โปรทัวร์ใน 5 นาที: วิกกินส์ “ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา”, โกรนเวเก็นแชมป์สเตจ 2 Paris-Nice

โปรทัวร์ใน 5 นาที: 6 มีนาคม 2018

Koon’s Note: ถ้าใครเปิดอ่านเว็บข่าวจักรยานวันนี้ก็จะเดือดใช้ได้ทีเดียวครับ จากที่เมื่อวานทางคณะกรรมการจากรัฐสภาอังกฤษตีพิมพ์รายงานการสืบสวนทีม Sky และแบรดลีย์ วิกกินส์พร้อมข้อกล่าวหาที่หนักและรุนแรงมาก (ว่าทีมจงใจใช้สเตียรอยด์ในการเพิ่มประสิทธิภาพนักแข่ง ด้วยวิธีที่ไม่ผิดกฏการโด้ป) ข่าวที่เราจะได้อ่านวันนี้ก็เป็น ข้อโต้แย้งของทุกฝ่ายที่ถูกกล่าวหา ขณะเดียวกันก็มีมือที่สามอยากแจมออกความเห็นด้วย

ถ้าเราดูวงรอบ (cycle) ข่าวจักรยาน จริงๆ มันก็มีแต่เรื่องแบบนี้ทุกยุคทุกสมัย ข่าวหลายๆ ข่าวมันผลักดันหรือแอบแฝงโครงเรื่องที่แต่ละฝ่ายต้องการจะตั้งประเด็นให้สาธารณะเชื่อ ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ เพราะงั้นช่วงนี้เราก็ฟังหูไว้หูไปก่อนครับ และอย่าเชื่อทุกอย่างไปหมดจนกว่าอะไรจะชัดเจนกว่านี้ เพราะถ้าถามผมจริงๆ ผมว่ารายงานของรัฐสภาก็มีช่องโหว่เยอะ คือใช้คำให้การจากคนที่ไม่ออกนามและไม่มีหลักฐานประกอบชัดเจนว่าคำให้การนั้นมาจากใครหรือมาจากที่ไหน แต่วันนี้ใครตอบโต้อะไรยังไงก็ลองอ่านกันดู

 

โกรนเวเก็นคว้าแชมป์สเตจ 2 Paris-Nice

 

สปรินเตอร์ชาวดัทช์ดีแลน โกรนเวเก็น (LottoNL-Jumbo) ยังคงฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่อง คว้าชัยชนะลำดับที่ 5 ของฤดูกาล 2018 ในสเตจ 2 รายการ Paris-Nice เมื่อคืนนี้ในทางสปรินต์ขึ้นเนินหน้าเส้นชัย แซงเอเลีย วิวิอานี (Quickstep) และอังเดร ไกรเปิล (Lotto-Soudal) แต่เดอมาร์ (FDJ) ยังคงรักษาเสื้อผู้นำเวลารวม

“เป็นสปรินต์ที่ยากทีเดียวครับ 200 เมตรสุดท้ายเป็นทางขึ้นเนิน แต่ทีมเราส่งผมได้ที่โค้งสุดท้ายก่อนสปรินต์พอดี สปรินต์ครั้งนี้ไม่มีใครตามผมได้ วันนี้ดีใจเพราะผมชนะสปรินเตอร์เก่งๆ หลายคน – วิวิอานี เดอมาร์ และไกรเปิลด้วย”​

สเตจ 2 เมื่อคืนนี้ระยะทาง 187.5 กิโลเมตร เป็นทางราบเกือบทั้งหมด เบรคอเวย์สองคนจาก Katusha และ Bahrain-Merida ถูกรวบจับในช่วง 5 กิโลเมตรสุดท้าย เดอมาร์ยังนำเวลารวมกอร์ค่า อิซาร์เกอเร (Bahrain) ที่ +7 วินาที

 

วิกกินส์และทีม Sky ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของรายงานรัฐสภาอังกฤษ

ไม่กี่ชั่วโมงหลังรัฐสภาอังกฤษตีพิมพ์ผลการสืบสวนทีม Sky และแบรดลีย์ วิกกินส์ ก็ออกมาตอบโต้และปฏิเสธผลสืบสวนของรัฐสภาที่จัดทำโดยคณะกรรมการ Digital, Culture, Media and Sport ภายใต้หัวข้อ “ต่อสู้กับการโด้ปในกีฬา”​

ผลสืบสวนพบว่าทีม Sky และวิกกินส์จงใจใช้สเตียรอยด์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปั่น ปกติแล้วไตรแอมซิโนโลนที่ทีมใช้เป็นสารต้องห้าม แต่ทีมขอใช้สารดังกล่าวในกรณีพิเศษภายใต้ข้ออ้างที่ว่าใช้รักษาอาการภูมิแพ้ ซึ่งไม่ผิดต่อกฏการโด้ป

วิกกินส์ตอบกลับในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “ผมว่ามันน่าเศร้ามาก ที่ผมถูกกล่าวหาในสิ่งที่ผมไม่เคยทำและคนเชื่อไปแล้วว่ามันเป็นข้อเท็จจริง ผมยืนกรานว่าไม่เคยใช้ยาเพื่อประโยชน์ทางอื่นนอกเหนือจากการรักษาอาการเจ็บป่วย”​

