อัลเบอร์โต้ เบททิออล: จากนักปั่นโนเนมสู่แชมป์ Tour of Flanders

ใครจะเชื่อว่าชัยชนะใน Tour of Flanders เมื่อคืนนี้ เป็นผลงานชัยชนะครั้งแรกในฐานะนักปั่นอาชีพของ อัลเบอร์โต้ เบททิออล นักปั่นชาวอิตาเลียนวัย 25 ปีจากทีม EF Education First ที่โซโล่เข้าเส้นชัยคนเดียว หนีห่างคู่แข่งจากทีมอื่นบนทางขึ้นเนินชัน 14 กิโลเมตรจากเส้นชัย

ถึงจะเป็นชัยชนะครั้งแรก แต่ถ้าใครติดตามการแข่งขันจักรยานในฤดูกาล 2019 ก็อาจจะเห็นว่าเบททิออลเป็นคนที่ผลงานคงเส้นคงวาและอยู่แถวหน้าในสนามใหญ่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นอันดับสามในสเตจใน Tirreno-Adriatico และเป็นคนแรกที่เปิดเกมโจมตีตัวเต็งในสนาม Milan-Sanremo ต่อด้วยผลงานอันดับ 4 ใน E3 BinckBank Classic สัปดาห์ก่อน

วิดีโอไฮไลท์ Tour of Flanders 2019

โจนาธาน วอเธอส์ผู้จัดการทีม EF ให้สัมภาษณ์:

“เขาเริ่มสร้างฟอร์มได้ดีใน Tour Down Under ตอนเดือนมกราคมนะ แต่ผมว่ามันมาลงตัวในซานเรโม จังหวะที่เขายิงกลุ่มตอนนั้นมันชัดว่าเขาน่าจะชนะรายการใหญ่ได้ จริงว่าเขาทำตัวเป็นแท่นยิงให้อลาฟิลลิป (แชมป์ซานเรโมปีนี้) แต่ถ้าเขายืนระยะได้อีกนิด อีกนิดเดียว ผมว่าเขามีลุ้นแชมป์เลย แล้วใน E3 มันเป็นรายการที่เขาตระหนักว่า เขาสามารถเอาชนะตัวเต็งพวกนี้ได้ จนมันมาออกดอกออกผลที่รายการนี้”

เบททิออลเริ่มเทิร์นโปรกับทีม Cannondale ในปี 2014 วอเธอส์รู้ว่าเขามีความสามารถ เป็นนักปั่นรอบด้านแต่ยังขาดการขัดเกลาที่ดี เขาป่วยบ่อย แข่งไม่จบ ล้มหลายครั้ง ถึงจะมีผลงานติด Top 20 บ้างแต่ก็ยังไม่มีอะไรน่าประทับใจ

“เบททิออลเป็นนักปั่นที่ครบเครื่องนะ เขามีสัญชาตญาณการแข่งดีมากๆ สปรินต์ก็ได้ ขึ้นเขาก็ดี และจริงๆ แล้วเขาปั่น Time Trial ได้ดีมากครับ แต่ไม่มีใครเห็นความสามารถของเขา”

Embed from Getty Images

ปี 2017 เบททิออลอยู่ในทีม Cannondale-Drapac ที่พาริกโอเบอร์โต้ อูรานคว้าอันดับสองในสนาม Tour de France และทีมกล่าวว่าเบททิออลเป็นกำลังสำคัญที่คอยช่วยอูรานให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ แต่หลังจบ Tour de France ปีนั้น ทีม Cannondale ก็ต้องปล่อยนักปั่นในสัญญาหลายคน เพราะทีมหาสปอนเซอร์ไม่ได้ ซึ่งเบททิออลก็เป็นหนึ่งในคนที่ย้ายไปอยู่กับ BMC เพื่อเป็นผู้ช่วยเกร็ก แวน เอเวอร์มาร์ท

วอเธอส์กล่าวว่า จริงๆ แล้วทีมไม่อยากเสียเบททิออลไปเลย เมื่อ BMC ต้องยุบทีมหลังฤดูกาล 2018 หลังจากที่แอนดี้ รีส์ เจ้าของทีมเสียชีวิต ก็เป็นโอกาสให้ทีม Cannondale ซึ่งได้บริษัท EF Education First มาซื้อกิจการอุ้มทีมไว้ มีเงินมาช้อนตัวเบททิออลกลับเข้าสังกัด

