Connect with us

Culture

ทางจักรยานแห่งอนาคต

DT พาคุณสำรวจโครงการทางจักรยานลอยฟ้าจากประเทศผู้นำเศรษฐกิจ ทำได้จริงหรือแค่ขายฝัน?

Photo: BMW
Koon

Published

on

หากเราเอยถึงชื่อ BMW สิ่งแรกที่คิดคงเป็นรถยนต์ยุโรป มอเตอร์ไซค์ และเครื่องยนต์ไฮเทค แต่ในอนาคต BMW มีเป้าหมายใหม่ที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึง เมื่อบริษัทโชว์ผลงานออกแบบทางจักรยานลอยฟ้า

 

BMW E3 Way

สัปดาห์นี้ BMW เผยโปรเจ็คใหม่จากแผนก Research, New Technologies, Innovations division นำเสนอคอนเซปต์ทางจักรยานลอยฟ้า ในชื่อ E3 Way (Elevated, Electric, Efficient) ซึ่งว่าจะช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดในเมืองใหญ่และลดปัญหามลภาวะไปในตัว

แต่ถึงจะชื่อว่าทางจักรยานลอยฟ้านั้นจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ทางปั่นเสียทีเดียว เพราะออกแบบมาให้ “จักรยานไฟฟ้า” เท่านั้น ซึ่งจะมีการจำกัดความเร็วที่ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมจักรยานธรรมดาขึ้นทางนี้ไม่ได้ นั่นก็เพราะ BMW ไม่ได้ผลิตจักรยานธรรมดาครับ แต่ผลิตสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเช่น BMW Motorrad X2 City ตามวิดีโอข้างล่าง

นอกจากสกูตเตอร์แล้ว BMW ยังมี E-Bike ที่เดินทางได้ไกลถึง 100 กิโลเมตรเมื่อชารจ์แบตเต็มที่ ความเร็วสูงสุด 26 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ราคาประมาณ 110,000 บาท) และถ้าทางสร้างเสร็จจริง BMW จะให้ผู้ใช้เช่าจักรยานและสกูตเตอร์ไฟฟ้าดังกล่าว

แล้วทางจักรยานไฮเทคนี้จะมีอะไรบ้าง? BMW เสนอว่าจะมีกล้องวงจรปิดและระบบ AI ที่คอยมอนิเตอร์สภาพจราจร ทางจักรยานจะมีหลังคาแก้วคลุมตลอด ไม่ต้องห่วงฝนและแดด พร้อมระบบทำความเย็นไอน้ำเพื่อให้สัญจรได้อย่างเพลิดเพลินแม้อยู่ในเมืองที่ร้อนที่สุด

งานชิ้นนี้ BMW ทำร่วมกับมหาวิทยาลัย Tonogji ในเซี่ยงไฮ้ และอยากให้เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองตัวอย่าง โดยมีแผนสร้างขั้นต้นอย่างน้อย 20 กิโลเมตรตัดข้ามตัวเมือง BMW มั่นใจว่าทางจักรยาน (ไฟฟ้า) ลอยฟ้านี้จะช่วยให้คนสัญจรข้ามเมืองได้เร็วกว่าช่องทางการขนส่งอื่นๆ ทั้งหมด

 

แรงกระตุ้น

คุณอาจจะสงสัยว่าทำไม BMW ถึงอยากทำทางจักรยานลอยฟ้า (นอกจากจะได้ขายจักรยานไฟฟ้า) ฟังดูมันไม่น่าจะมีกำไรอะไรมากมายเทียบกับการขายรถยนต์หรูๆ แต่ช้าก่อนครับ มันมีเหตุผลที่เขามาทำโปรเจ็คนี้ร่วมกับจีน นั่นก็เพราะว่าประเทศจีนกำลังอยู่ในภาวะจราจรติดขัดขั้นวิกฤติ กับมลภาวะในเมืองใหญ่ที่ร้ายแรงขนาดสูดอากาศเฉยๆ ก็ป่วยได้

และสำคัญที่สุดจีนเป็นชาติที่มีการใช้จักรยานไฟฟ้าสูงที่สุดในโลก ปัจจุบันมีผู้ใช้จักรยานไฟฟ้ากว่า 250 ล้านคนแล้ว แค่ในเซี่ยงไฮ้นั้น การเดินทาง 20% ของผู้อยู่อาศัยใช้จักรยานไฟฟ้า และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

ภาพคอนเซปต์จาก BMW ทางจักรยาน E3 มีชื่อเล่นว่า Hyperloop ล้อกับโปรเจ็คระบบขนส่งความเร็วสูงผ่านท่อสูญญากาศของอีลอน มัสก์

ฟังดูเป็นโปรเจ็คขายฝันที่น่าสนใจ แต่ BMW ก็ไม่ได้บอกชัดว่าว่าใครจะเป็นผู้ลงทุน หรือจะทำเมื่อไร บอกไว้แค่ว่าโครงสร้างทางลอยฟ้านี้ “เป็นระบบ Modular ซึ่งทำให้ต่อขยายได้ไม่จำกัดและใช้งบประมาณไม่มากนักในการสร้าง” มหาวิทยาลัย Tongji ช่วยคิดวิธีสร้างทางลอยฟ้าอย่างประหยัดและสะดวกนั่นคือ ถ้าได้สร้างจริง ทีมช่างและวิศวกรจะสร้างโครงสร้างให้เสร็จก่อนแล้วนำมาประกอบ ซึ่งจะลดเวลาการก่อสร้างได้เยอะ เทียบกับการสร้างทางด่วนหรือทางรถไฟฟ้าที่ต้องใช้เวลานาน

 

ทำได้จริงหรือเปล่า?

แต่ในความเป็นจริง BMW ไม่ใช่รายแรกที่เสนอไอเดียทำทางจักรยานลอยฟ้าครับ ในปี 2014 นอร์แมน ฟอสเตอร์สถาปนิกชื่อดังเสนอทำโปรเจ็คทางจักรยานลอยฟ้าตัดข้ามกรุงลอนดอนในชื่อ SkyCycle โดยหวังว่าจะมีระยะทางยาวถึง 225 กิโลเมตร และกว้าง 15 เมตร รองรับนักปั่นได้หกล้านคน

Norman Foster ‘SkyCycle’

โปรเจ็คนี้จะใช้งบราวๆ 325,800,000,000 บาท (สามแสนสองหมื่นห้าพันแปดร้อยล้านบาท) กำลังดำเนินการแต่ยังไม่มีกำหนดสร้าง

ทางจักรยานลอยฟ้าที่ทำสำเร็จแล้วใช้งานได้จริงแล้วก็พอมีอยู่บ้าง แต่โดยมากมีระยะทางสั้น เดือนมกราคมปีนี้เมืองเซี่ยเหมินในประเทศจีนเปิดใช้ทางจักรยานลอยฟ้าความยาว 7.6 กิโลเมตร สูงจากพื้นถนน 5 เมตร อยู่ใต้ทางเดินรถบัส BRT และเชื่อมต่อจุดสำคัญในเมืองหลายจุด รองรับนักปั่นได้ราวๆ 2,000 คนพร้อมๆ กัน

Xiamen Skyway

ในเนเธอร์แลนด์มี Hovenring วงเวียนจักรยานลอยฟ้าที่ช่วยให้นักปั่นข้ามแยกได้อย่างปลอดภัย ตั้งอยู่ในเมือง Eindhoven แต่ก็ไม่ใช่ทางจักรยานระยะยาวเหมือนในเซี่ยเหมิน เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2012

Eindhoven ‘Hovernring’

ในกรุงโคเปนเฮเกน มีทางจักรยานสั้นๆ 220 เมตรที่ชื่อว่า Cykelslangen ตัดข้ามน้ำในย่านการค้ากลางเมือง ช่วยให้นักปั่นไม่ต้องแหวกฝูงชนที่พลุกพล่านตลอดเวลา

Copenhagen “Cykelslangen”

จะเห็นว่าโครงการทางจักรยานในเขตเมืองใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ส่วนใหญ่จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อใช้แก้ปัญหาในจุดเล็กๆ อย่างในกรณีของ Eindhoven และโคเปนเฮเกน แต่ถ้าจะทำแบบตัดข้ามเมืองเหมือนในลอนดอนและ BMW นั้นนอกจากจะต้องได้รับความเห็นชอบจากภาครัฐ ประชาชนที่อาศัยอยู่แนวโครงการ ​แล้วยังต้องการเงินมหาศาลในการสร้างด้วย

ตัวอย่างใกล้ตัวก็มีให้เห็นในกรณีโครงการถนนจักรยานเลียบเจ้าพระยากับงบประมาณ 14,000 ล้าน และยังเป็นประเด็นถกเถียงกันมาตั้งแต่มีการเสนอโครงการ เพราะหากสร้างเสร็จก็จะส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนริมน้ำ รวมถึงสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศด้วย

 

ทางจักรยานลอยฟ้า…เมื่อ 117 ปีที่แล้ว

แนวคิดการสร้างถนนจักรยานลอยฟ้าถ้าย้อนประวัติศาสตร์กันจริงๆ แล้วมีคนคิดกันมานับร้อยปี คนแรกที่เคยคิดชื่อคุณโฮเรซ ดอบบินส์จากเมืองพาซาเดน่า ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่เคยเสนอว่าจะสร้างทางจักรยานลอยฟ้าที่ทำจากไม้สนข้ามไปถึงลอสแองเจลิสรวม 18 กิโลเมตร) และจะคิดค่าบริการ 10 เซนต์ต่อครั้ง

ส่วนหนึ่งของทาง California Cycleway ที่สร้างเสร็จในปี 1900

โฮเรซสร้างทางปั่นได้ราวๆ 1.7 กิโลเมตร แต่ก็ต้องล้มเลิกโครงการไป ทำกำไรไม่ได้และผู้คนหันไปนั่งรถไฟแทน ทางที่สร้างเสร็จแล้วถูกรื้อถอน ไม้ที่ใช้สร้างก็ถูกนำไปขายถอนทุนการก่อสร้างแทน

เขามั่นใจว่าหากทางจักรยานสร้างเสร็จ ผู้คนจะเดินทางข้ามเมืองได้เร็วกว่ารถบัสและรถยนต์ โฮเรซสรุปไว้ในปี 1900 กับนิตยสาร Los Angeles Times ว่า “อนาคตของเรามาถึงช้าเกินไป”​

แต่ถึงจะผ่านมากว่าร้อยปี อนาคตที่โฮเรซฝันไว้ก็ยังมาไม่ถึง การที่ BMW ผู้ผลิตรถยนต์ออกมาเสนอแนวคิดทางจักรยานข้ามเมืองลอยฟ้าแบบนี้อาจจะสะท้อนระดับสภาวะวิกฤติของการเดินทางด้วยรถยนต์ จนผู้คนต้องหาวิธีการสัญจรรูปแบบใหม่ครับ

ถึงโปรเจ็คทางจักรยานลอยฟ้าจะเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเราได้เห็นหัวเมืองใหญ่ในประเทศที่มีทุนจะสร้างเริ่มทำ ก็น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ประเทศอื่นๆ สามารถใช้เป็นตัวอย่างได้ด้วย ไม่แน่ ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นผู้คนเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าเดินทางในรัศมีไม่เกิน 15 กิโลเมตร อย่างที่ BMW ฝันไว้ก็เป็นได้ครับ

* * *

อ้างอิง

Digital Trends: BMW imagines elevated tubes for speedy, comfortable ebike commutes 

Wikipedia: California Cycleway

สยามรัฐ: กทม.แจงโครงการทางเลียบเจ้าพระยาทำอย่างรอบคอบแล้ว

Hovernring Official

Wired: Copenhagen’s New Bike Skyway Makes Commuting Look Fun

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Advertisement
Click to comment

มีความเห็น? คุยกันครับ!