ขณะเดียวกัน ทีม Sky ก็ตีพิมพ์คำปฏิเสธในเว็บไซต์ของตัวเอง:

“รายงานฉบับนี้ได้บอกซ้ำถึงข้อผิดพลาดที่ทีมเราเคยทำในอดีต เราน้อมรับข้อผิดพลาดในส่วนที่ทีมเราเคยทำพลาด เราเคยเขียนรายงานถึงคณะกรรมการในเดือนมีนาคมปี 2017 อธิบายถึงแผนการปรับปรุงภายในทีมเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเดิมซ้ำอีก เช่นการปรับปรุงการเก็บข้อมูลทางการแพทย์ของบุคลากรในทีม”

“อย่างไรก็ดี รายงานฉบับนี้มีข้อกล่าวหาที่ว่า ทีม Sky ใช้ยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพนักแข่ง ซึ่งเราขอปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ รายงานยังบอกอีกว่าทีมเราใช้ไตรแอมซิโนโลนกันอย่างแพร่หลายก่อนเริ่มการแข่งขัน Tour de France 2012 เราก็ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้เช่นกัน”

“เราประหลาดใจและเศร้าใจที่คณะกรรมการเลือกนำเสนอคำให้การของบุคคลที่ไม่กล้าออกนาม หรือบุคคลที่ประสงค์ร้ายกับทีมโดยที่ไม่มีหลักฐานสนุบสนุนหรือให้โอกาสทีมเราได้แก้ต่าง การกระทำเช่นนี้ไม่ยุติธรรมทั้งกับทีมและนักแข่งที่ถูกพาดพิง”

ที่มา: TeamSky.com

 

วิกกินส์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับ BBC

นอกจากคำตอบโต้ในทวิตเตอร์ส่วนตัวแล้ว เมื่อคืนนี้แบรดลีย์ วิกกินส์ยังออกให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับสำนักข่าว BBC เพื่อตอบโต้ทุกประเด็นที่เขาถูกกล่าวหา:

“ไม่มีนาทีไหนเลยในชีวิตการเป็นนักปั่นของผมที่ก้าวข้ามเส้นศีลธรรม ผมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 100% คำกล่าวหาพวกนี้มีเจตนามุ่งร้ายกับผม ต้องการทำให้ผมเสื่อมเสียชื่อเสียง”

“จักรยานอาชีพเป็นกีฬาที่นักแข่งถูกตรวจสอบละเอียดที่สุดในโลก ผมควบคุมไม่ได้หรอกว่าใครจะคิดอะไรยังไง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรหรือทำดีแค่ไหนมันก็ไม่เคยพอ ผมไม่รู้แล้วว่ากีฬานี้มันเป็นยังไง จะระวังเยอะแค่ไหนก็โดนด่า ไม่ทำอะไรเลยก็โดนด่า”

“ลูกของผมโดนเพื่อนรังแกที่โรงเรียนเพราะเรื่องการสืบสวนนี้ ผลกระทบต่อครอบครัวผมมันรุนแรงมาก ผมไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใคร”

“บอกตามตรง ผมว่าผมมีสิทธิปกป้องตัวเองมากกว่านี้ถ้าผมเป็นฆาตกร ผมไม่รู้หรอกว่าบุคคลผู้ไม่ประสงค์ออกนามที่เป็นแหล่งข้อมูลของคณะกรรมการสืบสวนนั้นต้องการอะไรจากผม แต่ผมใช้ยาเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยอย่างแท้จริง ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ไม่ได้ใช้ยาเพื่ออะไรมากกว่านั้น”

“แล้วทีม Sky ก็ไม่เก็บหลักฐานการใช้ยา ที่ทีมอ้างว่าแพทย์ริชาร์ด ฟรีแมนทำข้อมูลหายเพราะคอมพิวเตอร์โดนขโมย แล้วผมจะแก้ตัวได้ยังไงในเมื่อไมมีหลักฐานการรักษาของผม”

“ใครก็ตามที่ให้การแบบไม่ออกชื่อ ออกมาเถอะครับ คำกล่าวหาพวกนี้มันร้ายแรงนะ”

“สิ่งที่เชน ซัตต้อน (โค้ชของวิกกินส์) พูดมันทำร้ายผมมาก เขารู้ว่าผมใช้ยาเพราะอะไร เขารู้ว่าผมไม่สบาย ผมไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรถึงพูดแบบนั้น”

“ผมไม่รู้หรอกว่าอะไรอยู่ในกระเป๋า jiffy bag ผมไม่ใช่ผู้จัดการทีม ผมยุ่งกับการทำงานที่ผมถูกจ้างให้ทำ คือซ้อมและแข่ง เย็นวันนั้นไม่มีใครฉีดยาให้ผม ผม แพทย์ประจำทีมให้ผมใช้แค่ยาพ่น ถ้าผมฉีดไตรแอมซิโนโลน ตอนตรวจปัสสาวะก็ต้องโดนจับแล้ว”

“ไตรแอมซิโนโลนไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพการปั่นสำหรับผม ผมเป็นภูมิแพ้ ผมหายใจไม่ออกเพราะแพ้เกสรดอกไม้ ผมใช้ยานี้เพื่อที่จะแข่งได้ในสภาวะที่ร่างกายทำงานได้ปกติ”

อ่านและฟังคำสัมภาษณ์ของวิกกินส์เพิ่มเติมได้ที่ BBC.com

 

UCI และ UK Antidoping ขอให้องค์การต่อต้านการโด้ปโลกเพิ่มไตรแอมซิโนโลนและทรามาดอลในรายชื่อสารต้องห้าม

หลังจากที่รายงานรัฐสภาอังกฤษออกมา ทั้งทางสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) และหน่วยงานต่อต้านการโด้ปสหราชอาณาจักร (UK Antidoping) ก็ออกมาบอกว่า จะเรียกร้องให้ทางองค์กรต่อต้านการโด้ปโลก (WADA) เพิ่มสเตียรอยด์บางประเภทเช่นไตรแอมซิโนโลน และยาแก้ปวด ทรามาดอลในรายชื่อสารต้องห้าม (prohibited substance) จากที่ปกตินักกีฬาสามารถขอใช้ได้ในกรณีพิเศษ​ เหมือนอย่างในเคสของวิกกินส์และทีม Sky

ที่มา: UCI / UKAD

 

ฟลอยด์ แลนดิส: “ทีม Sky อยู่ไม่รอดถึง Tour de France แน่ๆ”​

ในบทสัมภาษณ์กับ Cyclingnews ฟลอยด์ แลนดิส อดีตเพื่อนร่วมทีมแลนซ์ อาร์มสตรอง และอดีตแชมป์ Tour de France 2006 ที่ถูกริบแชมป์จากที่ถูกตรวจจับโด้ป กล่าวว่า วิกกินส์ควรถูกริบแชมป์ Tour de France 2012 และทีม Sky จะอยู่ไม่รอดถึง Tour de France 2018

“ผมไม่เข้าใจว่ทำไมรายงานถึงไม่สรุปว่าทีม Sky โด้ป สำหรับผม ผมว่ามันคือการโด้ป 100%”

“เขาใช้ยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่มีข้อกังขาอะไรเลย วิกกินส์ควรถูกถอดแชมป์ ผมไม่เข้าใจว่าคนที่มีอำนาจจะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปได้ยังไง WADA ต้องสั่งเขาห้ามแข่งและถอดตำแหน่งเขาออกจากรายชื่อผู้ชนะ”

“คนอย่างวิกกินส์ที่ปกติตัวใหญ่และไม่ใช่นักไต่เขา สเตียรอยด์แบบที่เขาใช้นี่แหละที่จะมีประโยชน์ไม่แพ้ EPO และการโด้ปเลือด ถ้าเขาไม่ใช้มันไม่มีทางที่เขาจะผอมได้ขนาดนั้น ต่อให้ใช้ EPO เยอะแค่ไหนก็ทำให้เขาไต่เขาได้เร็วระดับโลกไม่ได้หรอก เขาใช้สเตียรอยด์ ผมก็เคยใช้ แล้วผมก็เคยโดนริบแชมป์เพราะยานี้นี่แหละ”

“สิ่งที่ Sky และวิกกินส์ควรทำคือออกมาพูดความจริงเสีย และไม่ใช่วิกกินส์คนเดียวที่ทำ เขาไม่ควรเป็นแพะคนเดียว สาเหตุที่ทุกคนมารู้เรื่องนี้ หรือที่ทำให้มีรายงานรัฐสภาออกมาได้ก็เพราะแฮคเกอร์รัสเซียที่ปล่อยข้อมูลของ WADA ออกมา แล้ว WADA ก็ไม่ทำอะไร ไม่ตอบโต้อะไร องค์กรนี้ควรถูกประนามไม่แพ้วิกกินส์และ Sky ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องหลอกลวงไร้สาระ”​

“ทีม Sky คงจบแค่นี้แหละ ผมมั่นใจ 100% ว่าทีม Sky จะอยู่ไม่รอดถึง Tour de France ปีนี้ ผมว่าฟรูมและเบรลส์ฟอร์ดไม่รู้ตัวหรอกว่าพวกเขาทำตัวได้น่าหมั่นไส้ขนาดไหน ที่บอกว่าแข่งแบบใสสะอาด ตอนนี้ทั้งคู่ดูเป็นตัวตลกของสังคมไปแล้ว แต่จากนี้จะไม่มีใครเชื่ออะไรที่เขาพูดอีกแล้ว”

“แล้วมันก็จะกลับเข้าวังวนเดิมอีก ทีมโดนยุบไป แล้วทีมใหม่ก็โผล่ขึ้นมา แล้วก็ใช้ยา หรือโด้ปกันอีก แล้วแม่งก็จะเป็นเรื่องเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จบ”

ที่มา: Cyclingnews