Tour de France ที่ไม่มีคริส ฟรูม

2013, 2015, 2016, 2017 สี่ปีนี้มีอะไรที่เหมือนกันบ้าง?

มันคือปีที่คริสโตเฟอร์ ฟรูม (Sky/ INEOS) เป็นแชมป์รายการ Tour de France ถ้าไม่ติดว่าเขาล้มบาดเจ็บระหว่างแข่งในปี 2014 ฟรูมก็อาจจะเป็นแชมป์ Tour de France ติดต่อกันห้าสมัย

การขึ้นมาเป็นนักแข่งยืนหนึ่งในสนามแกรนด์ทัวร์สอดคล้องกับช่วงเวลาที่วงการจักรยานไทยเริ่มคึกคักพอดิบพอดี และการเป็นตัวเต็งเบอร์หนึ่งไร้พ่ายอย่างฟรูมก็อาจจะทำให้เราไม่ได้มองคู่แข่งคนอื่นๆ เลยเช่นกัน

ความฝันที่จะได้แชมป์ Tour de France อีกครั้งของฟรูมต้องจบลงสัปดาห์นี้เมื่อเขาล้มบาดเจ็บหนักทั่วร่างกายระหว่างเช็คเส้นทางแข่งขันในสนาม Criterium du Dauphine ที่ฝรั่งเศส ทีมยืนยันว่าฟรูมจะฟื้นไม่ทันแข่ง Tour de France แน่นอน

การที่ฟรูมไม่ลงแข่ง Tour de France ส่งผลต่อพลวัตรการแข่งขันพอสมควร ทั้งภายในทีม INEOS เองและสำหรับคู่แข่งจากทีมอื่นๆ ด้วย

สำหรับทีม IENOS เองที่ปกติแข่งโดยมีเป้าหมายแน่วแน่แค่อย่างเดียว (แชมป์รายการ) ด้วยนักแข่งคนเดียว (คริส ฟรูม) ทีมก็ต้องเปลี่ยนแผนการแข่งขันพอสมควร ถึงปีที่แล้วเกอเรนท์ โทมัสจะเป็นม้ามืดที่แข่งได้ดีกว่าฟรูม และอยู่เหนือความคาดหมายของทีม แต่ถ้าเขาแผ่วลง ฟรูมก็พร้อมจะขึ้นนำรายการแทน ฝ่ายบริหารทีมจะบอกว่าให้โอกาสโทมัส แต่การกระทำของทีม Sky ในปีที่แล้วก็ชัดเจนว่าถือหางฟรูมอยู่ตลอดเวลา จนถึงสเตจท้ายๆ ที่ฟรูมยอมรับว่าเขาฟอร์มไม่ดีเท่าโทมัส เกมถึงจะเปลี่ยนมาสนับสนุนโทมัสเต็มตัว

และจริงๆ แล้วการที่ทีมมีตัวเต็งถึงสองคนที่อันดับเวลารวมดีพร้อมจะขึ้นโพเดียมรายการ ก็เป็นข้อได้เปรียบที่ทีมอื่นไม่มี

 

โทมัสหรือเบอร์นาล?

สำหรับ Tour de France ปีนี้อย่างน้อยทีม INEOS ก็มีแชมป์เก่า เกอเรนท์ โทมัสที่มีประสบการณ์ลงแข่งแกรนด์ทัวร์หลายสนาม ทีมอาจจะเลือกอีแกน เบอร์นาล นักไต่เขาชาวโคลอมเบียที่ทีมเลือกให้เป็นหัวหน้าทีมในสนาม Giro d’Italia แต่ก็ล้มเจ็บจนลงแข่งไม่ได้ เบอร์นาลน่าจะมีเวลาพักฟื้นและซ้อมเรียกฟอร์มกลับมาพร้อมลงแข่ง Tour de France ในฐานะผู้ช่วยโทมัส

