แมธธิว แวน เดอ โพลล์ เป็นแชมป์โลกไซโคลครอสสมัยที่สาม

Dreams don't work unless you do.

แมธธิว แวน เดอ โพลล์ (เนเธอร์แลนด์) คว้าชัยชนะในสนามแข่งชิงแชมป์โลกไซโคลครอสรุ่น Mens Elite ในเมือง Dubenford, เยอรมนี เมื่อคืนนี้ นำห่างอันดับสอง ทอม พิดค็อก (สหราชอาณาจักร) +1:20 นาที และชนะทูน เอิร์ทส์ (เบลเยียม) ที่ได้อันดับสาม +1:45 นาที

ถึงสภาพอากาศจะไม่เป็นใจเท่าไร ฝนตกตลอดการแข่งขันจนโคลนท่วมสนาม แต่แวน เดอ โพลล์ก็โชว์ฟอร์มนักแข่งไซโคลครอสที่เก่งที่สุดในโลกตั้งแต่รอบแรก เขาสปรินต์ออกจากจุดสตาร์ทขึ้นนำกลุ่มและเริ่มทิ้งห่างกลุ่มได้เรื่อยๆ จนจบรอบแรก เขามีเวลานำกลุ่มถึง 12 วินาที และเพิ่มระยะห่างขึ้นเรื่อยๆ ในทุกรอบ

Lap 1: +12s
Lap 2: +47s
Lap 3: +59s
Lap 4: +1m09
Lap 5: +1m27
Lap 6: +1m36
Finish: +1m20

“เส้นทางวันนี้ค่อนข้างยากนะครับ เป็นสนามชิงแชมป์โลกที่ยากเป็นอันดับต้นๆ ที่ผมเคยแข่งเลย ผมเดาว่ากลุ่มจะต้องแตกตั้งแต่เริ่ม ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ และมันเป็นการแข่งที่เพียวมาก คนที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นหน้ากลุ่มตั้งแต่เริ่ม เป็นสนามชิงแชมป์โลกอย่างที่มันควรจะเป็นครับ” แวน เดอ โพลล์ให้สัมภาษณ์หลังแข่ง

ทอม พิดค็อก ตัวเต็ง CX จากอังกฤษ หลังจากที่ตามแวน เดอ โพลล์ไม่ทันก็กระชากยิงกลุ่มที่รอบที่สาม และนำกลุ่มมาได้จนถึงรอบสุดท้าย ถึงจะเข้าเส้นชัยช้ากว่าแวน เดอ โพลล์เกือบนาทีครึ่ง แต่ก็เป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขา จากที่เคยเป็นแชมป์ CX ในระดับ Junior และ U23 มาก่อน

พิดค็อกกล่าว: “มันเหลือเชื่อจริงๆ กับผลงานวันนี้ ผมรู้ว่าแวน เดอ โพลล์แข็งแกร่งกว่าใครๆ อยู่แล้ว แต่สำหรับผมที่เพิ่งจะขึ้นมาแข่งระดับ elite ปีนี้แล้วได้ขึ้นโพเดียมสนามชิงแชมป์โลกเลย มันน่ายินดีมากครับ”

ผลการแข่งขัน

1 – Mathieu van der Poel (Netherlands) 1:08:52
2 – Thomas Pidcock (Great Britain) 0:01:20
3 – Toon Aerts (Belgium) 0:01:45
4 – Wout Van Aert (Belgium) 0:02:04
5 – Laurens Sweeck (Belgium) 0:02:32
6 – Michael Vanthourenhout (Belgium) 0:03:12
7 – Corne Van Kessel (Netherlands) 0:03:52
8 – Tim Merlier (Belgium) 0:04:32
9 – Quinten Hermans (Belgium) 0:04:48
10 – Eli Iserbyt (Belgium) 0:05:11

วิดีโอไฮไลท์

 

อนาคตของแวน เดอ โพลล์

หลังจากขึ้นรับรางวัลเสื้อสีรุ้งสมัยที่สาม แวน เดอ โพลล์ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตการแข่งขันของเขาในฤดูกาล 2020 นี้ และเป้าหมายระยะยาวว่าเขาจะเลือกลงแข่งอะไรบ้าง จากที่ปกติในหนึ่งฤดูกาลเขาลงแข่งทั้งจักรยานถนน เสือภูเขา และไซโคลครอส

“คือโปรแกรมการแข่งจักรยานถนน (road racing) แบบที่ผมเลือก มันเข้ากับการแข่งเสือภูเขานะ แต่ถ้าผมตั้งเป้าจะเอาแชมป์แกรนด์ทัวร์ มันคงไปด้วยกันไม่ได้”

“กลับกัน ถ้าผมโฟกัสที่สนามคลาสสิคแบบแข่งวันเดียวจบ ซึ่งไม่ได้ใช้เวลาซ้อมและแข่งนานมากนัก ผมก็ยังลงแข่งเสือภูเขาได้ด้วย”

“แต่ถ้าผมลงเอนดูโร ก็จะเจอปัญหาเดียวกันกับการลงแข่งแกรนด์ทัวร์ เพราะมันใช้เวลาเยอะครับ ผมคิดว่ามันเป็นการแข่งจักรยานที่เจ๋งที่สุดเลย แต่ผมลงอย่างอื่นไว้เยอะแล้ว น่าเสียดายเหมือนกัน”

หลังจากที่จบฤดูกาลแข่งไซโคลครอสแล้ว เป้าหมายต่อไปของแวน เดอ โพลล์คือลงแข่งรายการจักรยานถนน โดยเฉพาะสนามคลาสสิคในช่วงฤดูใบไม้ผลิ รายการที่เขาจะลงปีนี้นั้นน่าสนใจทีเดียวเพราะเป็นรายการใหญ่ที่เขาไม่เคยลงมาก่อน และจะต้องเจอกับรุ่นพี่ฟอร์มแรงหลายคน สนามที่จะลงก็เช่น Strade Bianche, Milan-San Remo, Volta Catalunya, Dwars door Vlaanderen, Tour of Flanders และ Paris-Roubaix

“หลังจากนี้ผมจะพักแข่งและซ้อมสักช่วงหนึ่งแล้วเริ่มกลับไปลงสนามคลาสสิคครับ ผมอยากแข่งสัก 6-7 รายการ และอยากฟอร์มดีในทุกๆ สนามที่ลงแข่ง”

เมื่อจบรายการคลาสสิคแล้วเขาก็จะพักแข่งอีกช่วง เพื่อเตรียมซ้อมเสือภูเขาและลงสนามโตเกียวโอลิมปิก

แต่เมื่อจบโอลิมปิกซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ที่สุดของเขาในปีนี้แล้ว เขาจะไปทางไหนต่อ? แวน เดอ โพลล์กล่าวว่ามันยากมากที่จะเลิกแข่งเสือภูเขา เพราะเป็นการแข่งที่เขาชอบที่สุด แต่ก็อยากลงแข่งแกรนด์ทัวร์มากๆ ด้วย

“ผมคงต้องเลือกในที่สุดครับว่าจะโฟกัสประเภทไหน ปู่ของผม เรย์มอนด์​ พูลิดอร์ เป็นนักแข่งแกรนด์ทัวร์ตัวยง แต่ผมเองรู้ตัวว่าไม่ใช่นักไต่เขาที่ดีนัก ถ้าลงแข่งแกรนด์ทัวร์ก็คงเน้นไปที่แชมป์สเตจมากกว่า”