Connect with us

Machine

เสือหมอบแข่งขันอาจจะไม่ใช่คำตอบเสมอไป

จักรยานแข่งขันไม่ใช่รถที่ขี่สนุกที่สุด

นานๆ ทีจะได้ขี่จักรยานแบบ back to back ครับ
บนเส้นทางเดียวกัน ข้อกำหนดคล้ายๆ กัน
รอบนี้ได้ลองของค่าย Specialized 3 รุ่น 3 ไลน์ที่ไม่เหมือนกันเลย

แต่ละคันคงต้องเขียนรีวิวอย่างละเอียดอีกที แต่วันนี้อยากเล่าอะไรให้ฟังเกี่ยวกับจักรยานเสือหมอบประเภทต่างๆ ครับ อาจจะเอาไปใช้กับค่ายอื่นได้ด้วย

ในสามคันนี้ ซึ่งมี

S-Works Tarmac Sl6
S-Works Roubaix
Vias Disc (ไม่ใช่ S-Works)

คุณคิดว่าคันไหนขี่สนุกที่สุด?

ผมเชื่อว่าหลายคนต้องคิดว่าไม่ SL6 ซึ่งเป็นรถ all round ไม่ก็ Vias Disc ซึ่งเป็นเสือหมอบแอโรที่ดุดัน

ผิดทั้งคู่

 

เสือหมอบเอนดูรานซ์เจเนอเรชันใหม่

ตัวขโมยซีนกลับเป็น S-Works Roubaix ครับ วันเดียวกันนี้หลายๆ คนที่ได้ขี่ด้วยกันก็พูดเหมือนกัน คือชอบ Roubaix มาก ขี่สนุก เสือหมอบเอนดูรานซ์มีโช้คที่คอนี่แหละ

ize

ทำไมหละ ? ในความคิดของเรา เสือหมอบเอนดูรานซ์น่าจะเป็นจักรยานที่น่าเบื่อ หน้าตาไม่ซิ่งดุดัน ไม่หล่อ องศาไม่ก้มต่ำ แลดูไม่โปร อืดอาดยืดยาด ไม่พุ่ง กดไม่ไป

ถ้าเป็นเมื่อห้าปีก่อนผมก็คงคิดเหมือน แต่เสือหมอบเอนดูรานซ์สมัยนี้มาไกลมากแล้วครับ

ถ้าบอกว่าจักรยานแบบเอนดูรานซ์แบบ S-Works Roubaix คือจักรยานที่คนส่วนใหญ่ ที่ไม่ใช่นักกีฬา ที่ไม่ได้แข่งขัน ที่ขี่แค่สนุก เก็บระยะทาง เพื่อสุขภาพ ควรจะขี่ จะเคืองไหม? ไม่ต้องยี่ห้อนี้ก็ได้

ในราคาเท่ากัน ถ้าคุณเลือกมีรถได้ไม่กี่คัน (ซึ่งก็คงเป็นข้อจำกัดของคนส่วนมากที่ไม่ได้มีเงินเหลือทิ้งเหลือขว้าง) คุณจะเลือกรถแข่งหรือรถขี่สบาย?

บางทีรถขี่สบายนี่อาจจะซิ่งกว่าที่คิดครับ อย่าง Roubaix คันนี้ จังหวะเร่งกระชาก บอกเลยว่าไม่แพ้เสือหมอบไต่เขาหลายๆ คัน กดแล้วมาไว มากกว่า SL6 อีก (เดี๋ยวจะบอกว่าทำไม)​

ระบบโช้คที่คอนั้นไม่ได้ยุบวูบวาบเหมือนที่คิดไว้ทีแรก อาจจะไม่คุ้นเวลาขย่มรถจะสปรินต์หรืออะไรแบบนั้น แต่เวลาปั่นปกติมันไม่ยุบครับ ไหลไปได้เรื่อยๆ แอบแว้บไปลงทางหินลอย ทางลูกรัง ทางกรวดก็ไปได้สบายๆ ส่วนพวกเส้นสีลดความเร็วบนถนนลาดยางไม่สั่นรถเลย

ที่หลักอานมีชิ้นอีลาสโตเมอร์แทรกอยู่ ช่วยพอซับแรงสะเทือนช่วงหลังได้ เฟรมมากับแฮนด์ยก raiser ที่ไม่ได้แคร์หน้าตา แต่เอาเข้าจริงขี่สบายสุดๆ นั่ง cruise ไปได้เรื่อยๆ ที่ผิดคาดคือมันพุ่งนี่แหละ ส่วนเรื่อง handling ก็นิ่งๆ มั่นใจครับ ไม่เร็วไม่หวือหวา

 

Specialized S-Works Tarmac SL6: 500 กิโลเมตรแรก

มาถึง SL6 บ้าง คันนี้ขี่มาประมาณ 500 กิโลเมตรแล้ว
ผมว่ามันเป็นรถนักกีฬา คือต้องแข็งแรงพอประมาณถึงจะขี่สนุก
เป็นรถ all round ที่ไม่ได้มีคาแรคเตอร์รถไต่เขา ที่แบบกดตีนแรก พุ่งเหมือนเปิดวาร์ป SL6 จะไม่ใช่อย่างนั้นทั้งๆ ที่รถผมหนัก 6.4kg เอง อย่างที่บอกไปข้างต้น Roubaix กลับให้ความรู้สึกว่องไววึบวับกว่าในจังหวะสองสามสโตรคแรก อาจจะเพราะผมไม่แข็งแรงพอ วัตต์ไม่สูงพอจะขย่มให้มันทำงานได้อย่างเต็มที่ด้วยก็เป็นได้

แต่การที่ตีนแรกมันไม่พรวดๆ กลับกัน ความเร็วช่วงกลาง และช่วงปลายมันทำได้ดีมากกว่ารถ pure climber มากครับ คงความเร็วได้ดีมาก ย่ำไปมันก็ไหลไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเติม ปลายไม่หมด ถ้าแรงเหลือจะยกทับปิดเกมได้ชัวร์ นี่ล้อสูง 32mm เอง ที่บอกว่าแอโรเท่า venge เจน 1 นั้นน่าจะจริง นั่งดูวัตต์ตลอดเวลาที่ขี่ ก็ไม่ได้ขี่เหร่ไปกว่า Canyon Aeroad CF SLX คันเก่านัก อาจจะเพราะผมนั่งในท่าก้ม หลังแบนกว่าเดิมเทียบกับ Aeroad ด้วย

มีหลายคนถามว่าทำไมขี่ไซส์ 52cm ทั้งๆ ที่สูง 165cm ไม่ใช่เพราะชอบรถใหญ่ครับ แต่เพราะ geometry Tarmac ปีนี้มันเปลี่ยนไป stack สูงขึ้น / reach ลดลง ไซส์ 52 ปีนี้ก็พอๆ กับไซส์ 49 ของรุ่น Sl5

เรื่อง handling ก็เหมือน tarmac ทุกรุ่น นิ่ง คม สนุก

มันเป็นรถสำหรับ attacker สายยิง สายทุบ สายหวด ขี่สัก 30-35 คุณอาจจะรู้สึกเฉยๆ ไม่เห็นรู้สึกคุ้มราคาเลย รถไต่เขาคันอื่นอาจจะวูบวาบ สนุกตื่นใจกว่า เพราะตีนแรกมันมา ส่วน Sl6 ต้องไล่ความเร็วขึ้นไป วัตต์ขึ้นไป 230-240 (นน ตัวผม) ความเร็ว 37+ ขึ้นไป เวลาต้องไล่ ต้องกระแทกซ้ำ ต้องยกตาม ทีนี้แหละ มันมาครับ! มาเยอะมาก มาไว และมาสนุก ให้นึกถึงนักปั่นอย่างฟิลลิป จิลแบร์ หรือจูเลียน อลาฟิลลิป จะเป็นตัวอย่างนักปั่นที่เหมาะกับ SL6

จังหวะไต่เขานี่ ถ้าเคยขี่รถไต่เขาท็อปๆ มาแล้วอาจะรู้สึกไม่สะใจเหมือนหลายๆ คัน แต่ไม่ใช่ไม่มีของ ยืนโยกก็มาเรื่อยๆ ครับ สติฟ แน่นตึ้บ ให้ฟีลกึ่งรถแอโรนิดนึงแต่ไม่ต้องรอรอบ ตรงนี้อาจจะเพราะทรงท่อทั้งคันที่รีดลงมาให้เล็ก ลู่ลม เป็นทรง truncated airfoil เอาจริงๆ ดูรอบคันแล้วมันออกมาเป็นรถแอโรมากกว่ารถ all round อีก ห้องกระโหลกมันกระชับลงมากครับ มันคงให้ฟีลแบบเปิดแกนวาปไปเลยกัปตันเคิร์ก เหมือนรถไต่เขาที่ไม่แคร์เวิร์ดเรื่องแอโรเลยก็คงไม่ได้ แต่มันก็สติฟมากพอสำหรับทุกการใช้งาน อันนี้คือฟิสิกส์ ในเมื่ออยากพุ่งด้วย แอโรด้วย ขี่สบายด้วย มันก็ต้องมี trade off ซึ่งแค่เสียความเร็วตีนแรกไปถือว่าแฟร์มากครับ

รวมๆ แล้วมันเป็นรถที่ขี่แล้ว อยากจะเป็นคนที่ปั่นได้เก่งขึ้นครับ ก็ดีไปอีกแบบน่ะนะ แบบได้มาแล้วจะตั้งใจซ้อมอะไรประมาณนั้น (หรือจะบอกว่าตอนนี้ไม่คู่ควรก็คงได้ 555)

แต่กลับไปคำถามเดิม ผมว่าถ้าไม่ได้ขี่ซีเรียสอะไรมากนัก อยากขี่สบายเอาสุขภาพ จักรยานเอนดูรานซ์รุ่นใหม่ๆ ของหลายๆ ค่ายน่าสนใจมากครับ อยากให้ไปลองกันดู ผมชอบตั้งแต่ขี่ Cervelo C5 เมื่อปีก่อนนู้น นี่ยังอยากลอง Trek Domane SLR, Canyon Endurace แล้วก็ Bianchi Infinito CV ด้วย ส่วน Roubaix นี่ก็เหลือใช้แล้ว ตรงเหนือกระโหลกมีช่องให้เก็บเครื่องมือ ยางสำรอง co2 ด้วย เข้าใจคิดดี

ส่วน Vias ขอไม่พูดถึงตอนนี้เพราะไม่ใช่รุ่น S-Works และอะไหล่ติดรถมานั้นหนักมาก เทียบกับสองคันนี้ที่โคตรเบาคงไม่เวิร์กครับ แต่ละคันจะมาเจาะละเอียดอีกทีครับ

 

ขอบคุณ​ Specialized Thailand ที่ชวนไปทดสอบเส้นแดรี่โฮม และโรงแรม Escape Khao Yai Hotel ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ครับ

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Advertisement
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *