นิกี้ เทิร์ปสตร้าคว้าแชมป์ Tour of Flanders 2018

นิกี้ เทิร์ปสตร้า (Quickstep Floors) คว้าผลงานใหญ่ระดับ Classic Monument อีกหนึ่งรายการเมื่อคืนนี้ เมื่อเขาโซโล่หนีกลุ่มไล่เป็นระยะทางกว่า 29 กิโลเมตร คว้าแชมป์ Tour of Flanders ให้ทีม Quickstep

เทิร์ปสตร้ารักษาฟอร์มสดที่ทำให้เขาได้แชมป์ E3 Harelbeke เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขาเปิดเกมหนีกลุ่มที่ 45 กิโลเมตรสุดท้ายเป็นคนแรก ถึงจะไม่สำเร็จ โดนกลุ่มตัวเต็งรวบ แต่ที่ 29 กิโลสุดท้าย เขาเป็นคนเดียวที่ออกตามวินเชนโซ นิบาลี (Bahrain-Merida) ได้ทัน และทิ้งห่างนิบาลีในระยะทางเพียงสองกิโลเมตร

เทิร์ปสตร้าไล่ไปจนทันเบรคอเวย์ที่อยู่ข้างหน้าสามคน – แมดส์ เพเดอร์เซ็น (Trek-Segafredo), ดีแลน แวน บาร์ล (Sky), และเซบาสเตียน แลงเกเวลด์ (EF Education First Drapac) ที่ประมาณ 19 กิโลเมตรก่อนถึงเส้นชัย

 

แต่พอถึงกลุ่มหนีแล้ว เทิร์ปสตร้าไม่รอประคองความเร็ว เขาโจมตีซ้ำและทิ้งห่างกลุ่มบนทางขึ้นเนิน Ode Kwaremont เนินชันรองสุดท้าย และทิ้งห่างกลุ่มหนีได้หลายสิบวินาที รวมเวลานำกลุ่มเปโลตองร่วม 40 วินาที

ด้านหลัง ปีเตอร์ ซากาน (Bora-Hansgrohe) พยายามจะไล่ให้ทันเทิร์ปสตร้า ชิงหนีกลุ่มออกไปคนเดียว แต่ถูกคู่แข่งไล่เก็บอย่างรวดเร็ว กลุ่มตัวเต็งที่มีทั้ง เกร็ก แวน เอเวอร์มาร์ท (BMC), มิฮาล เควียทคอฟสกี้ (Sky), ทีจ เบนูท (Lotto-Soudal) และตัวเต็งอีกหลายคนไม่สามัคคีกันพอ เปิดโอกาสให้เทิร์ปสตร้าหนีห่างจนถึงเส้นชัย

 

เทิร์ปสตร้าเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ส่วนแมดส์ เพเดอร์เซ็น นักปั่นชาวเดนมาร์ควัย 22 ปี ผู้ซึ่งเป็นแผน ‘C’ ของทีม Trek-Segafredo รั้งยาวจากกลุ่มหนีตามเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง ฟิลลิป จิลแบร์ (Quickstep) แชมป์เก่าปี 2017 ตอกย้ำความโหดเหี้ยมของทีมด้วยการสมทบเทิร์ปสตร้า เก็บโพเดี้ยมอันดับสาม, ไมเคิล วาลเกรน (Astana) เข้าเป็นอันดับสี่, GVA อันดับห้า, ซากานที่หก, สตอยเว็นที่เจ็ด และเบนูทอันดับแปด

ชัยชนะของเทิร์ปสตร้าทำให้เขาเป็นนักปั่นชาวดัทช์คนแรกในรอบ 31 ปีที่ได้แชมป์ Tour of Flanders และด้วยผลงานปัจจุบัน เขากลายเป็นอีกหนึ่งราชันย์แห่งสนามคลาสสิค กับผลงานแชมป์ Tour of Flanders (2018), และ Paris-Roubaix (2014) – ชัยชนะที่แม้แต่ปีเตอร์ ซากานและแวน เอเวอร์มาร์ทก็ยังทำไม่สำเร็จ

ผลการแข่งขัน

วิดีโอไฮไลท์

 

เทิร์ปสตร้า: “ผมไม่ใช่สปรินเตอร์ ผมต้องชนะด้วยวิธีนี้”

“มันยากที่จะเชื่อ ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว สนามพวกนี้ – Roubaix, Flanders เป็นรายการที่ผมฝันอยากจะชนะตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้วตอนนี้ผมก็ได้แชมป์ทั้งสองรายการ”

