รีวิว: Nich Faith

จักรยาน Nich เป็นแบรนด์เสือหมอบไทยที่เกิดมาในช่วงที่จักรยานเสือหมอบกำลังเป็นที่นิยมเลยก็ว่าได้ครับ (DT เคยสัมภาษณ์ Nich Cycling เกี่ยวกับความเป็นมาของแบรนด์ อ่านได้ที่ ลิงก์นี้)

จากผู้จำหน่ายล้อคาร์บอนขอบสูงและชุดปั่นราคาไม่แพง ผ่านไปไม่ถึง 5 ปี Nich Cycling กลายเป็นแบรนด์จักรยานที่คนรู้จักไปทั่วประเทศและมีทีมแข่งจักรยานอาชีพของตัวเองที่กวาดรางวัลอย่างต่อเนื่องหลายสนามในชื่อทีม Nich-100 Plus แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือความมุ่งมั่นที่จะทำจักรยานและล้อเสือหมอบคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ไม่ยาก

เมื่อต้นปี Nich เปิดตัวเฟรมจักรยานถนนรุ่นใหม่ในชื่อ “Faith” แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ศรัทธา” Faith เป็นเฟรมสไตล์ all round ที่ต้องการจะผสมผสานความคล่องแคล่วว่องไว น้ำหนักเบา การตอบสนองแรงดีเยี่ยมโดยที่ไม่สะท้านสะเทือนร่างกายผู้ปั่นจนเกินไป และมีความแอโรไดนามิกเล็กน้อย คล้ายๆ กับแนวทางที่หลายๆ แบรนด์ระดับโลกหันมาพัฒนาเฟรมแนวน้ำหนักเบาไต่เขาของตัวเองให้รอบด้านยิ่งกว่าเดิม

ปัจจุบัน Nich มีจักรยานให้เลือก 5 แบบตามนี้ครับ

  1. Faith: เสือหมอบเรือธงที่ประสิทธิภาพดีที่สุดของแบรนด์ // 43,000 บาทพร้อมหลักอานคาร์บอน
  2. Reborn 2: เฟรม Time Trial // 45,000 บาท
  3. Legend 3: เฟรมแอโร // 39,000 บาทพร้อมหลักอารคาร์บอน
  4. Signature: เฟรมน้ำหนักเบาเน้นการตอบสนองแรงและขึ้นเขา // 37,000 บาทพร้อมหลักอารคาร์บอน
  5. KEM: เฟรมอลูมิเนียม all round (4 ตัวด้านบนเป็นคาร์บอนไฟเบอร์) // 18,500 บาทไม่รวมหลักอาน

Nich พัฒนาจักรยานยังไง?

ก่อนที่จะรีวิว ผมคิดว่ามีสิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจกัน จากฟีดแบ็คใน Facebook แล้วหลายคนดูจะยังไม่เข้าใจการทำงานของ local brand แบบ Nich (และแบรนด์อื่นๆ) บ้างกล่าวว่าเป็นสินค้าก็อปปี้ เป็นเฟรม open mold สั่งโรงงานตามแบบแม่พิมพ์ที่โรงงานออกแบบไว้แล้วก็นำมาตีแบรนด์จำหน่าย แต่จริงๆ ไม่ถูกและมีรายละเอียดมากกว่านั้นครับ

ไม่ใช่ทุกบริษัทและแบรนด์จะสามารถออกแบบและผลิตสินค้าได้เองทุกขั้นตอน และบางครั้งการทำเองทุกอย่างอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป แบรนด์สินค้าจักรยานส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะ พัฒนาและออกแบบสินค้าเอง จากนั้นส่งให้โรงงานที่มีความเชี่ยวชาญและได้มาตรฐานผลิต

โรงงานเหล่านี้เรียกว่า OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือ ODM (Original Design Manufacturer) โรงงานมีหน้าที่ผลิตและดีไซน์สินค้าให้ลูกค้าตามเสป็ค จากนั้นเจ้าของแบรนด์เขาก็จะรับสินค้ากลับไป แล้วกระจายไปตามผู้จัดจำหน่าย (Distributor) ทั่วโลก ทำให้บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเขาผลิตเองในประเทศนั้นๆ

