เกิดอะไรขึ้นใน Giro สเตจ 20

24 ชั่วโมงหลังจากที่คริส ฟรูม (Sky) พลิกเกม Giro d’Italia แบบหลุดโลกกับการโจมตีกลุ่มระยะยาว 80 กิโลเมตร พลิกเวลาตามคู่แข่งร่วมสามนาทีกว่ามาเป็นนำรายการ พร้อมคว้าเสื้อชมพูเป็นครั้งแรกในชีวิต

ฟรูมป้องกันเสื้อผู้นำได้อย่างสบายๆ ในสเตจ 20 ไล่ปิดการโจมตีของทอม ดูโมลาน (Sunweb) ที่พยายามออกกระชากหนีทำเวลาคืนในช่วงทางขึ้นเขาสุดท้าย พร้อมสปรินต์แซงคืนที่หน้าเส้นชัย เพิ่มระยะห่างจาก 40 วินาทีเป็น 46 วินาที

แต่ก็ใช่ว่าเกมจะสงบทุกวัน เมื่อทิบอต์ พิโนท์ (FDJ) ฟอร์มร่วงจน Astana ได้โอกาส เร่งความเร็วทิ้งห่างเอซ FDJ จนหลุดกลุ่มตัวเต็ง เสียเวลาไปถึง 45 นาที หลุดทั้งโพเดี้ยมและท็อป 10 ทำให้มิกูเอล โลเปซ (Astana) กระโดดขึ้นมาเป็นอันดับสามในตารางเวลารวม

ส่วนผลงานแชมป์สเตจนั้นตกเป็นของมิเคล เนียเว ศิษย์เก่าทีม Sky ที่ย้ายมาอยู่กับ Mitchelton-Scott หลุดเข้ากลุ่มเบรคอเวย์จากที่ไม่ต้องคอยประคองหัวหน้าทีมไซมอน เยทส์และเอสเตบาน ชาเวซ และโจมตีกลุ่มขาด หนีคนเดียวเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกฉลองวันเกิดครบรอบ 34 ปี และเป็นชัยชนะสเตจครั้งที่ 3 ใน Giro d’Italia ของเนียเวด้วย

ฟรูม: “Giro ครั้งนี้คือศึกที่ใหญ่ที่สุดในอาชีพผม”

“ก็มีหลายคนโจมตีนะครับที่ผมต้องไล่ปิดในช่วงสุดท้าย แต่ผมรู้สึกคุมเกมได้ไม่ยากเท่าไร ก็เพราะแทบทุกคนไม่เหลือแรงจะโจมตีกันแล้ว Giro ปีนี้เส้นทางยากจริงๆ ยากมากๆ คืออย่างที่คุณเห็น ถ้าวันไหนใครฟอร์มตก เขาไม่ได้เสียเวลาแค่ 20-30 วินาที เขาเสียอย่างน้อย 15 นาที แล้วคุณก็เห็นพินอท์วันนี้ที่แรงตก แล้วโดน Astana ตีหน้าหงายเลย”

“สำหรับทีมเราแผนคือแค่ตามทอม (ดูโมลาน) ผมสปรินต์ตอนจบเพื่อคุมเกมให้อยู่ แล้วก็เก็บแต้มเจ้าภูเขาด้วย”

เมื่อถูกถามว่าการโจมตีระยะไกลของเขาในสเตจ 19 นั้นเทียบได้กับนักปั่นระดับตำนานในอดีตหลายๆ คน แต่ก็เหมือนกับฟลอยด์ แลนดิสในปี 2006 ที่ถึงจะหนีไกลจนชนะรายการแต่ก็ถูกจับโด้ปเช่นกัน ฟรูมให้ความเห็น:

“ฟังนะ ผมเข้าใจได้ว่าหลายคนก็อยากจะเปรียบเทียบการปั่นของผมกับนักปั่นบางคน แต่ผมมั่นใจว่าผลงานเมื่อวานนี้ของผมจะไม่ถูกลบจากประวัติศาสตร์ครับ”

จากนั้นมีคนถามฟรูมว่าจะโชว์ข้อมูลการปั่นโซโล่ 80 กิโลเมตรของเขาได้หรือเปล่า

“ผมจะแปลกใจมากถ้า Velon ไม่มีข้อมูลการปั่นของผม ผมต้องแบกไอ้เจ้าเครื่องจับสัญญาณที่หนัก 180 กรัมมาตลอดสามสัปดาห์ ผมจะผิดหวังมากถ้าเขาไม่มีข้อมูลของผมนะ คือผมก็ยังไม่เห็นข้อมูลเหมือนกันว่าตัวเองปั่นเฉลี่ยกี่วัตต์หรืออะไร บางคนบอกว่าผมปั่นเฉลี่ย 350 วัตต์ตลอด แต่ระหว่างทางมันก็มีทางลงเขาตั้งเยอะ ผมคิดว่าผมทำเวลานำจากจังหวะลงเขามากกว่าขึ้นเขาอีกนะ”