“กิโลเมตรสุดท้ายผมไม่เหลืออะไรแล้ว วิธีนี้มันเป็นทางเดียวที่ผมจะชนะได้ ผมไม่ใช่สปรินเตอร์”

terpstra wins flanders 2018 rvv

“สามปีก่อนผมแพ้ให้คริสตอฟ (UAE) เรามาถึงเส้นชัยด้วยกันแต่เขาเร็วกว่าผมมาก ผมเสียใจที่ไม่หาทางกำจัดเขาก่อนถึงเส้นชัย ปีนี้นิบาลีเป็นคนเปิดเกมตัดสิน จริงๆ สตีบาร์เริ่มก่อน เขาโจมตีหนักมากจนคู่แข่งเริ่มแรงตก แล้วนิบาลีก็ออกตาม ผมรู้ว่าจังหวะนี้สำคัญ บางทีวันที่อะไรๆ มันลงตัวก็ คุณก็เหมือนรู้ได้เองว่าจังหวะไหนห้ามปล่อย”

“พอหลุดมาคนเดียวแล้วผมไปเร็วมากไม่ได้ ลมแรงมาก กลุ่มไล่ก็ดูจะช่วยกันดี มันยากที่จะปั่นคนเดียวในเส้นทางแบบนี้ครับ พอไล่ทันกลุ่มหนีผมรู้ว่าบนเนิน Kwaremont ทุกคนต้องแรงตก ก็ไม่แปลกที่เขาจะขี่รอกัน แต่นี่คือการแข่งขัน ผมรู้สึกฮึกเหิมตอนได้แซงทุกคน เหมือนติดปีกอะ แต่หลังจากนั้นก็ยาก ไม่ยากเท่าใน E3 แต่ตอนเข้าเส้นชัยผมแทบไม่มีแรงยืน”

“ผมไม่ใช่คนที่เร็วที่สุด ถ้าจะชนะรายการใหญ่ผมต้องฟอร์มดี มีโชค และทีมช่วยเหลือดี วันนี้ผมอยู่ในกลุ่มที่ล้มสามครั้ง แต่รอดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ โชคดีมากครับ”

“จบจาก Paris-Roubaix ผมจะแข่ง Amstel Gold แล้วถ้ามีโอกาสให้ช่วยทีมเหมือนที่เขาช่วยผมวันนี้ ก็จะทำเต็มที่เพื่อตอบแทน”

 

จิลแบร์: “ทีมนี้ไม่มีตัวเต็ง”

“ทีมเราไม่มีใครที่มีหน้าที่ชัดเจน ล็อกไว้ว่าเป็นหัวหน้าหรืออะไรแบบนั้น เราปั่นด้วยกัน เรารู้ว่าสไตล์การแข่งเราเป็นยังไง สถานการณ์ในสนามคือสิ่งที่จะกำหนดว่าใครจะเป็นหัวหน้าทีม เราไม่ตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้นำก่อนลงสนาม”​

quickstep wolfpack flanders 2018 rvv 2

“จริงว่าผมก็อยากชนะ ทุกคนต่างมีความทะเยอทะยาน แต่เมื่อคุณใส่เสื้อตัวนี้แล้ว หน้าที่คือทำให้คนที่ใส่เสื้อสีเดียวกับคุณชนะ มันอาจจะเป็นคุณก็ได้ แต่คนอื่นในทีมก็มีสิทธิเท่ากัน ถ้ามีเพื่อนร่วมทีมอยู่หน้าคุณ คุณต้องทำให้เขาชนะ เพราะสถานการณ์มันเป็นแบบนั้น ไม่ใช่ไปไล่จับทีมตัวเองมันคือเหตุผลว่าทำไมทีมเราถึงประสบความสำเร็จมากกว่าทีมอื่นๆ”

“เราปั่นหนักทั้งวัน เราอยากให้มันเป็นสนามที่ยากกับทุกคน เราจัดหนักเกือบแปดสิบกิโลเมตร ตอนที่เบรคอเวย์หนีไปได้ เปโลตองกรอบหมดแล้ว จากนั้นก็เป็นการคัดเลือกตามธรรมชาติว่าใครแรงดีที่สุด”​

 

ซากาน: “ถ้าทุกคนยังหลับอยู่ Quickstep ก็จะชนะตลอดไป”

เป็นอีกครั้งที่ปีเตอร์ ซากาน (Bora-Hansgrohe) และตัวเต็งทีมอื่นๆ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้เล่นเกมรับ เมื่อ Quickstep ชิงทำเกมก่อน และกลุ่มไล่ไม่ยอมร่วมมือกัน ซากานวิเคราะห์เกมหลังแข่ง:

“วันนี้ Quickstep คุมเกมทุกจังหวะ เขาเล่นหนักตั้งแต่เริ่มแล้วไม่เคยหยุด แล้วกระทุ้งกลุ่มหลายครั้ง จนเราไม่เหลือแรง ช่วงท้ายทีมพวกเราไม่มีผู้ช่วยเหลือเยอะเหมือนเขา ทีมเขาแกร่งเพราะมีนักปั่นหลายคนที่ความสามารถสูง เขาเล่นได้หลายแผน ส่วนทีมอื่นก็ไม่ยอมช่วยเหลือกันเอง”

“ผมไม่ใช่นักปั่นคนเดียวที่ทุกคนอยากจะเอาชนะ เราลงแข่งกันสองร้อยคนนะ ผมว่าทีมอื่นเดินเกมผิด ที่มัวมองแต่ผม เพราะอย่างงั้น Quickstep เลยชนะทุกรายการ”

โค้ชทีม Bora เสริม: “สำหรับซากาน การจะชนะได้มันยากกว่าคนอื่นนะ ถ้าคุณดูอย่างใน Gent-Wevelgem ที่ซากานชนะ ทีมเราไม่กลัวการสปรินต์ ปกติปีเตอร์เป็นบรรทัดฐานของทุกสนามที่เขาลงแข่ง เขาเป็นคนเก่งก็ไม่แปลกที่ทีมอื่นจะจ้องเขาเป็นพิเศษ เพราะงั้นมันหมายความว่าทุกเกมมันจะเริ่มที่เขา

“ทุกคนรอให้เขาเปิด ให้เขาตาม และนั่นคือความล้มเหลวของวันนี้ เพราะทุกคนปล่อยให้เทิร์ปสตร้าหนีได้นานเกินไป เขานำเราตั้งเกือบนาทีในตอนแรก! มันเยอะมากนะ ถ้าแค่ 20-30 วินาทีก็ยังพอว่า ตอนจบเราตามเขาประมาณ 20 วินาที แปลว่าเราไล่มาได้เกือบ 30 วิ ถ้าตอนท้ายเราตามแค่ 20 วิ เรามองเห็นเขาในระยะสายตา เราก็น่าจะจับทัน แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น”​

ซากานเพิ่มเติม: “มันยากที่ผมจะชนะในกลุ่มแบบนี้ ถ้าทุกคนมัวแต่หลับแบบนี้ก็ไม่มีทางชนะ”

“ผมพอใจกับผลงานวันนี้และอันดับ มีหลายอย่างที่ผมเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผมดีใจที่ผมทุ่มให้มันเต็มที่ ไม่มีอะไรคาใจแล้ว”

 

ใครคือแมดส์ เพเดอร์เซ็น?

อันดับสองใน Tour of Flanders ปีนี้อาจจะหน้าตาและชื่อไม่คุ้นหู ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจครับ เพราะเขาเป็นนักปั่นหน้าใหม่วัย 22 ปีเท่านั้นจากทีม Trek-Segafredo และเพิ่งจะลงแข่ง Tour of Flanders เป็นครั้งแรก

mads pedesen

เขาคนนี้คือแมดส์ เพเดอร์เซ็น อดีตแชมป์ Paris-Roubaix เยาวชนจากเดนมาร์ค พร้อมเคยได้เหรียญเงินชิงแชมป์โลกระดับ U23 ในปี 2013 ด้วย แล้ว Trek ก็ไปซื้อตัวมาได้หลังจากแก่งแย่งกับทีมอื่นอยู่นานเมื่อสิ้นฤดูกาล 2017 ที่ผ่านมานี้เอง

เพเดอร์เซ็นเป็นนักปั่น all round ที่แข่ง Time Trial ได้ดี เขาลงสนามนี้ในฐานะแผน ‘c’ ของทีม ทำหน้าที่ช่วยเหลือแยสเปอร์ สตอยเว็น และจอห์น เดเกนโคลบ์ แต่ด้วยที่หลุดไปกับกลุ่มหนีในช่วงท้าย และแรงดีกว่าเพื่อนทำให้ยืนระยะไม่โดนเปโลตองไล่จับ และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง ถึงจะโดนนิกี้ เทิร์ปสตร้าแซงไป ก็ยังตามเข้าเส้นชัยด้วยเวลาห่างกันแค่ 11 วินาที

“วันนี้มันยากจริงๆ สนามไหนๆ ที่แข่งกันเกิน 260 กิโลเมตรมันเป็นเรื่องของการเอาตัวรอดทุกครั้ง ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนก็ตาม ผลงานวันนี้มันเกินคาดครับ”

“แผนทีมเราคือให้ผมหนีให้ได้เพื่อกดดันทีมอื่นให้ไล่ ผมต้องไล่ปิดการโจมตีทุกเบรคอเวย์ ผมทำได้แต่ไม่คิดว่าจะอยู่รอดได้ยาวถึงเส้นชัย”

โค้ชของทีม Trek เสริม: “เพเดอร์เซ็นรู้ตัวว่าเขาเองแข็งแรงพอจะเป็นหัวหน้าทีมในอนาคตได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้มันดีกว่าที่เขาจะพัฒนาตัวเองตามสตอยเว็นและเดเกนโคลบ์ แต่ผมมั่นใจว่าอนาคตเขาจะขึ้นมาเป็นผู้นำทีมได้แน่นอน

podium flanders 2018 rvv