รีวิว: ผ้าพันแฮนด์ Rapha Pro Team, Classic, Brevet

เมื่อไม่นานนี้ Rapha ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นผ้าพันแฮนด์ใหม่ทั้งหมดครับ โดยแบ่งออกเป็น 4 ไลน์อัพ แบ่งตามประเภทการใช้งาน ได้แก่

1. Pro Team Bar Tape ผ้าพันแฮนด์รุ่นโปรที่มีจุดเด่นที่ความบางเพียง 1.5 มิลลิเมตร (ข้อมูลในเว็บไซต์หนา 1.8 มิลลิเมตร แต่ข้างกล่องระบุ 1.5 มิลลิเมตร) ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ ทำพื้นผิวแบบตารางกริดทำให้หนึบติดมือเป็นที่สุด เหมาะสำหรับนักปั่นที่เน้นประสิทธิภาพในการควบคุมรถขั้นสุด มีสีให้เลือก 3 สี คือ ดำ, ชมพู และขาว และ 1 ลายพิเศษ RCC สีเทา

2. Classic Bar Tape ผ้าพันแฮนด์ที่ทำจากวัสดุที่ให้ความรู้สึกเหมือนหนัง แทรกด้วยโฟม EVA ตรงกลางเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลให้การปั่น เจาะรูสลับสีตลอดความยาวผ้า ความหนารวม 2 มิลลิเมตร (ข้อมูลในเว็บไซต์หนา 2.5 มิลลิเมตร แต่ข้างกล่องระบุ 2 มิลลิเมตร) เหมาะสำหรับนักปั่นทั่วๆ ไปที่ต้องการความสบายแต่ไม่อยากได้ผ้าพันแฮนด์ที่หนามากเกินไป มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ ดำ, ชมพู และขาว

3. Brevet Bar Tape ผ้าพันแฮนด์สายอึดถึกทน มีจุดเด่นที่ความหนาถึง 2.8 มิลลิเมตร อีกทั้งยังสะท้อนแสงจากรูที่เจาะไว้ตลอดทั้งแนว รุ่นนี้แถมจุกปิดปลายแฮนด์อลูมิเนียมแบบขันสกรูเพื่อให้แน่นไม่หลุดได้ง่าย เหมาะสำหรับนักปั่นที่เน้นปั่นนาน ปั่นไกล เพราะจะช่วยดูดซับแรงกระแทกที่มาจากผิวถนน มีสีดำให้เลือกเพียงสีเดียว

4. City Bar Tape ผ้าพันแฮนด์สายปั่นชิลในเมือง ผิวสัมผัสแบบหนังกลับ ทำจากโฟมหนา 2 มิลลิเมตร พิเศษด้วยจุกปิดปลายแฮนด์ไม้คอร์ก แบบเดียวกับจุกปิดแชมเปญ เหมาะสำหรับพันจักรยานสำหรับการใช้งานทั่วไปในเมือง มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ ดำ, เทา และขาว

สำหรับวันนี้เรามีโอกาสสำรวจผ้าพันแฮนด์สามรุ่น คือรุ่น Pro Team สีดำ, Brevet สีดำชมพูสะท้อนแสง และรุ่น Classic สีชมพูครับ แพ็คเกจสีดำ สกรีนชื่อรุ่น คุณสมบัติเด่น และความหนาไว้ด้านหน้ากล่อง​ (ในรูปนี้ไม่มีกล่อง Bretvet Bar Tape)

ด้านข้างจะเป็นตัวอย่างผ้าพันแฮนด์ให้ลองสัมผัส เวลาเลือกสีผ้าพันแฮนด์ก็ต้องมาดูจากช่องนี้ครับ

 

1. Rapha Pro Team bar tape

เริ่มแกะกล่องจากตัว Pro Team กันก่อน ภายในกล่องประกอบไปด้วย ผ้าพันแฮนด์แยกด้านซ้ายขวา, ผ้าพันแฮนด์ชิ้นเล็กสองชิ้นสำหรับรองเพิ่มในจุดที่ต้องการความนุ่มเป็นพิเศษ, จุกปิดปลายแฮนด์สองชิ้น และเทป PVC สำหรับม้วนปิดผ้าพันแฮนด์อีกสองชิ้น

ในส่วนของผ้าพันแฮนด์ เทปกาวด้านในเลือกใช้ของ 3M ความกว้างของผ้าพันแฮนด์อยู่ที่ 3 เซนติเมตร และยาว 210 เซนติเมตร

ตามสไตล์ของ Rapha ที่ต้องมีกิมมิกเล็กๆ บนผลิตภัณฑ์ ดังนั้นบนผ้าพันแฮนด์จึงมีสโลแกนสั้นๆ ปั้มไว้ที่ปลายของผ้าพันแฮนด์ด้วยครับ แต่ถ้าพันตามคำแนะนำของ Rapha แล้ว จะพบว่าสโลแกนนี้จะถูกพันทับไว้ใต้ผ้าพันแฮนด์ ดังนั้นจะไม่มีใครเห็น ยกเว้นเจ้าของรถนั่นเอง เป็นการออกแบบที่ดูลึกลับพอสมควร

ในส่วนของเทป PVC สำหรับม้วนเก็บงานนั้นเป็นแบบแกะจากตรงกลางเหมือนพลาสเตอร์ปิดแผล ซึ่งช่วยให้กะระยะได้อย่างแม่นยำ ปลายทั้งสองของเทปจะอยู่ใต้แฮนด์พอดีครับ

สัมผัสแรกที่ได้จับตัว Pro Team คือบาง และหนึบมือมากๆ จับแล้วจะเหมือนดูดติดอยู่กับมือ อันเป็นผลมาจากตัววัสดุและพื้นผิวกริดแบบสากๆ นั่นเอง เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการความแน่นหนึบ ยก โยกไม่มีดิ้นหลุดจากมือ แต่แลกมากับความสบายที่หายไปพอสมควรครับ

 

2. Rapha Classic bar tape

ต่อไปเป็นรุ่น Classic รุ่นนี้จะหนาขึ้นกว่าตัว Pro Team เพราะแทรกตรงกลางโดยโฟม EVA ของภายในกล่องจะเหมือนกับตัว Pro Team ครับ ตัวจุกที่แถมมาให้จะเป็นสีเดียวกับสีของผ้าพันแฮนด์

สำหรับรุ่นนี้จะมีลวดลายเป็นจุดๆ ตลอดความยาวของผ้าพันแฮนด์และเว้นช่วงว่างไว้บริเวณปลายแฮนด์ โดยสีภายในจุดจะแตกต่างกันไปตามสีของผ้าพันแฮนด์ ถ้าผ้าพันแฮนด์สีดำ จุดด้านในจะสีชมพู, ผ้าสีชมพูจุดด้านในสีดำ และผ้าสีขาวจุดด้านในจะสีชมพู

มาพร้อมกับสโลแกนปั้มบนตัวผ้า ซึ่งพันแล้วก็ไม่เห็นเช่นเคย

ตัว Classic นี้จะเหมาะสำหรับนักปั่นทั่วๆ ไปที่ต้องการความสบายมากยิ่งขึ้น และด้วยวัสดุแบบหนังสังเคราะห์และการเจาะลายช่วยให้รถดูพรีเมี่ยมขึ้นได้ไม่ยาก อีกทั้งยังไม่อมเหงื่อเหมือนรุ่นที่ทำจากโฟมครับ

เปรียบเทียบความหนาระหว่างตัว Pro Team (ขวา) และ Classic (ซ้าย) ตัว Pro Team จะมีวัสดุเพียงแค่ 2 ชั้น ส่วนตัว Classic มีถึง 3 ชั้น

เมื่อวางซ้อนกันจะพบว่าตัว Classic ม้วนใหญ่กว่าเล็กน้อย

อีกจุดหนึ่งซึ่งเป็นกิมมิกที่ Rapha ใช้แบ่งรุ่น Pro Team ออกจากรุ่นอื่นๆ คือการเลือกใช้ฟอนต์ตัวพิมพ์ (ด้านซ้าย) กับผลิตภัณฑ์ทุกชนิดในรุ่น Pro Team และเลือกใช้ฟอนต์ตัวเขียน (ด้านขวา) กับผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ครับ

สนนราคาแต่ละรุ่นเป็นดังนี้
Pro Team Bar Tape ประมาณ 985 บาท ($30)
Classic Bar Tape ประมาณ 821 บาท ($25)
Brevet Bar Tape ประมาณ 1,641 บาท ($50)
City Bar Tape ประมาณ 1,149 บาท ($35)
* ค่าเงิน ณ วันที่ 25/11/2017

อย่างไรก็ตามราคาข้างต้นยังไม่รวมค่าจัดส่ง ($15) และภาษีครับ

 

ใช้งานจริง

1.) Rapha Pro Team Bar Tape

ผ้าพันแฮนด์รุ่นนี้หนึบติดมือใช้ได้ จากลักษณะของผิวสัมผัสที่เซาะร่องไว้เป็นตารางกริดเล็กๆ ตลอดทั้งพื้นผิว สามารถจับโยกได้อย่างมั่นใจว่ามือจะลื่นหลุดออกมาง่ายๆ และไม่รู้สึกเหนียวเหนอะเวลาปล่อยมือออกจากแฮนด์

ความบางของผ้าพันแฮนด์ทำให้รู้สึกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของแฮนด์เล็กลงกว่าเดิม รับรู้ฟีลลิ่งของถนนได้ดีกว่าเดิม แต่ก็แลกมากับความสบายที่น้อยลงด้วย จากฟองน้ำที่บางกว่ารุ่นอื่นๆ แต่ด้วยความบางนี้เองจึงทำให้ขอบรอยต่อของผ้าพันแฮนด์นั้นคมขึ้น และอาจบาดมือผู้ปั่นได้ครับ

 

2.) Rapha Classic Bar Tape

รุ่นคลาสสิค Bar Tape ตัวนี้จริงๆ แล้วถ้าใครเคยใช้ผ้าพันแฮนด์ Rapha x Cinelli รุ่นแรก จะบอกว่ามันเหมือนกันมากครับ ถึงแม้กล่องที่ให้มาจะไม่เหมือนกันก็ตาม

ฟีลลิงผิวจะเหมือนหนังเทียม ติดตั้งพันกับแฮนด์ไม่ยาก ฟองน้ำไม่หนามากแค่ 2mm ออกไปทางบางเลยด้วยซ้ำเพราะมันให้ตัวได้ดี พันเสร็จแล้วฟีลค่อนข้างดิบ ไม่นุ่ม แต่จับสบายมือมาก เพราะผิวมันคล้ายๆ หนัง จะลื่นกว่าผ้าซิลิโคน กริปไม่เยอะเท่าไร แต่ด้วยที่ผิวมันเรียบๆ ลื่นๆ นี่แหละทำให้ไม่สากมือครับ ถ้าใครชอบผ้าพันแฮนด์นิ่มๆ ตัวนี้ไม่แนะนำ

ความทนทานถือว่าใช้ได้ ตัวนี้ใช้เป็นปีแล้ว พิงผนังอะไรก็ไม่ค่อยลอกเหมือนผ้าซิลิโคนบางๆ หน้าตาเรียบๆ ดูดี มีสีชมพูแซมนิดๆ สไตล์ Rapha

 

3.) Rapha Brevet Bar Tape

รุ่นนี้หนา 2.8 มิลลิเมตร และไม่ได้หนาอย่างเดียว มีความแข็งครับ พันให้เนียนยากมากๆ โดยเฉพาะตรงจุดที่แฮนด์หักเลี้ยวต้องออกแรงดึงและกดเพื่อพันเยอะ

พอพันเสร็จแล้ว แฮนด์ก็จะพองใช้ได้ เพราะพอผ้าพันแฮนด์มันทรงแข็งมันก็จะไม่ค่อยให้ตัวเวลาพันซ้อนทับกันครับ สิ่งที่รู้สึกได้เลยคือมันหนานูนมาก แต่ชั้นฟองน้ำมันก็นิ่มใช้ได้ครับ (คือตัวผ้ามันแข็ง แต่ฟองน้ำมันนิ่ม) พื้นผิวสัมผัสเป็นแนวยางซิลิโคนที่หนึบมาก รับรองว่าไม่ลื่นหลุดมือแน่นอนถึงแม้จะไม่ใส่ถุงมือ แต่ผมคิดว่ามันหนึบเกินไปหน่อย อาจจะเพราะใช้ไม่นานด้วย เลยยังไม่ค่อยเข้าที เวลาทางกระเทือนๆ รู้สึกความเหนียวของมันทำให้สากมือเหมือนกัน

โดยรวมแล้วก็น่าจะเหมาะกับคนที่ใช้ปั่นนานๆ เกิน 3-4 ชั่วโมงขึ้นไป ชอบความหนึบและการซับแรงสะเทือนจากฟองน้ำผ้าพันแฮนด์​ครับ

จุดเด่นของผ้าพันแฮนด์รุ่นนี้คือ ลายจุดๆ ที่เราเห็นนั้นมีสองเส้นที่เป็นสีเงินสะท้อนแสง ตอนกลางคืนจะสะท้อนแสงได้ชัดเจนมาก เวลารถสวนมาก็จะมองเห็นเราแต่ไกลครับ ไม่แนะนำสำหรับคนที่ไม่ชอบผ้าหนาๆ เพราะตัวนี้หนาจริงจัง ให้ฟีลหนากว่าผ้า 2.8mm ของแบรนด์อื่นๆ พอตัว