The King is back

1. Contador กลับมาแล้ว

ทอล์คออฟเดอะทาวน์ประจำสัปดาห์นี้ในวงการแข่งจักรยานจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการกลับมาของบุคคลที่ได้รับการขนานว่าเป็นนักแข่งสเตจเรซที่แกร่งที่สุดในยุค อัลเบอร์โต คอนทาดอร์กลับมาโชว์ฟอร์มการโจมตีเหนือชั้นทิ้งห่างตัวเต็งจากทีมอื่นแบบขาดลอยคว้าแชมป์รายการ Tirreno-Adriatico ไปอย่างงดงาม

สเต็ปวัน-ทู ในสเตจ 4: Tinkoff ส่ง Kreuziger ขึ้นมาเป็นนกต่อ รอ Contador บนเขาหน้าเส้นชัยตัดกำลังคู่แข่ง Contador ปิดเกมด้วยการโจมตีหนีห่างผู้นำ Kwiatkowski เกือบ 10 วินาที / Photo: Tinkoff-Saxo Fanpage

คอนทาดอร์โชว์ฟอร์มการปั่นแบบที่เราไม่ได้เห็นตั้งแต่ตอนที่เขาคว้าแชมป์ Tour de France ปี 2007 และ 2009 เรียกได้ว่าเป็นการ “กลับมา” ของจริงตั้งแต่ที่เขาโดนแบนจนต้องหยุดแข่งไปในช่วงปี 2012 ถึงแม้ในปีเดียวกันเขาจะคว้าแชมป์ Vuelta a Espana ได้สำเร็จแต่ในปี 2013 ทุกฝ่ายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นปีที่แย่ที่สุดสำหรับคอนทาดอร์ เพราะเขาชนะการแข่งได้แค่สนามเดียว ถึงแม้จะได้อันดับ 4 ใน Tour de France แต่ก็ไม่ใช่นักปั่นที่แกร่งที่สุดในทีมด้วยซ้ำ (ต้องยกให้ Roman Kreuziger) ทุกคนต่างสงสัยว่าหรือจะหมดยุคของสิงห์ปืนไว El Pistelero เสียแล้ว?

คอนทาดอร์ให้เหตุผลว่าปีที่แล้วเขาเปลี่ยนแผนการซ้อมไปเป็นแบบที่ตัวเองไม่ถนัด พอทราบว่ามันไม่เวิร์กก็กลับมาใช้วิธีซ้อมแบบเดิมที่เขาคุ้นเคยประกอบกับการที่ได้โค้ชใหม่ Steven de Jongh อดีตโค้ชทีม Sky มาช่วยเค้นความสามารถ

ถึงแม้คอนทาดอร์อาจจะชนะสเตจภูเขาสำคัญทั้งสองลูกในรายการ Tirreno แต่สิ่งที่ทำให้เข้าเหนือกว่าคู่แข่งไม่ใช่ลีลาการไต่เขาครับ แต่มันคือความกล้าที่เราหาดูได้ยากในการแข่งสเตจเรซสมัยนี้ ในสเตจ 5 ที่นักปั่นต้องเจอความชันบนเขา Muro di Guardiagrele กว่า 30% ในช่วงที่ชันที่สุด คอนทาดอร์เลือกออกโจมตี peloton ที่ 32 กิโลเมตรสุดท้าย ห่างภูเขาเกือบ 30 กิโลเมตร! ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะออกหนี peloton และทีมคู่แข่งที่คอยหมายหัวตัวเต็งทุกฝีก้าว ถึงหนีไปได้แล้ว แต่หนีให้พ้นและออกแซงกลุ่มหนีนั้นถือว่ายากยิ่งกว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเราเห็นการโจมตีแบบนี้ไม่กี่ครั้งเท่านั้น

ทีม Sky และ Chris Froome ที่ต้องถอนตัวออกจากรายการเพราะอาการบาดเจ็บบริเวณหลังคงจับตามองคอนทาดอร์อย่างไม่ละสายตาครับ ทั้งคู่จะได้เจอกันอีกทีในสนาม Volta Catalunya สัปดาห์หน้านี้ ทีม Sky เองกร่อยพอสมควรใน Tirreno เพราะ Richie Porte เองก็ต้องถอนตัวจากอาการป่วยระหว่างแข่งขัน อาทิตย์หน้าคงได้เห็นขาใหญ่เขาล้างตากัน

 

2. Kwiatkowski – One to watch

ถึงแม้ Michal Kwiatkowski (OPQS) จะเสียเสื้อผู้นำให้ Alberto Contador ในสเตจ 5 แต่ความพยายามที่จะเกาะกลุ่มนำบนช่วงภูเขาสูงชันครั้งแล้วครั้งเล่าในสเตจ 4 ลากกลุ่มเอซนักไต่เขาจากทีมอื่นๆ จนเข้าเส้นชัยตามหลังคอนทาดอร์แค่ 10 วินาที แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและฟอร์มการปั่นระดับโลกที่หาได้ยากในนักปั่นวัย 23 ปี