“ผมรู้สึกว่าการแข่ง Giro ครั้งนี้เหมือนศึกที่ใหญ่ที่สุดในอาชีพผมเลย ผมล้มหลายครั้ง ล้มตั้งแต่ก่อนเริ่มแข่งด้วยซ้ำ มีวันที่ผมล้มกลางสเตจ มีวันที่ผมควรจะจบในกลุ่มหน้าแต่ก็หลุดกลุ่มเสียเวลา มีปัญหามากมายที่ต้องอดทนข้ามมันให้ได้”

“แล้วก็มีหลายช่วงเวลาที่ผมปราถนาให้สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น ผมพยายามเชื่อว่าทุกอย่างมันจะออกดอกออกผลในช่วงสัปดาห์สุดท้าย ในเวลาไม่กี่วันก่อนการแข่งขันสิ้นสุด ว่าฟอร์มผมจะกลับมา ซึ่งมันยากมากที่จะมีความเชื่อมั่นได้ยาวนานขนาดนั้นทั้งๆ ที่เวลารวมผมก็ตามเยอะ ถ้าวันไหนมีคู่แข่งที่ฟอร์มเริ่มตก แล้วคุณต้องกู้เวลาคืน วันนั้นแหละคือวันที่ต้องโจมตี”

 

ดูโมลาน: “ผมลองทุกอย่างแล้ว”

แชมป์เก่าทอม ดูโมลานจบการแข่งขันสเตจ 20 ด้วยเวลารวมที่ตามหลังคริส ฟรูม +46 วินาที และไม่สามารถทำเวลาคืนได้ แต่เจ้าตัวก็ไม่เสียใจ:

“ผมลองทุกอย่างที่ผมจะทำได้แล้ว แต่ฟรูมแกร่งกว่า ไม่เสียใจครับ ไม่สักนิดเลย ผมภูมิใจกับทีมและการปั่นของผมมาก นี่แหละคือการแข่งขัน ที่สองก็คือที่สอง วันนี้ผมเหนื่อย ไม่แน่ใจว่าจะเหลือแรงโจมตีด้วยซ้ำ แต่ผมจะผิดหวังมากถ้าไม่ยอมโจมตีเท่าที่ร่างกายจะทนไหว ผมได้ทำแล้ว แล้วมันก็จบแค่นี้”

“เส้นทางปีนี้มันยากว่าเดิมมาก มันง่ายกว่าที่จะเป็นคนโจมตีมากกว่าคนที่ตั้งรับ การที่ผมต้องอยู่ในเสื้อชมพูปีที่แล้วมันเครียดครับ ใครเป็นผู้นำก็ยากหมด ดูไซมอน (เยทส์) สิ ปีที่แล้วมันยากแต่ผมก็ถือมันได้จนวันสุดท้าย”

 

มิเคล เนียเวี แชมป์สเตจ:

“วันนี้สมบูรณ์แบบครับ วันที่ผมฝันไว้เลย กับผลงานแชมป์สเตจของทีมถึง 4 สเตจ Giro ปีนี้ดีกับเรามากๆ ครับ ผมเคยชนะสเตจที่นี่ในปี 2011 แล้วได้กลับมาชนะอีกครั้ง 7 ปีให้หลังมันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ที่ยังคงฟอร์มการแข่งขันแบบนี้ไว้ได้”

 

ทิบอต์ พิโนต์ (FDJ)

พิโนต์เป็นคนที่เสียหายเยอะที่สุดในสเตจ 21 เมื่อเขาป่วยหนัก ฟอร์มตกและถูกทีม Astana จ้องทำร้ายกระชากทำความเร็วหนี จนสุดท้ายหลุดกลุ่มและเข้าเส้นชัย 43 นาทีหลังแชมป์สเตจ หลุดจากอันดับสามในตารางเวลารวมมาเป็นอันดับ 16 เขาไม่เหลือแรงจะให้สัมภาษณ์ แต่เพื่อนร่วมทีมก็ออกความเห็น:

“เรารู้ว่าพิโนต์ป่วยมาสักพักแล้วครับ เขาปั่นเกินแรงตัวเองไปมากเลยตลอดสัปดาห์นี้ เวลาที่ร่างกายบอกให้หยุด คุณก็ไม่สามารถปั่นเกินขีดจำกัดตัวเองไปได้นาน แต่ผมก็เคารพเขามากที่ยอมปั่นต่อจนจบสเตจเพราะมันทรมานกับเขามาก”

 

ศึก Best Young Rider: โลเปซ​ vs คาราพาซ

นอกจากศึกชิงแชมป์รายการแล้ว อีกหนึ่งศึกที่ทำให้การแข่งขัน Giro ปีนี้มีสีสันก็ไม่พ้นการแย่งชิงเสื้อ Best Young Rider (เสื้อขาว) ของริชาร์ด คาราพาซ​ นักปั่นชาวเอกัวดอร์จาก Movistar และมิกูเอล โลเปซ (Astana) ทั้งคู่ผลัดกันสวมเสื้อ Best Young Rider แต่ก็เป็นโลเปซที่ชิงกลับมาได้และทำเวลานำได้ 47 วินาที พร้อมป้องกันได้จนถึงสเตจเขาสุดท้ายของการแข่งขัน และนอกจากโลเปซจะได้เสื้อขาวแล้วเขายังเลื่อนขึ้นโพเดี้ยมอันดับสามแทนพิโนต์ด้วย

“มันเหลือเชื่อมากครับที่ผมได้เหยียบโพเดี้ยมแกรนด์ทัวร์ ผมดีใจมากๆ เลยที่ทำได้สำเร็จ ที่ได้ปั่นจนจบรายการโดยไม่มีปัญหาอะไร การแข่งกับคาราพาซมันท้าทายมากครับ เราสู้กันจนถึงวันสุดท้าย ต้องของคุณเพื่อนร่วมทีมทุกๆ คนที่ช่วยเหลือผมมาตลอดสามสัปดาห์”

ทางฝั่งคาราพาซคู่แข่งก็ทำผลงานได้ดีไม่แพ้กัน ถึงจะไม่ได้เสื้อขาว แต่ก็ได้แชมป์สเตจ 8 และช้ากว่าอันดับโพเดี้่ยมแค่ 37 วินาทีเท่านั้น เขาจะจบรายการด้วยอันดับ 4 ตามหลังมิกูเอล โลเปซ และพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นหนึ่งในนักไต่เขาที่แกร่งที่สุดในรายการนี้

“ผมดีใจมากๆ เลยกับผลงานนี้ครับ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมทำให้ประเทศได้ ผมสู้จนถึงวันสุดท้าย มันเป็นการแข่งขันที่ยากมาก ผมไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะเป็นยังไง จะแข่งได้ดีกว่านี้ไหม แต่ผมมีเป้าหมายที่อยากจะกลับมารายการนี้อีก และอยากจะลองนำแกรนด์ทัวร์อย่างใน Vuelta ดูสักครั้งครับ”

 

Stage 21

สเตจสุดท้ายเป็นการแข่งขันแบบเซอร์กิตเรซรอบกรุงโรม แข่งกันทั้งหมดสิบรอบ รอบละ 11.5 กิโลเมตร ซึ่งเกมก็น่าจะจบด้วยการสปรินต์กลุ่ม จับตามองแซม เบนเน็ต (Bora-Hansgrohe) และเอเลีย วิวิอานี (Quickstep Floors) ที่ยังแย่่งชิงคะแนนเสื้อผู้นำคะแนนรวมกันอยู่

 

จอร์จ เบนเน็ตออกมาแก้ตัวเรื่องฟรูม

จากที่จอร์จ เบนเน็ตคอมเมนต์การโจมตี 80 กิโลเมตรของฟรูมว่า “เขาทำเหมือนแลนดิสเลย” (ซึ่งคนตีความไปว่าเบนเน็ตคิดว่าฟรูมโด้ป)​ จนกลายเป็นประเด็นร้อนในทวิตเตอร์ เจ้าตัวและทีมก็ต้องออกมาแก้ต่างว่าไม่ได้หมายความอย่างนั้น:

“ผมไม่ได้บอกว่าฟรูมไปโด้ปเต็มเหนี่ยวแล้วถึงมาชนะสเตจนะ แค่บอกว่าเขาปั่นได้ดีเกินคาดมากๆ จากที่เกือบจะแพ้อยู่แล้ว ผมไม่ได้หมายความเป็นอย่างอื่น หรือกล่าวหาเขานะ ไม่เกี่ยวกับการโด้ปหรืออะไรเลย คนที่อ่านเขาก็ตีความเข้าข้างสิ่งที่เขาคิดน่ะ”

Author

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Write A Comment