7 สุดยอดลีลาการขว้างจักรยาน

“Refrain from throwing your bike in public. It shows poor upbringing.” -Jacquie Phelan

(อย่าขว้างจักรยานของคุณในที่สาธารณะ มันแสดงให้เห็นว่าที่บ้านคุณสอนลูกไม่ดี” – แจคกี้ ฟีแลน, อดีตนักปั่นไซโคลครอสและเสือภูเขามืออาชีพหญิงชาวอเมริกัน)

ในฐานะคนปั่นจักรยานธรรมดาๆ คนหนึ่ง เราคงไม่มีวันเข้าใจถึงความสัมพันธ์ที่แสนจะลึกล้ำซับซ้อนระหว่างนักปั่นจักรยานมืออาชีพและอุปกรณ์หาเลี้ยงชีพของเขา อย่างที่ Marcel Kittel (Giant-Shimano) กล่าวไว้หลังจากการเขวี้ยงจักรยาน Giant Propel ราคาหลายแสนลงกระแทกพื้นถนนจนกลายเป็นข่าวดังสร้างกระแสโพสต์ย้อนรอยจัดอันดับการเขวี้ยงจักรยานของโปรในเว็บสื่อต่างประเทศกันสนุกสนาน

การที่นักกีฬาเขวี้ยงโยนสิ่งของที่ทำให้เราผิดหวังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ใครดูการแข่งเทนนิสบ่อยคงเห็นกันจนชินตา เมื่อนักเทนนิสทำเกมได้ไม่ดี ตีพลาด ก็เขวี้ยงไม้แรคเกตกันเป็นว่าเล่นไป กรณีของ Marcel Kittel เมื่อคืนก่อนนี้ในการแข่งขัน Tirreno-Adriatico สเตจ 2 นั้นเราก็พอจะเดาได้ ในเมื่อทีมและสปอนเซอร์ตั้งความหวังไว้กับคุณ​และคุณเป็นคนที่รู้ตัวว่ามีความสามารถพอจะคว้าชัยชนะให้ทีมได้ แต่กลับต้องเสียโอกาสเพราะอุปกรณ์มีปัญหา – โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายก่อนการสปรินต์ที่อดรีนาลีนสูบฉีด อารมณ์และความมุ่งมั่นในการเอาชนะขึ้นสู่จุดสูงสุด ฉับพลันทันทีที่อุปกรณ์ทำให้เราต้องล้มเหลว สัญชาติญาณดิบของมนุษย์ก็เข้าแทรกทันที

เมื่อการเดิมพันความสำเร็จของนักกีฬาขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ เขาย่อมหวังว่ามันจะทำงานได้สมบูรณ์แบบ 100% โดยไม่มีข้อแม้ไดๆ ทั้งสิ้น การที่นักปั่นหลายคนรู้สึกล้มเหลวและผิดหวังกับอุปกรณ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในปีที่แล้ว Cadel Evans เสียเวลาให้คู่แข่ง Rigoberto Uran ใน Giro d’Italia เพราะเกียร์ไฟฟ้า Shimano Di2 หยุดทำงานท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ทำให้เขาหลุดจากอันดับ 2 ในตารางผู้นำเวลารวม เสียเวลาไปกว่า 1:11 นาที หรืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ Andy Schelck โซ่ตกระหว่างที่กำลังดวลแข้งกับคู่แข่งตัวฉกาจ Alberto Contador ทำให้เขาหมดโอกาสขึ้นทำเวลานำโดยปริยาย… คงไม่ต่างอะไรกับการที่เรากำลังทำโปรเจ็คสำคัญแล้วไฟดับกระทันหัน! ณ​ จุดนั้นน้อยคนคงจะห้ามอารมณ์ตัวเองอยู่

อย่างไรก็ดีความผิดพลาดของอุปกรณ์ไม่ใช่ข้ออ้างให้เราทำลายข้าวของ ยังไงมันก็เป็นนิสัยที่ไม่ควรเอาอย่างอยู่ดีครับ บางคนบอกว่าโปรไม่ได้ซื้ออุปกรณ์เอง เป็นของฟรี ทำลายจักรยานคันละเป็นแสนได้ยังไง แต่บางครั้งเราก็น่าจะพยายามเข้าใจนักกีฬา ในระดับสูงสุดของการแข่งขันที่แพ้ชนะกันด้วยเวลาเสี้ยววินาที อารมณ์ จังหวะ ความกดดันมันคนมากเกินกว่าที่เราจะรู้สึกได้ โปรก็เป็นมนุษย์ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่นเดียวกับกรณีของ Lance Armstrong เราเลือกชื่นชมส่วนดีของเขาก็คงจะเป็นการดีกว่า

ว่าเช่นนั้นแล้วเรามาดู 7 อันดับสุดยอดแห่งการเขวี้ยงจักรยานกันดีกว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากโพสต์นี้ใน Cyclingweekly แต่ DT มีเพิ่มเติมมากกว่าต้นฉบับครับ :)

 

7. Bradley Wiggins, UCI World Time Trial Championship 2009

ความดุดัน: ✪✪
ความสวยงาม: ✪✪

แบรดลีย์ วิกกินส์ หนึ่งในนักปั่นที่ “อินดี้” ที่สุดในบรรดาโปร การเก็บอารมณ์อาจจะไม่ใช่จุดเด่นของวิกโก้ วิดีโอแรกของเราเป็นการเขวี้ยงรถเบาๆ ของเซอร์ในการแข่ง Time Trial ชิงแชมป์โลกที่วิกโก้เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่มีสิทธิคว้าเหรียญ ทว่าจักรยานเกิดขัดข้องกลางทางทำให้เขาจบการแข่งขันที่อันดับ 21 เท่านั้นในขณะที่ Fabian Cancellara คว้าเหรียญทองไปอย่างขาดลอย

6. Bjarne Riis,  Tour de France 1997

ความดุดัน: ✪✪✪✪
ความสวยงาม: ✪✪

ปี 1997 เป็นปีที่รีส์ต้องป้องกันแชมป์ Tour de France ทุกคนต่างรู้ว่าในสเตจ Time Trial ทุกเสี้ยววินาทีมีความหมาย เมื่อจักรยาน TT ของรีส์ทำงานไม่ได้ดั่งใจรีส์สะบัดจักรยานลงไปกองกับพื้นหญ้าจนเป็นคลิปวิดีโอที่โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ ในปีนี้รีส์บาดเจ็บ และสุขภาพไม่ดีด้วย ด้วยความหวังที่จะขึ้นนำในสเตจ Time Trial แต่อุปกรณ์ดันมีปัญหา ความผิดหวังของรีส์ในวันนั้นคงยากจะหยั่งถึง

5. David Millar, Giro d’ Italia 2008, สเตจ 5

ความดุดัน: ✪✪✪✪✪
ความสวยงาม: 

อีกหนึ่งโศกนาฏกรรมระหว่างจักรยานและเจ้าของ สเตจ 5 รายการจิโรในปี 2008 เป็นวันที่ David Millar แชมป์ Time Trial อังกฤษมีสิทธิคว้าแชมป์สเตจและขึ้นนำเวลารวมแน่นอน…ถ้าจักรยาน Felt F1 Custom ของเขาไม่โซ่ขาดเสียก่อน

4. Riccardo Rico, Tirreno-Adriatico 2008, สเตจ 2

ความดุดัน: ✪
ความสวยงาม: ✪✪✪✪

ริคาร์โด ริคโคนักไต่เขาชาวอิตาเลียนผู้ฉาวโฉ่เรื่องการโด๊ปก็มีประวัติการเขวี้ยงเสือหมอบกับเขาด้วยเหมือนกัน ในรายการ Tirreno สเตจ 2 ที่จบด้วยการสปรินต์ของกลุ่มเบรคอเวย์ ริคโคเกาะมากับกลุ่มหน้าและมีสิทธิที่จะคว้าแชมป์สเตจ แต่จักรยานดั๊นมาพังเสียก่อน…