Kwiatkowski: แพ้วันนี้ แชมป์วันหน้า / Photo: OPQS Fanpage / TDW Sport

Kwiatkowski อาจจะไม่ใช่นักปั่นชื่อดังแชมป์หลายสนามอย่าง Peter Sagan แต่ถ้าใครติดตามผลงานของเด็กหนุ่มชาวโปแลนด์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอาจจะพบว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ใช่นักปั่นไร้ชื่อธรรมดา ด้วยผลงาน Top 5 ในสนามคลาสสิคอย่าง Amstel Gold, Flech Wallone และอันดับ 11 ใน Tour de France แสดงให้เห็นถึงทักษะการระเบิดพลังไต่เขาที่หลายคนต้องอิจฉา แถมยังเป็นนักปั่น Time Trial ชั้นดี (อันดับ 5 และ 7 ในสเตจ ITT TDF ปีที่แล้ว) ความกล้าและความแกร่งรอบด้านของ Kwiatkowski ทำให้เขาทำได้แทบทุกหน้าที่ในทีมไม่ว่าจะเป็นหัวลากให้ Mark Cavendish, นักปั่นคลาสสิคตัวช่วย Tom Boonen หรือนักไต่เขาในรายการแกรนด์ทัวร์ก็ตาม เป็นคนที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ก็ว่าได้

 

3. ไม่ใช่การสปรินต์ที่เรารอคอย

ด้วยตัวเต็งสปรินเตอร์ระดับเอซ Peter Sagan, Mark Cavendish, Andre Griepel และ Marcel Kittel ลงแข่งสนามเดียวกัน แฟนๆ ต่างคาดหวังว่าจะได้ชมการประชันหน้าระหว่างขบวน leadout ระดับเทพแต่ก็ต้องผิดหวังไปตามๆ กัน ในสเตจ 2 Marcel Kittel ตกหลุมจนแฮนด์หัก อดสปรินต์ ในขณะที่สเตจ 6 Kittel ไม่สามารถตามกลุ่ม peloton ได้ทัน และทีม Lotto ขบวนล่มตรงโค้งหักศอกหน้าเส้นชัย ผลคือเหลือแค่ Cavendish และทีม OPQS ที่โชว์การลีดเอาท์สมบูรณ์แบบ ไร้คู่แข่ง

น่าเสียดายที่เราอาจจะต้องรอไปจนถึง Tour de France ถึงจะได้เห็นการประชันระหว่างเอซสปรินเตอร์อีกครั้งจากที่โปรแกรมการแข่งของทั้งสามคนไม่ตรงกันไปจนถึงเดือนกรกฏาคม อย่างไรก็ดีชัยชนะของ Mark Cavendish (ครั้งที่สองของปีนี้) คงทำให้ทีมมั่นใจในฝีเท้าของ Cavendish มากขึ้นก่อนการแข่ง Milan-San Remo วันอาทิตย์นี้

 

4. Adriano Malori เขาเป็นใคร?

Adriano Malori คว้าแชมป์สเจตสุดท้าย Time Trial เอาชนะตัวเต็ง TT ชื่อดังทุกคน / Photo: Movistar Fanpage

แฟนๆ ที่ติดตาม Tirreno จนถึงสเตจสุดท้ายอาจจะสงสัยว่าแชมป์สเตจ Time Trial – Adriano Malori จากทีม Movistar คือใคร ทำไมถึงชนะ Fabian Cancellara, Tony Martin, และ Bradley Wiggins สามอันดับโพเดี้ยมจากซึก TT ชิงแชมป์โลกปีที่แล้วได้อย่างเด็ดขาด? เขาเป็นนักปั่นชาวอิตาเลียนวัย 26 ปีที่พึ่งย้ายมาจากทีม Lampre ในปีที่แล้ว Malori เป็นผู้เชี่ยวชาญการปั่น Time Trial ครับด้วยผลงานแชมป์ TT U23 และแชมป์ TT อิตาลีทั้งระดับเยาวชนและระดับทั่วไป ปีนี้เขาได้แชมป์ TT มาแล้วหนึ่งครั้งในสเตจ 5 Tour de San Luis สำหรับชัยชนะเมื่อคืนนี้เป็นแชมป์สเตจในสนามดิวิชัน 1 ครั้งแรกของเขา เป็นคนที่แฟนๆ TT ควรจับตามองไม่ให้คลาดสายตาเลยทีเดียว

 

สรุป

Tirreno-Adriatico ปีนี้ค่อนข้างสนุกน่าติดตามแทบทุกสเตจ ด้วยการเดบิวต์ผลงานของน้องใหม่ Michal Kwiatkowski และการโจมตีบนภูเขาสุดโหดของ Alberto Contador ทว่าก็มีส่วนน่าผิดหวังที่เอซสปรินเตอร์ไม่ได้ซัดกันอย่างที่แฟนๆ ใฝ่ฝันและการที่ทีมตัวเต็งอย่าง Sky ต้องเสียหัวหน้าทีมไปถึงสองคนก็ทำให้เราไม่ได้ชมการดวลแข้งของ Froome และ Contador ครับ โดยรวมแล้วเป็นรายการที่จัดได้บาลานซ์ดีมีทั้ง TT สปรินต์และไต่เขาพอดีๆ DT ตัดเกรดให้

8/10

ผลการแข่ง General classification

1. Alberto Contador (Tinkoff-Saxo) 25:28:45
2. Nairo Quintana (Movistar) +2:05
3. Roman Kreuziger (Tinkoff-Saxo) +2:14
4. Jean-Christophe Peraud (Ag2r La Mondiale) +2:39
5. Julian Arredondo (Trek) +2:54
6. Domenico Pozzovivo (Ag2r La Mondiale) +4:04
7. Robert Kiserlovski (Trek) +3:09
8. Daniel Moreno (Katusha) +3:16
9. Michele Scarponi (Astana) same time
10. Mikel Nieve (Sky) +3:19

By เทียนไท สังขพันธานนท์

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

2 comments

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *