บันทึกโปรทัวร์ Part 4: Tour of Flanders

Editor’s Note: ข่าวดีสำหรับชาว DT ครับ ปีนี้ DT ได้ร่วมงานกับนักปั่นอาชีพในระดับโปรทัวร์จากทีม Giant-Alpecin ที่จะมาเขียนวิเคราะห์การแข่งขันสนามใหญ่ๆ ในมุมมองของโปรตลอดฤดูกาล 2016 ให้เราได้อ่านกันในเว็บ DT แบบ Exclusive 

หลายคนอาจจะรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ Koen de Kort (ออกเสียง โคน เดอ คอร์ท) นักปั่นชาวดัทช์วัย 33 ปีที่เป็นลีดเอาท์และโดเมสติกให้กับทีม Giant-Alpecin ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของจอห์น เดเกนโคลบ์ใน Paris-Roubaix และแชมป์สเตจมากมายของมาร์เซล คิทเทล 

นอกจากจะเป็นโปรตัวจริงแล้ว Koen ยังเป็น brand ambassador ให้กับ JAGGAD แบรนด์ชุดกีฬาและชุดปั่นที่กำลังเริ่มมาวางขายในประเทศไทย ต้องขอบคุณ Jaggad และ Raph Thailand ที่ทำให้เราได้ร่วมงานกับ Koen มา ณ​ ทีนี้ด้วย ติดตามชุดปั่นสวยๆ ของ Jaggad ได้ที่เพจ Raph Thailand ครับ

[separator type=”thin”]

Tour of Flanders

เรื่อง: Koen de Kort (Instagram, Strava, Twitter)
แปล: Theinthai Sangkhaphanthanon (Koon DT)

การได้มายืนอยู่ที่จุดสตาร์ท Tour of Flanders มันให้ความรู้สึกว่าเรากำลังอยู่ในสนามแข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศที่บ้าคลั่งจักรยานที่สุดในโลกครับ เส้นทางวันนี้ก็น่าแข่งมากและเหมาะกับนักปั่นสไตล์ผมด้วย บรรยากาศรอบสนามมันยากที่จะอธิบายจริงๆ มีผู้ชมรายล้อมข้างทางนับแสนคน มีทั้งเต้นท์ VIP ปาร์ตี้ข้างสนามและกิจกรรมมากมายเต็มไปหมด มันเหมือนงานแสวงบุญมากกว่าการแข่งขันจักรยานเสียอีก ผมเชื่อว่านักปั่นทุกคนที่เข้ามาแข่งสนามนี้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกจากทีมให้มาลงแข่ง

แต่แน่ล่ะ ผมไม่ได้มาแค่ชื่นชมบรรยากาศที่จุดสตาร์ท Tour of Flanders คือสนามแรกของรายการที่ผมไม่ได้เป็นแค่นักปั่นที่ทีมจะคอยคุ้มกัน แต่แต่งตั้งให้ผมเป็นหัวหน้าทีมเลย นั่นหมายความว่านักปั่นในทีมทุกคนจะคอยช่วยผมทุกวิถีทางให้ผมไปถึงเส้นชัยโดยใช้แรงน้อยที่สุดและปลอดภัยที่สุดด้วย

Photo: Wouter Robinson / Giant-Alpecin Facebook
Photo: Wouter Robinson / Giant-Alpecin Facebook

ต้องขอบคุณทีมที่เชื่อมั่นในตัวผมและให้โอกาส และผมก็อยากจะแสดงความสามารถให้สมกับที่ทีมเชื่อใจด้วยผลงานอันดับดีๆ ครับ ระหว่างแข่งทีมดูแลผมดีจนผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลยในช่วง 100 กิโลเมตรแรก (สนามนี้ยาว 255 กิโลเมตร)

ช่วงครึ่งหลังของการแข่งเป็นเนินชันต่อกันหลายลูก และทีมก็วางตำแหน่งผมไว้ดีมากในเปโลตอง เราอยู่แถวหน้าๆ แต่! ผมล้มที่กิโลเมตร 120 มันเป็นช่วงทางโค้งลงเนินบนถนนหิน ซึ่งตอนนั้นผมอยู่ประมาณตำแหน่งที่ 20 จากหน้าสุดของกลุ่มเปโลตอง ผมล้มเพราะขวดน้ำจากนักปั่นคนไหนไม่รู้หลุดกลิ้งอยู่บนพื้นถนน นักปั่นที่อยู่หน้าผมเหยียบขวดเต็มๆ และล้มอย่างแรง ผมเบรคเต็มที่แต่ถนนมันแคบมากและมีนักปั่นอยู่แน่นเต็มไปหมด สุดท้ายผมเด้งตีลังกาข้ามแฮนด์หน้าและล้มศีรษะกระแทก (แต่ใส่หมวกกันน็อค) เลยต้องนั่งลงตั้งสติพักนึง

Photo: Wouter Robinson / Giant-Alpecin Facebook
Photo: Wouter Robinson / Giant-Alpecin Facebook

สุดท้ายผมลุกขึ้นปั่นต่อไหว และทีมพาผมกลับเข้ากลุ่มดปโลตองอย่างรวดเร็ว ขาผมยังโอเค แต่อาการปวดหัวจากตอนที่ล้มเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันหนักขนาดที่ว่าผมไม่สามารถมีสมาธิกับการปั่นตามคันข้างหน้า ซึ่งเป็นอันตรายครับ ผมเลยตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขัน…

ผมกลับขึ้นรถเซอร์วิสของทีมและนอนหลับไปร่วมสองชั่วโมง แพทย์ช่วยดูอาการให้และไม่พบอาการบาดเจ็บรุนแรงอะไร ซึ่งจริงๆ แล้วผมควรจะหยุดพักก่อนตอนล้ม ก่อนที่จะแข่งต่อ พอผมรีบลุกขึ้นปั่นต่อสมองมันยังสะเทือนอยู่และ Flanders ปีนี้มันก็เป็นการแข่งที่ยากเร็ว และเหนื่อยที่สุดที่ผมเคยเจอในรอบหลายปี ร่างกายเลยรับไม่ไหวครับ

แต่อย่างน้อยผมก็ไม่ได้บาดเจ็บหนัก และน่าจะลงแข่งต่อใน Paris-Roubaix วันอาทิตย์นี้ได้แน่ๆ และการล้มวันนี้มันจะเป็นเหตุผลให้ผมอยากทำผลงานให้ได้ดียิ่งกว่าเดิมใน Roubaix ด้วย เจอกันวันอาทิตย์นี้ครับ

Flanders 2016: จุดเปลี่ยนผ่านของซากาน