3. Peter Sagan, Dubai Tour 2014, สเตจ 4

ความดุดัน: ✪
ความสวยงาม: ✪✪✪

ใครจะรู้ว่านักปั่นอารมณ์ดีสุดเกรียนอย่าง Peter Sagan ก็มีโมเมนท์ฉุนเฉียวกับเขาด้วย ช๊อตนี้มาจากรายการดูไบทัวร์เมื่อเดือนก่อนในสเตจสุดท้ายที่จะจบด้วยการสปรินต์กับความเร็วช่วง 5 กิโลเมตรหน้าเส้นชัยที่สูงเกือบ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Sagan เป็นหนึ่งในนักปั่นที่บังคับรถได้คล่องแคล่วที่สุดเลยเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่เขาล้ม (คนเดียว) แน่นอนว่าคงเซ็งไม่น้อยเพราะอดสปรินต์ และเป็น Marcel Kittel ที่ได้แชมป์สเตจไป

2. Marcel Kittel, Tirreno-Adriatico 2014, สเตจ 2 

ความดุดัน: ✪✪✪✪✪
ความสวยงาม: ✪✪

เหลือเชื่อว่านักปั่นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่สุภาพที่สุดใน peloton จะมีจังหวะนี้กับเขาด้วย (โค้ชของ Kittel เคยบอกว่าแกสุภาพเกินกว่าจะเป็นสปรินเตอร์ชั้นดี) แต่เราได้เห็นกันแล้วว่าความแรงของคิตตี้ไม่ได้มีแค่การสปรินต์อย่างเดียว เหตุการณ์นี้ Kittel บอกว่าเขาตกหลุมแล้วแฮนด์หักจนล้ม ทำให้ไปขึ้นสปรินต์แข่งกับคนอื่นไม่ได้ทั้งๆ ที่เป็นตัวเต็งสเตจและทีม Giant ก็ขึ้นนำทำเกมได้พร้อมแล้วในช่วงสุดท้าย… Kittel คงเป็นคนเดียวในประวัติศาสตร์วงการที่ “ขอโทษ” จักรยานได้น่ารักน่าชัง เปลี่ยนการตลาดยอดแย่ เป็นการตลาดยอดเยี่ยมในพริบตา :)

 

1. Bradley Wiggins, Giro del Trentino 2013 

ความดุดัน: ✪
ความสวยงาม: ✪✪✪✪✪

ที่สุดของที่สุดคงไม่พ้นคลิปนี้ครับ กับท่า “โยน” เสือหมอบขั้นเทพของเซอร์แบรดลีย์ วิกกินส์ ใน Giro del Trentino เหตุเกิดจากการที่เกียร์ Dura-Ace หยุดทำงานกระทันหัน วกิโก้เปลี่ยนเกียร์ไม่ได้ในจังหวะที่ Vincezo Nibali ผู้นำรายการขึ้นออกโจมตีบนเขาลูกสุดท้าย ทำให้เซอร์เสียเวลาไปกว่า 1:39 นาทีทั้งๆ ที่ทีม Sky ทำเวลานำในสเตจ 1 Team Time Trial ได้เหนือ Astana… ท่าโยนซอฟต์ๆ แต่ก็บ่งบอกถึงความฉุนเฉียวโชว์ความเป็น English Gentleman ได้ดีจริงๆ (ฮา)

แอดมินยกให้เซอร์วิกโก้เป็นที่หนึ่ง แล้วคนอ่านชอบลีลาใครที่สุด? คอมเม้นต์ไว้ด้วย ;)

Published
Categorized as Machine

By เทียนไท สังขพันธานนท์

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

13 comments

Leave a comment

Your email address will not be published.