“ทีมซื้อตัวผมไปทั้งๆ ที่รู้ว่าผมไม่มีผลงานอะไรเลยตอนที่อยู่กับ BMC เขาเชื่อใจผมมาก”

“ผมรู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องโชว์ผลงานให้สมกับที่ทีมเชื่อใจ ผมลดน้ำหนักไปสามกิโลในเวลาไม่กี่เดือน พูดเหมือนง่ายนะ แต่จริงมันโคตรยากเลย, จากนั้นผมพยายามแข่งตามนิสัยตัวเอง ผมโจมตีทุกครั้งที่ทำได้ จริงว่าผมเสียจังหวะในซานเรโม เลยไม่ติด Top 10 แต่ผมก็ไม่เสียใจที่ยิงกลุ่มบนเนิน Poggio…มีคนไม่กี่ในโลกนี้หรอกที่พูดได้ว่า ตัวเองเป็นคนเปิดเกมรุกบนเนิน Poggio ในมิลานซานเรโม”

Embed from Getty Images

“ใน Tour of Flanders ปีนี้ ผมได้เซ็ป ฟานมาร์คช่วยไว้มาก เขาทั้งคุมเกมหน้ากลุ่มเบรกอเวย์ แล้วยังมาช่วยผมตอนท้าย ทั้งๆ ที่เขาไม่สบาย ถ้าไม่มีเขาผมคงยิงเปิดเกมบนเนินวันนี้ไม่ได้”

นอกจากทีม EF จะเดินเกมได้สมบูรณ์แบบแล้ว พลวัตรของกลุ่มไล่ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เบททิออลคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

Embed from Getty Images

หลังจากที่เขาหนีหลุดไปได้ ด้านหลังเหลือคู่แข่งตัวเต็ง 17 คนที่เมื่อไล่ชื่อดูแล้วก็คือทั้งแชมป์เก่า และตัวเต็งระดับห้าดาวจากทุกทีม ไม่ว่าจะเป็นปีเตอร์ ซากาน, เกร็ก แวน เอเวอร์มาร์ท, บ็อบ ยุงเกลส์, ทีช เบนูท, ไมเคิล แมธธิวส์, อเล็กซานเดอร์ คริสทอฟ, เวาท์ แวน อาร์ท, แมธธิว แวนเดอโพลล์ และอีกหลายๆ คน

เมื่อกลุ่มไล่มีกัปตันจากหลายทีม โอกาสที่จะทำงานร่วมกันก็เป็นไปได้ยาก ในกลุ่มมีสปรินเตอร์หลายคน หมายความว่าตัวเต็งอย่างยุงเกลส์ และแวน เอเวอร์มาร์ทที่สปรินต์ได้ไม่เร็วเท่าก็ไม่อยากจะเปลืองพลังไล่จับเบททิออลด้วยตัวเอง เพราะมันจะทำให้พวกเขาหมดแรงเวลาถึงหน้าเส้นชัย เหมือนลากสปรินเตอร์ไปทุบตัวเองฟรีๆ

ฝั่งสปรินเตอร์เองก็ไม่อยากจะขึ้นไล่เช่นกัน เดิมพันว่าคนที่สปรินต์ไม่ดี ถ้าอยากจะได้แชมป์ก็ต้องไล่ สุดท้ายกลายเป็นว่าไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครขึ้นนำ ทำให้เบททิออลทำระยะห่างได้ร่วม 20 วินาที และเขารักษาระยะห่างนี้ไปได้จนถึงเส้นชัย

Embed from Getty Images

ทางฝั่งกลุ่มไล่ ถึงกิโลเมตรสุดท้าย เมื่อไม่มีใครยอมลากใคร Quickstep ตัดสินใจปล่อยให้แคสเปอร์ แอสกรีน เด็กใหม่ในทีมที่เพิ่งจะเทิร์นโปรเป็นปีแรก เบรกอเวย์ออกไป และคว้าอันดับสองได้สำเร็จ เข้าเส้ยชัยหลังเบททิออล +14 วินาที อเล็กซานเดอร์ คริสทอฟ ตามเข้ามาเป็นอันดับสาม และแมธธิว แวน เดอ โพลล์ อันดับสี่

