รีวิว Giro สเตจ 15: Astana ชนะ, โรจ์ลิคเสียอาการ!

สเตจ 15 เมื่อคืนนี้เป็นเส้นทางย้อนรอยสนาม Giro d’Lombardia กับภูเขาชันที่ก่อนหน้าเส้นชัยไม่กี่กิโลเมตรก็ทำให้ตัวเต็งอย่างพริมอซ​ โรจ์ลิค (Jumbo-Visma) ต้องเสียเวลาให้วินเชนโซ นิบาลี (Bahrain-Merida) และริชาร์ด คาราพาซ (Movistarar) ถึง 40 วินาที!

สเตจ 15 ใช้เส้นทางร่วมกับรายการ Giro d’Lombardia สนามคลาสสิคชื่อดังช่วงท้ายปีที่นิบาลีเคยได้แชมป์ถึงสองสมัย ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในอิตาลี

แชมป์สเตจตกเป็นของดาริโอ คาทาลโด้ (Astana) ที่หนีออกมากับแมทเทีย แคททาเนโอ (Androni Giocattoli) กิโลเมตรสุดท้ายคาทาลโด้เป็นคนนำกลุ่ม แคททาเนโอพยายามจะฉีกแซงออกมาแต่ก็สปรินต์ได้ไม่ดีเท่าคาทาลโด้ เป็นผลงานแชมป์สเตจครั้งที่สองของทีม Astana แล้ว ทั้งคู่เข้าเส้นชัยก่อนกลุ่มตัวเต็ง GC ที่กวดมาด้านหลังแค่ 11 วินาทีเท่านั้น

นิบาลีเป็นตัวเต็งที่เล่นหนักที่สุดในสเตจนี้ ด้วยที่เขาคุ้นชินกับเส้นทาง นิบาลีกระชากกลุ่มที่ทางขึ้นเขาสุดท้าย ประมาณ 10 กิโลเมตรก่อนถึงเส้นชัย มีแค่ริชาร์ด คาราพาซ (Movistar) ผู้นำเวลารวมในเสื้อชมพูที่ตามมาได้

ไม่นาน ไซมอน เยทส์ (Mitchelton-Scott) ก็หนีออกจากกลุ่มมาด้วย จนไล่ตามกลุ่มนิบาลีและคาราพาซทัน ทั้งกลุ่มพยายามเร่งลงเขาเพื่อทิ้งเวลาห่างจากคู่แข่งคนอื่นๆ โดยเฉพาะพริมอซ โรจ์ลิค (Jumbo-Visma) ที่จักรยานมีปัญหาระหว่างทางขึ้นเขาจนหลุดกลุ่มไปและต้องเปลืองแรงไล่กลับมา

ความเร็วในการลงเขาของนิบาลีและระยะห่างที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจจะทำให้โรจ์ลิคเร่งลงเขาเร็วเกินไป เขาแหกโค้งที่ 4.8 กิโลเมตรสุดท้ายเข้าไปกระแทกกับราวกั้นถนน และต้องเสียเวลารอเปลี่ยนรถอีกหลายวินาที

สุดท้ายกลุ่มนิบาลีเข้าเส้นชัยตามหลังแชมป์สเตจ 11 วินาที ทั้งนิบาลี คาราพาซ และเยทส์ ทำเวลานำตัวเต็ง GC คนอื่นๆ ได้ 25 วินาที แต่โรจ์ลิคเสียให้ทั้งสามคนถึง 40 วินาที

จบสเตจคาราพาซขึ้นนำโรจ์ลิค +47 วินาที (จากที่นำแค่ 7 วินาทีก่อนเริ่มสเตจ) ส่วนนิบาลียังอยู่อันดับสาม ตามหลังโรจ์ลิค +1:00 นาที

ตอนนี้คาราพาซอาจจะเป็นตัวเต็งที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่งในรายการ ชัดเจนว่าเขามีฟอร์มไต่เขาดีกว่าคนอื่นๆ จังหวะที่นิบาลีกระชากหนีกลุ่ม คาราพาซออกประกบได้ทันที ภายใน 4 สเตจที่ผ่านมาเขาทำเวลาตีตื้นจากอันดับ 20 ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 รวมเวลาที่ชิงมาได้ทั้ง 4 สเตยร่วมห้านาทีเต็มเหนือคู่แข่ง และยังเป็นนักปั่นชาวเอกวาดอร์คนแรกที่ได้สวมเสื้อผู้นำ Giro d’Italia

