เดือนนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ครึกครื้นที่สุดในรอบปีสำหรับวงการจักรยานก็ว่าได้ครับ เพราะมันคือเดือนของ Tour de France! งานแข่งจักรยานที่ใหญ่ที่สุดในโลก อัดแน่นไปด้วยนักปั่นที่เค้นคัดฟอร์มจากทีมที่ใหญ่ที่สุด แข่งขันกันบนจักรยานที่ไฮเทคที่สุด

Tour de France หรือ Tour of France เป็นการแข่งจักรยานทางไกล 21 วัน 21 สเตจ รวมระยะทาง 3,551 กิโลเมตร

เส้นทางปีนี้ประกอบด้วย

  • 9 สเตจทางราบ
  • 4 สเตจภูเขาระดับปานกลาง
  • 6 สเตจภูเขาสูงชัน
  • 1 สเตจจับเวลาบุคคล (ITT)
  • 1 สเตจจับเวลาทีม (TTT)

จากทั้ง 21 ที่กล่าวมานี้ จะมีสเตจที่จบบนยอดเนิน 2 สเตจ, จบบนยอดเขา (Mountain top finish) 3 สเตจ และหนึ่งสเตจถนนหิน (!!)

 

ภาพรวม

Tour de France ROute

ดูอย่างกว้างๆ แล้วเส้นทางตูร์ปีนี้แบ่งได้เป็นสองครึ่งครับ ครึ่งแรกระหว่างสเตจ 1-9 เป็นการ “เอาตัวรอด”​ ของบรรดาตัวเต็งที่อยากได้แชมป์รายการ ด้วยเส้นทางที่เต็มไปด้วยกระแสลมแรง ถนนหิน เส้นชัยบนยอดเนิน หรือสเตจทางราบหลอกๆ ที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายเหมือนที่เราเห็นทุกปี แม้แต่สเตจ ‘transition’ หรือเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเทือกเขาดังๆ ที่ปกติน่าเบื่อก็ดูเป็นเหมือนกับดักที่ตัวเต็งจะประมาทไม่ได้ ไหนจะสเตจ Team Time Trial ที่มาตั้งแต่วันที่ 3 ท่ี่จะทำให้กลุ่มตัวเต็งเวลาขาดกันชัดเจนแน่นอน

ช่วงที่สองเป็นการไต่เขาล้วนๆ จากสเตจ 10 เป็นต้นไป ถ้าไม่นับสเตจจับเวลาเดี่ยว 1 สเตจ และทางราบ 3 สเตจแล้ว ที่เหลือเป็นสเตจภูเขาทั้งหมด! แต่มีสเตจ 17 ที่สั้นแค่ 65 กิโลเมตรที่จะปล่อยตัวแบบ F1 Grid เป็นครั้งแรกในการแข่งขัน

นั่นหมายความว่าต่อให้กลุ่มตัวเต็งจะรอดพ้นสัปดาห์แรกมาแล้ว สัปดาห์ที่สองและสามก็ต้องสะบักสะบอมกับทางเขาชันที่โหมกระหน่ำต่อเหนื่องแบบติดๆ กันครับ เมื่อรวมกับจำนวนนักปั่นต่อทีมที่ลดจาก 9 เหลือ 8 คนตามกฏใหม่แล้ว การจะพิชิต Tour de France ปีนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน

แล้วแต่ละสเตจเส้นทางเป็นยังไง น่าติดตามแค่ไหน? มีลูกเล่นอะไรบ้าง? DT วิเคราะห์สั้นๆ เส้นทางทั้ง 21 สเตจครับ

 

Stage 1: เสาร์ 7 กรกฏาคม

ดูโปรไฟล์อาจจะเป็นทางราบที่ไม่มีอะไร แต่นี่อาจจะเป็นวันที่อันตรายที่สุด เพราะเส้นทางเลาะชายฝั่งทะเลแอตแลนติกที่มีกระแสลมพัดแรง บวกกับเดิมพันสำหรับสปรินเตอร์ผู้ชนะสเตจที่จะได้สวมใส่เสื้อเหลือง เป็น combination ที่ชวนล้มมากๆ

 

Stage 2: อาทิตย์ 8 กรกฏาคม

สเตจทางราบติดต่อกันเป็นวันที่สอง จริงๆ สเตจทางราบที่จบด้วยการสปรินต์ในวันแรกๆ นี่ดูสนุกเพราะเรายังไม่เห็นฟอร์มสปรินเตอร์แน่ชัดครับ แล้วยิ่งปีนี้มีสปรินเตอร์เก่งๆ ลงแข่งเต็มไปหมดยิ่งทำให้สเตจทางราบแบบนี้น่าชม อย่างไรก็ดีสเตจนี้ก็อันตรายเช่นกัน ช่วงท้ายมีวงเวียนและโค้งหักศอกจำนวนมากอยู่ช่วงท้ายสเตจ

 

Stage 3: จันทร์ 9 กรกฏาคม Team Time Trial

วัน D-Day สำหรับตัวเต็งหลายๆ คนที่ไม่ใช่ Sky, BMC, Movistar, และ Mitchelton-Scott เพราะนี่คือการแข่ง Team Time Trial บนทางโรลลิงระยะทาง 35.5 กิโลเมตร…Team Time Trial ครั้งล่าสุดในตูร์นี้ย้อนไปปี 2013 นู่น ซึ่งเป็นทางราบ ไม่มีเนินแบบนี้ และสั้นกว่านี้ ต้องบอกว่า TTT ปีนี้โหดครับ

ใน Tour de Suisse เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนมีสเตจ TTT ด้วยแต่มีนักปั่นต่อทีมแค่ 7 คน ระยะห่างระหว่างทีมผู้ชนะกับทีมสุดท้ายคือห่างกันกว่า 3 นาที! มากพอจะดับฝันตัวเต็งที่อยากได้แชมป์รายการครับ อันดับเวลารวมจะชัดกันก็ตั้งแต่วันนี้ คุณอาจจะไม่แพ้ตูร์จากวันเดียว แต่วันนี่สำคัญแน่นอนสำหรับนักปั่นอย่างบาเดต์ (AG2R), ซาคาริน (Katusha), คินทานา/แลนด้า (Movistar) และนิบาลี (Bahrain-Merida)

 

Stage 4: อังคาร 10 กรกฏาคม

อีกหนึ่งสเตจทางราบ

 

Stage 5: พุธ 11 กรกฏาคม

สเตจนี้น่าดูครับ เป็นสเตจโรลลิงที่มีเนินชันหลายจุด และจบบนยอดเนินสั้นๆ คล้ายๆ เส้นทางสนามคลาสสิค ซึ่งจะเรียกตัวเต็งอีกประเภทมาออกโรง เช่นซากาน (Bora), GVA (BMC), แมธธิวส์ (Sunweb) ทางฝั่งผู้นำเวลารวมก็เผลอไม่ได้เช่นกัน เป็นสเตจที่น่าดูที่สุดในสัปดาห์แรก

 

Stage 6: พฤหัส 12 กรกฏาคม

เส้นชัยจบบนยอด Mur de Bretagne เนินชัน 2 กิโลเมตรที่ชันเฉลี่ยร่วม 7% ยาวเกินกว่าตัวเต็งคลาสสิคจะรับมือไหว และน่าจะเป็นโอกาสให้นักไต่เขาได้โชว์ฝีมือกัน ฝั่ง GC คงไม่หลุดกันมากแต่มีโอกาสเสียเวลาเยอะเช่นกัน

 

Stage 7: ศุกร์ 13 กรฏาคม

231 กิโลเมตร สเตจนี้ยาวที่สุดในตูร์และน่าจะจบด้วยการสปรินต์ครับ

 

Stage 8: เสาร์ 14 กรกฏาคม

อีกหนึ่งสเตจทางราบ แต่เป็นวันชาติฝรั่งเศส เบรคอเวย์คงครึกครื้นครับ

 

Stage 9: อาทิตย์ 15 กรกฏาคม – WELCOME TO ROUBAIX

นี่อาจจะเป็นสเตจที่สนุกและสำคัญที่สุดใน Tour de france ปีนี้ครับ จะมีกี่ครั้งที่สเตจสุดสัปดาห์ไม่ใช่สเตจภูเขาแต่เป็นถนนหิน! สเตจ 9 เรากลับเข้าไปในเส้นทาง Paris-Roubaix ที่จะบั่นสะเทือนกระดูกนักไต่เขาตัวบางๆ ที่หวังจะได้แชมป์รายการ ผู้ซึ่งไม่เคยคิดจะแข่งรายการคลาสสิคเลยแม้แต่น้อย นี่จะเป็นบททดสอบใหญ่ที่สุดสำหรับตัวเต็ง GC ทุกคน และจะเป็นการพิสูจน์ว่าเขาเป็นนักปั่นที่รอบด้านสมควรแก่การเป็นแชมป์ Tour de France จริงหรือเปล่า นักปั่นต้องเจอถนนหินถึง 15 เซคเตอร์ครับ

 

Stage 10: อังคาร 17 กรกฏาคม – วันแรกในภูเขา

เข้าสู่สัปดาห์ที่สอง ตัดฉากจากสเตจทางราบมาเป็นการขึ้นเขาติดต่อกันรัวๆ ไม่ทันพักจากถนนหินก็เจอเขาโหดติดต่อกัน 4 ลูกรวดในแอลป์ครับ และจุดเด่นของสเตจนี้คือ เขาระดับ HC ในภาพมีทางขึ้นเป็นถนนหินกรวด ยิ่งกว่าเขา Finestre ที่ฟรูมใช้คว้าแชมป์ Giro เสียอีก

 

Stage 11: พุธ 18 กรกฏาคม – เส้นชัยบนยอดเขา No.1

สเตจสั้นๆ ร้อยกว่ากิโลเมตรที่ขึ้นลงตลอดทั้งวันและจบบนยอดเขาเป็นครั้งแรก ถ้ามีการโจมตีเยอะรับรองว่าตัวเต็งมีกระอักกันแน่ๆ ขึ้นอยู่กับว่าตัวเต็งเกาะกลุ่มกันได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเกาะๆ กันไปก็ไม่สนุก แต่ถ้าหลุดกันยาวรับรองว่าเสียแชมป์กันได้ตั้งแต่วันนี้ครับ

 

Stage 12: พฤหัส 19 กรกฏาคม – Alpe d’Huez

รวมดาวแอลป์ไว้ด้วยกันในวันเดียว ทั้ง Col de la Madeleine, Croix de Fer และ Alpe d’Huez เป็น 3 hit combo อีกหนึ่งวันที่จะเหนื่อยแน่ๆ เดี๋ยวนะ นี่มันเพิ่งสัปดาห์ที่สองเองไม่ใช่เหรอ!?

 

Stage 13: ศุกร์ 20 กรกฏาคม – Break vs sprint

เส้นชัยที่จบในเมือง Valence มักให้เบรคอเวย์ได้ลุ้นเสมอ เหมือนจะเป็นสเตจทางราบ แต่ทางขึ้นๆ ลงๆ ช่วงท้ายนี่ก็น่าลุ้นกลุ่มหนีแทนสปรินเตอร์เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าสปรินเตอร์จะต่อกรกับเขาได้ดีแค่ไหนหลังจากโดนนวดมาสามวันเต็ม

 

Stage 14: เสาร์ 21 กรกฏาคม – Sharp and Hilly

อีกหนึ่งสเตจที่น่าลุ้นเบรคอเวย์แต่กลุ่ม GC จะประมาทก็ไม่ได้เหมือกนัน เส้นชัยสั้นและชันมากครับ เป็นสเตจที่น่าดูนะ

 

Stage 15: อาทิตย์ 22 กรกฏาคม – BREAK!

สเตจที่ดูจะทำมาให้เบรคอเวย์หนีโดยเฉพาะ ดูแท่นยิงที่ช่วงท้ายของสเตจนั่นสิ!

 

Stage 16: อังคาร์ 24 กรกฏาคม – Pyrenese Begins

ออกจากแอลป์ยังไม่ทันหายเหนื่อย เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายมาเหนื่อยในเทือกเขาพีรานีสกันอีกแล้ว ซึ่งจุดเด่นของพีรานีสคือระดับความชันและระยะทางที่ขึ้นๆ ลงๆ ไม่เนิบๆ ยาวๆ สูงๆ (แต่ไม่ชันมากนัก เหมือนในแอลป์) ซึ่งก็จะถูกจริตนักไต่เขาคนละประเภทกับแอลป์ด้วยครับ แต่ดูแล้วคงสนุกแค่ช่วงท้ายนะวันนี้

 

Stage 17: พุธ 25 กรฏาคม

ถ้าทั้งตูร์คุณดูได้แค่สเตจเดียว คุณควรเลือกดูวันนี้

นี่คือสเตจที่สั้นที่สุดในการแข่งขัน (ที่ไม่ใช่ Time Trial) และเป็นการขึ้นเขาล้วนๆ ! ที่ผ่านมาผู้จัดตูร์พยายามทำสเตจสั้นๆ ให้สนุกเร้าใจซึ่งก็ดูจะได้ผลครับ แต่สเตจนี้พิเศษกว่าใคร

ไม่ใช่เพราะระยะทางสั้นอย่างเดียวแต่เพราะจะปล่อยตัวแบบ F1 Grid นั่นคือให้คนที่เวลาดีที่สุดปล่อยตัวก่อนอยู่ในแถวหน้าสุด! ระยะทางแค่ 65 กิโลเมตรแต่ elevation gain 3,200 เมตร (WTF) รับรองว่าสเตจนี้คือ go full gas ทั้งสเตจ นักไต่เขาเชือดกันตั้งแต่ต้นจนจบ และจะเป็น 1 ใน 3 สเตจที่นิยาม Tour de France ปีนี้ครับ (นอกจากสเตจ 9 Roubaix และสเตจ 20 ITT)

 

Stage 18: พฤหัส 26 กรฏาคม

ให้นักไต่เขาได้บู๊กันแล้วก็ให้สปรินเตอร์ (ที่ยังรอดชีวิต) ได้ทำผลงานกันบ้าง

 

Stage 19: ศุกร์ 27 กรกฏาคม – EPIC

ถ้าสเตจ 12 จะเป็นการรวมดาวไฮไลท์ของเทือกเขาแอลป์ สเตจ 19 ก็เป็นรวมดาวพีรานีสครับ ไม่ว่าจะเป็น Aubisque, Tourmalet, และ Soulour นี่คือสเตจภูเขาสุดท้ายของการแข่งขัน Tour de France ปีนี้ แถมจบด้วยการลงเขา ซึ่งก็จะ favour นักไต่เขาที่ทักษะการลงเขาดีด้วย (ซึ่งไม่ใช่ทุกคน!)

 

Stage 20: เสาร์ 28 กรกฏาคม – ตอกตะปูปิดฝาโลง

ถ้าคิดว่าพ้นเขาแล้วจะรอดตัว คิดใหม่ได้เลย เพราะวันรองสุดท้ายของตูร์คือการแข่งจับเวลาเดี่ยว 31 กิโลเมตรที่มีเนินให้เหนื่อยด้วย นี่คือวันตัดสินผู้ชนะอย่างไม่ต้องสงสัย ใครทำเวลาเสียเยอะในเขาก็ต้องมาเอาคืนที่นี่ แต่ถ้าเสื้อเหลืองเขานำเยอะแล้ว วันนี้จะเป็นวันที่เปิดโอกาสให้ทำเวลาห่างเพิ่มได้อีก (หรืออาจจะเสื้อหลุดกลางอากาศก็ไม่แน่เหมือนกัน!)

 

Stage 21: อาทิตย์ 29 กรกฏาคม – Sprinter World Championship

สเตจสปรินต์ที่สนุกมีสองสเตจในปีนี้คือ วันแรก และวันสุดท้าย การได้แชมป์ในกรุงปารีสเป็นความฝันของสปรินเตอร์ทุกคน ชนะวันอื่นอาจจะไม่ทำให้ดัง แต่ชนะวันนี้รับรองว่าทั่วโลกจะรู้จักชื่อคุณ เพราะงั้นสนุกแน่นอนครับ

เช็คลิงก์และตารางถ่ายทอดสด Tour de France และรับฟังบรรยายสด (บางวัน/ เฉพาะเสียงสด) ได้ที่ duckingtiger.com/live

Author

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Write A Comment