ด้วยชัยชนะครั้งนี้ เบททิออลกลายเป็นนักปั่นชาวอิตาเลียนคนแรกในรอบ 12 ปีที่ได้แชมป์ Tour of Flanders ขณะเดียวกันใน Tour of Flanders หญิง มาร์ทา บาสทิอาเนลลี (Virtu Cycling) ก็เป็นแชมป์รายการเช่นกัน ทำให้ Tour of Flanders ปีนี้ทั้งชายและหญิงมีแชมป์เป็นชาวอิตาเลียนทั้งคู่

ผลการแข่งขัน

 

DT วิเคราะห์

ผมว่า Tour of Flanders ปีนี้เกมมันแปลกๆ นิดนึง จริงๆ มีการโจมตีจากตัวเต็งหลายคน ทั้ง GVA และยุงเกลส์ แต่กินกันไม่ลง หนีกันไม่ขาด จนมาถึงเนินรองสุดท้ายที่เบททิอออลเปิดหนีได้แรงกว่าคนอื่นจริงๆ

ตอนท้ายเหมือนกลุ่มไล่จะไม่พยายาม แต่ถ้าเป็นไปตามคำสัมภาษณ์ของซากานและคริสตอฟ ก็คือทุกคนกรอบหมดแล้ว ยิ่งถ้าต้องขึ้นไล่แทนคนอื่นๆ ก็ถือเป็นการฆ่าตัวตาย กลายเป็นเกม negative racing ถ้าฉันชนะไม่ได้ พวกแกก็แพ้ไปด้วยกันนี่แหละ

แมธธิว แวน เดอ โพลล์ ดูเฉิดฉายมาก ทั้งที่เพิ่งลงรายการนี้เป็นครั้งแรก เขาล้มเจ็บหนักที่ 60 กิโลเมตรสุดท้ายจนหลุดกลุ่มในช่วงสำคัญเพราะจักรยานมีปัญหา แต่ก็ไล่กลับมาเข้ากลุ่มจนทัน ไม่ใช่แค่ทัน แต่ยังเป็นคนเล่นเกมรุกในช่วงท้ายหลายต่อหลายครั้ง แล้วตอนจบยังสปรินต์ได้อันดับ 4!

ติดขอบถนน? ไม่ใช่ปัญหาสำหรับแชมป์โลก CX

แคสเปอร์ แอสกรีน (Quickstep) ที่ได้อันดับสองจริงๆ ก็ไม่ธรรมดาเลย เพิ่งเข้าทีมเมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมาจากทีมดิวิชัน 3 แล้วลงรายการนี้ในฐานะตัวช่วยทีม แต่กลับเป็นนักปั่นที่แข็งแกร่งที่สุดใน Quickstep เขาเบรกอเวย์ตั้งแต่กิโลเมตรที่ห้าสิบ และอยู่กลุ่มเบรกร่วมร้อยห้าสิบกิโลเมตร ก่อนจะโดนรวบ แล้วยังต้องขึ้นไล่จับเบรกอเวย์ให้ทีมตลอดการแข่งขัน ตอนจบก็หนีกลุ่มไล่ไปเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสอง ในขณะที่ตัวเต็งทีมอย่างชเน็ค สตีบาร์ร่วงไปตั้งแต่เนินคัดตัว ถึง Quickstep จะไม่ชนะ แต่ก็ได้เพชรชิ้นใหม่มาให้เจียระนัยอีกแล้ว คิดว่าทีมเองก็คงไม่รู้หรอกว่าแอสกรีนจะแรงขนาดนี้

อเลฮาน โดรวาวเวอเด้ (Movistar) เป็นนักปั่นที่อายุมากที่สุดในรายการนี้ (38 ปี) ลงแข่งเป็นครั้งแรก แต่จบที่อันดับแปด! ทั้งๆ ที่ไม่ใช่นักปั่นสายคลาสสิคเลย เป็นคนที่เก่งรอบด้านและดูอายุจะไม่มีผลต่อความสามารถจริงๆ

สนามต่อไป Paris-Roubaix วันอาทิตย์หน้า เป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับตัวเต็งคลาสสิคที่ยังไม่มีผลงาน