สำหรับนิบาลี หลังจากที่เล่นสงครามน้ำลายพยายามกดดันโรจ์ลิคมาตลอดสัปดาห์ที่สองวันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดจุดอ่อนของโรจ์ลิคให้ทุกคนเห็น จากที่ปกติทั้งคู่ทิ้งกันไม่ขาด วันนี้นิบาลีหนีทำเวลานำกัปตันทีม Jumbo-Visma ได้สำเร็จ และเขาก็รู้ดีว่าไม่ได้มีแค่โรจ์ลิคคนเดียวที่เขาต้องเอาชนะ

“ผมไม่มองข้ามคนไหนเลย เยทส์ปั่นดีขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เขามากับกลุ่มผมได้สบาย สัปดาห์หน้าเขาอาจจะลองอะไรอีกก็ได้ ถึงจะตามเราอยู่ห้านาที แต่ชัดแล้วว่าฟอร์มเขาดีขึ้น” 

ส่วนโรจ์ลิคกล่าวว่าเขายังพอใจกับเวลารวมตอนนี้

“มันไม่ใช่วันที่ดีที่สุด แต่ก็ไม่แย่ที่สุดเหมือนกัน…ก่อนขึ้นเขาจักรยานผมมีปัญหา เปลี่ยนเกียร์ไม่ได้ ก็เลยต้องเปลี่ยนรถ แต่รถเซอร์วิสเราติดอยู่ข้างหลัง ผมเลยต้องเปลี่ยนรถกับเพื่อนร่วมทีม…ตอนลงเขาก็เร็วไปนิดนึงเลยล้มอย่างที่เห็น” 

“วันนี้ผมเห็นนิบาลี เยทส์ แล้วก็คาราพาซทิ้งไปได้พอสมควร แต่เขาก็ไม่ได้นำห่างขนาดนั้น ยังเหลืออีกหลายสเตจที่เราต้องแข่งกัน ก็จริงว่าผมเสียเวลาให้พวกเขา แต่ก็เหมือนที่บอกเราต้องแข่งกันอีกหลายสเตจ ผมไม่กังวลเท่าไร” 

สัปดาห์ที่สองของ Giro d’Italia ก็จบลงเท่านี้ วันจันทร์ที่ 27 นี้เป็นวันพักแข่งวันที่สอง การแข่งขันจะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งสัปดาห์สุดท้ายนั้นก็เป็นสเตจภูเขาสูงชันเกือบทั้งหมด มีแค่สเตจสุดท้ายที่เป็นการแข่ง Time Trial (ขึ้นเขา) และสเตจ 18 ที่เป็นสเตจทางราบ

สเตจ 16 ที่จะถึงวันอังคารนี้เป็น Queen Stage ของรายการ หรือสเตจที่ยากที่สุด นักปั่นต้องข้ามภูเขาสูงชัน 7 ลูก รวมระยะ elevation gain ถึง 4,800 เมตร!

ดูจากสถานการณ์เวลารวมตอนนี้แล้วก็ยากที่จะบอกว่าใครจะเป็นแชมป์ครับ อันดับเวลายังมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงทุกวัน ทางฝั่ง Movistar ดูจะแข็งแกร่งที่สุด และมีไพ่ให้เล่นถึงสองใบ ทั้งคาราพาซและแลนด้า แต่นิบาลีเองก็ยังฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกันอย่างที่เราเห็นในการโจมตีของเขาวันนี้

ทางฝั่งโรจ์ลิคถึงจะเสียอาการไปบ้าง แต่เวลาที่ยังนำนิบาลี 1 นาทีนั้นทำให้เขาได้เปรียบพอสมควร ในสเตจ Time Trial สุดท้าย ทีม Jumbo-Visma คำนวนว่าโรจ์ลิคน่าจะเร็วกว่านิบาลีประมาณ 30 วินาที และเร็วกว่าคาราพาซได้สัก 1 นาที นั่นหมายความว่าจากอันดับเวลาตอนนี้ ที่เขาตามคาราพาซ+47 วินาที แต่นำนิบาลี 1 นาที ก็ยังอยู่ในเซฟโซน แต่จะเสียให้มากกว่านี้คงไม่ได้แล้ว

ผลการแข่งขัน

วิดีโอไฮไลท์