มี่อยู่ไม่กี่บริษัทในโลกที่ยังคงผลิตจักรยานเองในโรงงานในประเทศของเขาเอง ส่วนที่เหลือก็ย้ายฐานการผลิตไปให้โรงงาน OEM และ ODM เป็นผู้ผลิต ส่วนใหญ่อยู่ในไต้หวันและจีน ไม่ต่างกับสินค้าอื่นๆ อย่างเสื้อผ้า กางเกงยีนส์แบรนด์ใหญ่จากอเมริกา ก็ผลิตที่ประเทศไทย โรงงานใช่ของเขาไหม? ก็ไม่ใช่เพราะผลิตให้ยี่ห้ออื่นๆ เหมือนกัน อุตสาหกรรม รถยนตร์ อิเล็คทรอนิคส์ก็เช่นกัน ประเทศไทยก็เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ให้หลายๆ ยี่ห้อครับ

 

แบรนด์จักรยานก็มีทั้งขนาดใหญ่ที่เป็นบริษัทข้ามชาติ และระดับเล็กแบบท้องถิ่น แบรนด์ใหญ่ก็มีเงินทุนและศักยภาพที่จะพัฒนาสินค้าเองทั้งหมดแล้วส่งไปผลิต ก่อนจะนำกลับมาจัดจำหน่ายเอง ส่วนแบรนด์ท้องถิ่นนั้นอาจจะไม่มีงบลงทุนวิจัยพัฒนา ก็ต้องอาศัยการวิจัยสินค้าและพัฒนาจากโรงงานที่เป็นพาร์ทเนอร์

โรงงานไต้หวัน จีนที่เรารู้จักกันนั้นไม่ได้มีหน้าที่ผลิตอย่างเดียว หลายโรงงานมีทีมนักวิจัยที่เก่งกาจและออกแบบจักรยานให้แบรนด์ดังๆ แทบทุกแบรนด์​ครับ แบรนด์ใหญ่ไม่ได้สามารถออกแบบรถด้วยตัวเองได้ทุกรุ่น เพราะมันอาจจะไม่คุ้มทุน โดยเฉพาะ ในรุ่นเล็กหรือรุ่นตลาดล่างที่ไม่ต้องมีดีไซน์โดดเด่นหรือเทคโนโลยีล่าสุด เขาก็อาจจะซื้อแบบที่โรงงานผลิตไว้แล้วมาปรับปรุง ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนทำการตลาดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

Nich Cycling เริ่มเป็นมากกว่าแบรนด์โลคัล เริ่มมีจำหน่ายในต่างประเทศ ปัจจุบันล้อคาร์บอนของ Nich นั้นมีโมลด์ที่ออกแบบเอง ไม่ได้ใช้งานออกแบบของโรงงานเป็นงาน ODM อย่างแท้จริง ส่วนจักรยาน Nich เป็นงาน OEM ที่ทำงานร่วมกับโรงงาน ใช้แบบจักรยานที่โรงงานพัฒนาไว้ แล้วนำกลับมาทดสอบ เพื่อหาข้อบกพร่องหรือจุดปรับปรุง ก่อนจะฟี้ดแบคกลับไปโรงงานเพื่อให้ได้สินค้าที่ต้องการ เฟรมจักรยาน Nich ทุกรุ่นเป็น Region Exclusive Mold นั่นคือ ถึงจะเป็นงานออกแบบของโรงงาน แต่ก็มีสัญญาค้าขายไม่ให้ประเทศในภูมิภาคเดียวกันขายซ้ำได้ ไม่ใช่การชี้นิ้วจิ้มสั่งของจากโรงงานมาขายอย่างที่หลายคนอุปมาครับ

ส่วนงาน “OEM” ที่คนไทยเรียกกันนั้นมีนัยยะไปทางสินค้าก็อปปี้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องอย่างที่อธิบายไว้ข้างบนครับ ขณะเดียวกัน Nich ก็ไม่ใช่สินค้า Open Model (Open Mold) หรือโมลด์เปิดที่ใครอยากซื้อจากโรงงานก็ซื้อได้ แบบนั้นจะมีราคาถูกกว่าและ R&D ที่อาจจะน้อยกว่า exclusive mold

ดีไซน์

เมื่อเข้าใจถึงธรรมชาติของสินค้า Nich แล้วก็มารีวิวกันเลยดีกว่า เฟรม Faith เป็นเฟรมเรือธงล่าสุดของ Nich เป็นเสือหมอบสาย all-round น้ำหนักเบา เฟรมไซส์เล็กสุดมีน้ำหนักประมาณ 780 กรัมเท่านั้น ไซส์ M อยู่ที่ 800 กรัม เฟรมทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ของ Torayca ผสมระหว่าง T700 และ T800

ตะเกียบแบบยังไม่ตัดซางหนัก 380 กรัม ดีไซน์ตะเกียบโก่งออกเล็กน้อย ซึ่ง Nich เคลมว่าช่วยลดการเกิดแรงต้านอากาศ (drag) ได้บ้าง

เฟรม Faith ออกแบบมาให้ทรงท่อเรียวและกว้าง เพื่อการตอบสนองแรงและกระจายแรงสั่นสะเทือนพื้นถนน ท่อล่างมีขนาดใหญ่ เรียวจากบริเวณที่ประกบท่อคอแล้วบานขยายออกไปจนถึงช่วงห้องกระโหลก กระโหลกมีขนาดใหญ่และกว้างมากทีเดียวครับ เชนสเตย์อวบและเป็นดีไซน์แบบไม่สมมาตรให้ทางด้านขวาใหญ่กว่าเล็กน้อยเพื่อรับแรงกระทำบริเวณจุดขับเคลื่อนได้ดีกว่า

เฟรมรองรับยางกว้าง 28mm ตามสมัยนิยม และเข้ากับดีไซน์ล้อขอบอ้วนที่แมทช์กับยางขนาด 25mm เป็นอย่างน้อย

ท้ายสุด Nich เลือกโรงงานผลิตเฟรมที่มีกำลังผลิตและศักยภาพดีกว่าที่ใช้ผลิตเฟรมรุ่นอื่น มีเทคนิคในการผลิตที่ดีกว่า จึงเป็นที่มาของน้ำหนักเฟรมที่เบาที่สุดในไลน์อัปของ Nich และก็เป็นเฟรมที่ต้นทุนการผลิตสูงที่สุดด้วยเช่นกัน

รีวิว

ต้องออกตัวก่อนว่า ถึง DT จะรู้จักและสนิทกับ Nich พอสมควร แต่สินค้าเป็นยังไงเราก็ว่ากันตามจริงครับ DT เคยทดลองปั่นจักรยานของ Nich ทุกรุ่นแล้วก็มีทั้งจุดที่ชมและติ: เฟรมอลู Kem เป็นเฟรมที่ดีมากในระดับราคานั้น สู้อลูตัวท็อปของแบรนด์นอกได้สบายในด้านประสิทธิภาพ เฟรม Signature นั้นตอบสนองแรงดีมาก เคยใช้แข่งไครทีเรียมก็ไม่ผิดหวังกับอัตราเร่ง แต่ช่วงหน้ารถสะท้านมือบ้าง ส่วน Legend 3 ที่เป็นรถแอโรนั้นผมไม่ถูกใจหน้าตาเท่าไร และคิดว่าเฟรมสติฟแต่สะเทือนเกินไป ใช้งานได้ไม่หลากหลายนัก

การทดสอบ Faith นี้เป็นระยะเวลาสั้นๆ ที่ถนนลาดกระบังไปและกลับสนามปั่น Sky Lane ซึ่งพอมีสะพานสูงให้ลองระเบิดพลังขึ้นเนิน พร้อมทางคดลงสะพานให้ลองลงเนินเร็วๆ ทดสอบ handling ใน Skylane ก็ทำความเร็วได้และลองรูดทางกรวดข้างถนนปั่นเพื่อดูการซับแรงสะเทือนครับ

Spec

รถทดสอบใช้กรุ๊ปเซ็ต Dura-Ace 9000 + Stage พาวเวอร์มิเตอร์, ล้อ Zonda หน้า + Fulcrum Racing Zero หลัง (ถอดมาจากรถผม) ยาง Vittoria Corsa G+ 25mm สเต็ม Syntace, แฮนด์และหลักอานคาร์บอนของ Nich และสเต็ม Syntace น้ำหนักออกมา 7.1 กิโลกรัมพอดี

Fit

Faith เป็นจักรยานที่ฟิตไม่ยากครับ ท่อคอสูงพอสมควร และมีไซส์ให้เลือกเยอะ (XXS-XL) มี 12 สีให้เลือก คันที่ผมรีวิวเป็นรถโปรโตไทป์แต่สเป็คเดียวกับรถที่จำหน่ายจริงทั้งหมด Faith ไม่ได้มากับแฮนด์ หรือหลักอาน integrated แบบรถแอโรสมัยใหม่ เพราะงั้นอยากเลือกใช้แฮนด์สเต็ม กว้างยาวเท่าไรก็ตามสะดวกกันเลย เฟรมแถมหลักอานคาร์บอนของ Nich เองมาให้ด้วย

Stack:Reach ของเฟรมไซส์ XS ที่ผมปั่นอยู่ที่ 529/361 คิดเป็นสัดส่วนคือ 1.46 เยอะมาก ทำให้ไม่ต้องรองคอแหวนเลย

อย่างไรก็ดี การที่มัน stack สูงนี่ นักปั่นที่แข็งแรง หรือนักกีฬาอาจจะเซ็ตรถลำบากครับ ต้องหาสเต็มขนานพื้นหรือกลับสเต็มกันให้รถยังซิ่งอยู่

Acceleration

การตอบสนองแรงทำได้ดีมากถึงมากที่สุด เป็นรถที่ผู้ปั่นเร่งได้คงเส้นคงวาดีครับ นั่นคือรถพุ่งดีทันทีที่กระทืบบันไดทั้งช่วงความเร็ว ต้น-กลาง-ปลาย จากที่เคยขี่มา รถบางคันต้นเร่งไม่ทันใจนัก แต่ปลายพุ่ง (เช่น Canyon Aeroad ของผม) บางคันต้นแรง ปลายมาไม่สุด (เช่น BMC SLR01, Cervelo R3) ส่วน Faith นั้นเร่งดีคงเส้นคงวา ลองขึ้นสปรินต์แบบมีคนตั้งความเร็วให้ก็กดไปได้ที่ 58 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่าๆ ที่ผมทำได้ใน Aeroad

ในเรี่องความพุ่งนั้นไม่แพ้รถแข่งระดับโปรทัวร์ครับ มีคันที่ผมขี่แล้วคิดว่าพุ่งดีกว่าเล็กน้อยก็เช่น Storck Aernario และ Axman Aiolos SL3 แต่ก็ชนะกันนิดเดียว

Comfort

จุดเด่นที่สุดของ Faith ไม่ใช่เรื่องความพุ่ง แต่มันคือการซับแรงสะเทือนครับ เป็นอะไรที่ขี่แล้วตกใจมากเหมือนกัน เพราะผมย้ายชุดล้ออลูมาจาก Canyon Aeroad ทั้งดุ้น แถมเติมลมยางแข็งกว่าเล็กน้อย คือเดาไว้เลยว่าเฟรมสติฟแบบนี้มันไม่น่าจะนิ่มมากนัก สัมผัสบนถนนคอนกรีต รูดหลุมบ่อ ไปจนถึงทางกรวดขอบถนน Skylane นั้นจัดว่าเหนือชั้นมาก รถนิ่ง กระจายแรงแบบไม่สะท้านมือเลย ถ้าใส่ล้อขอบอ้วน+ยางหน้ากว้างที่แมทช์กันพอน่าจะยิ่งสบายกว่านี้เพราะจุดสัมผัสถนนของหน้ายางจะกว้างกว่าเดิมอีก

ขี่แล้วเคลิ้มครับ ไปเรื่อยๆ ได้ทั้งวัน บวกกับ geometry ที่ไม่ก้มต่ำเกินไปก็น่าเอาไปปั่นทางไกลหรือสเตจเรซทีเดียว เอาจริงๆ ขี่สบายกว่าเสือหมอบแนวเอนดูรานซ์บางคันอีก ถึงจะไม่ให้ฟีลไหลลู่ลมสู้ลมดีเหมือนหมอบแอโร แต่ความที่ช่วงล่างมันสมูทมากนี้ก็ให้ฟีลไหลหน่อยๆ เหมือนกัน

Handling

ผลพวงจากที่เฟรม Faith ซับแรงสะท้านสะเทือนดีก็ช่วยให้รถมีความนิ่งครับ ไม่กระเด้งกระดอน stability ดีมาก ลงสะพานด้วยความเร็วสูงไม่มีปัญหาอะไร ฟีล Handling จะออกมากลางๆ หน่อย ไม่อืดอาดแต่ก็ไม่เร็วแบบเสียววาบเหมือนรถบางคันครับ อีกอย่างที่น่าจะช่วยเรื่องการเข้าโค้งคือ Faith มี bb drop (ความสูงจากพื้นถึงกระโหลก) ต่ำกว่าเฟรมอื่นๆ ประมาณ​ 0.5-1cm ซึ่งทำให้จุดศูนย์ถ่วงรถต่ำด้วย

Look

รถเป็นทรงเสือหมอบ traditional ท่อนอนสโล้ปเล็กน้อย ก็เหมือนรถแนวไต่เขา all rounder ทั่วไปครับ คันที่ถ่ายรูปมานั้นเป็นสีดำ-เทา ซึ่งดูเรียบง่ายดี เฟรมลง finish แบบ gloss เป็นรอยน้ำบนเนื้อคาร์บอน สวยไปอีกแบบแต่อาจจะไม่ถูกใจคนที่ชอบเรียบๆ ส่วนสีอื่นๆ นั้นดูแปลกตาเหมือนกัน ชอบไม่ชอบคงแล้วแต่คนครับ