข่งขัน ให้เวลากับตัวเองเพื่อย้อนกลับมาทบทวนเป้าหมายและวางแผนใหม่สำหรับอนาคตของผม”

ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิทเทลอยู่ในสภาวะไม่มีผลงานและแสดงออกถึงความเครียดกลางฤดูกาล ในปี 2015 ที่เขาสังกัดทีม Giant-Alpecin เขาก็ยกเลิกสัญญากับทีมก่อนจบฤดูกาลเช่นกันจากที่ไม่สามารถทำผลงานได้ตามที่ทีมหวัง จากนั้นเขาเข้าร่วมทีม Quickstep และพลิกกลับมาเป็นสปรินเตอร์แถวหน้าของวงการได้สองปีติดต่อกัน ก่อนจะย้ายมา Katusha เพราะไม่อยากอยู่ร่วมกับสปรินเตอร์น้องใหม่อย่างเฟอร์นันโด กาวิเรีย จากที่อาจจะต้องแย่งกันลงสนามใหญ่อย่าง Tour de France

แต่สัญญาใหม่ของคิทเทลกับ Katusha ก็เริ่มไม่สวย ด้วยที่ทีม Katusha ไม่มีชุดผู้ช่วยลีดเอาท์เหมือนใน Quickstep และการที่เขายังปรับตัวเข้ากับทีมได้ไม่ราบรื่น ทำให้เขาชนะแค่สองครั้งในปี 2018 และแข่ง Tour de France ไม่จบ

 

“ความเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่โอกาสใหม่”

คิทเทลกล่าวต่อ:

“ถึงจุดนี้ ผมต้องขอขอบคุณทีม Katusha-Alpecin ที่สนับสนุนผมตลอดมา ผมไม่เคยเห็นสตาฟฟ์ทีมไหนที่ทำงานหนักพร้อมจะช่วยเหลือนักกีฬาขนาดนี้ ผมต้องขอโทษที่ไม่สามารถสานต่อแพสชันของทุกคนด้วยผลงานชัยชนะได้อย่างที่ทุกคนคาดหวัง ผมอยากขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคนด้วย ที่มั่นใจและพร้อมจะช่วยเหลือทีมมาตลอด”

“ผมเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่เส้นทางและโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะยังมีความไม่มั่นใจอยู่เต็มไปหมดในหลายๆ เรื่อง แต่ผมก็เชื่อว่าสุดท้ายผมน่าจะก้าวข้ามปัญหานี้ไปได้ในที่สุด จากเวลานี้ไปผมจะให้ความสำคัญกับความสุขและความสบายใจมากกว่าทุกสิ่ง ผมตื่นเต้นกับอนาคต ผมอยากจะแข่งขันอีกครั้ง แต่ตอนนี้ก็ต้องขอกลับไปวางแผนทบทวนก่อนว่าจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ยังไง”

“มันเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตผม และผมก็ยอมรับมันด้วยใจที่เปิดกว้าง”

โฆเซ อาเซเวโด ผู้จัดการทีมกล่าวในเว็บไซต์:

“ทีมเราเสียใจที่ต้องตกลงยกเลิกสัญญาการแข่งขันกับมาร์เซล เราเข้าใจสถานการณ์ของมาร์เซล และเราอยากสนับสนุนเขาในช่วงเวลาที่ท้าทายของชีวิต สมาชิกของทีมเราทุกคนพร้อมจะสนับสนุนมาร์เซลในอนาคต และเราหวังว่าเขาจะกลับมาแข่งขันอีกครั้งสมกับที่เขาเป็นแชมป์เปียนคนสำคัญของวงการครับ”​

 

จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

การออกจากทีมของคิทเทลครั้งนี้น่าจะเป็นแผลใหญ่สำหรับทีม Katusha ที่แทบจะไม่มีผลงานชัยชนะเลยตลอดทั้งฤดูกาล ส่วนคิทเทลนั้นเราพอทราบจากอดีตว่าเขาเป็นคนที่บริหารความเครียดไม่เหมือนนักกีฬาคนอื่นๆ และมีสภาวะขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้มาแล้วสองครั้ง แต่ก็พลิกกลับมาชนะได้เสมอ

ความท้าทายต่อจากนี้คือ คิทเทลเองไม่มีผลงานสม่ำเสมอมาสองฤดูกาลเต็มแล้ว ต่างกับครั้งก่อนๆ ที่เขายังมีผลงานชนะรายการใหญ่ใช้เป็นข้อต่อรองในการเข้าร่วมทีมด้วยค่าตัวระดับแถวหน้าของวงการ

อีกปัญหาคือ ในปีนี้เราได้เห็นสปรินเตอร์น้องใหม่ ฟอร์มดีเริ่มมีผลงานในรายการใหญ่ๆ เยอะขึ้นทีเดียว จากเซอร์เวย์ของ Ducking Tiger เดือนที่แล้ว ที่เรารับผลงานของสปรินเตอร์ในปีนี้ เราพบว่า สปรินเตอร์รุ่นใหม่นั้นมีผลงานดีกว่าสปรินเตอร์รุ่นเก่าอย่าง มาร์ค คาเวนดิช, อังเดร ไกรเปิล, มาร์เซล คิทเทล และแม้แต่แชมป์โลกสามสมัย ปีเตอร์ ซากาน กันเกือบทุกคน

การกระจายตัวของสปรินเตอร์รุ่นใหม่อาจจะทำให้คิทเทลหาทีมใหม่ได้ยากขึ้น ก็คงต้องรอดูกันในฤดูกาล 2020 ว่าเขาจะได้สังกัดใหม่หรือเปล่าครับ

ที่มา: Team Katusha-Alpecin