น่าสนใจว่าทีม IENOS จะให้อิสระกับเบอร์นาลขนาดไหน เบอร์นาลน่าจะเป็นนักไต่เขาที่ฟอร์มการขึ้นเขาเร็วกว่าคนอื่นๆ ในทีมทุกคน รวมถึงโทมัสด้วย และใน Tour de France ปีนี้ก็มีสเตจ Time Trial ที่เบอร์นาลไม่ถนัดเท่าไร รวมทั้งหมดแค่ 27 กิโลเมตรเท่านั้น และไม่ใช่ Time Trial ทางราบเรียบ ซึ่งเบอร์นาลก็ไม่น่าจะเสียเวลามากนัก

ถ้าเบอร์นาลรักษาเวลารวมได้ดีตลอดการแข่งขัน เขาอาจจะมีโอกาสขึ้นนำรายการในขณะที่คู่แข่งคนอื่นๆ คอยระแวงกันเองเหมือนที่เราเห็นริชาร์ด คาราพาซ (Movistar) ขโมยซีนรุ่นพี่อย่าง วินเชนโซ นิบาลี (Bahrain-Merida) และพริมอซ​​ โรจ์ลิค (Jumbo-Visma) ใน Giro d’Italia ที่ผ่านมานี้

สำหรับทีมอื่น การที่ฟรูมไม่ลงแข่งถือเป็นโอกาสดี หลายปีที่ผ่านมา ทีม Sky (INEOS) แข็งแกร่งเกินที่ทีมอื่นๆ จะโจมตีแย่งชิงเวลาจากคริส ฟรูมได้ ด้วยสไตล์การแข่งของทีมที่ใช้นักปั่นฝีเท้าดี เร่งทำความเร็วต่อเนื่องตลอดเส้นทางยากๆ จนการโจมตีของคู่แข่งไร้ประโยชน์ (เพราะถึงจะหนีไปยังไงก็โดนทีม Sky ไล่รวบจับอยู่ดี) จนทำให้รูปเกมค่อนข้างแบนและน่าเบื่อ เมื่อถึงจุดสำคัญของสเตจ ทีมก็จะส่งคริส ฟรูมออกโจมตี คู่แข่งที่ถูกลากจนเหนื่อยล้าแล้วก็ไม่สามารถไล่ตามเอซทีม Sky ได้ แพ้ไปในที่สุด

แต่สำหรับปีนี้ ผมเชื่อว่านักแข่งทีมอื่นอาจจะไม่ได้มองเกอเรนท์ โทมัสแบบเดียวกับฟรูม และทีม INEOS เอง เราก็ไม่รู้ว่าทีมจะใช้เกมแบบเดียวกันที่ใช้ให้กับฟรูมด้วยหรือเปล่า? มีความเป็นไปได้ที่เกราะเพชรของ INEOS อาจจะไม่แข็งแกร่งเท่าเดิม แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องมองว่านี่เป็นโอกาสที่จะคว้าแชมป์ตูร์หรือขึ้นโพเดี้ยมแน่ๆ

ถึงวันแข่งตูร์ปีนี้ จะมีแชมป์เก่ามาลงแค่สองคนเท่านั้น คือเกอเรนท์ โทมัส ที่อาจจะฟิตพร้อม และวินเชน​โซ นิบาลีที่เจ้าตัวยืนยันว่าล้าจาก Giro d’Italia มาแล้ว อยากจะเก็บแชมป์สเตจและเสื้อเจ้าภูเขา อาจจะไม่ท้าชิงอันดับเวลารวม นั่นหมายความว่าตูร์ปีนี้เป็นเวทีเปิดกว้างสำหรับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ

 

ทอม ดูโมลาน (Sunweb)

กัปตันทีม Sunweb เป็นเคสที่น่าสนใจ แผนของเขาปีนี้คือลงแข่งทั้ง Giro d’Italia และ Tour de France แต่ดันล้มเจ็บเข่ากระแทกตั้งแต่สัปดาห์แรกใน Giro และตอนนี้ก็ยังดูไม่ฟื้นเท่าไร (ล่าสุดเพิ่งแพ้สเตจ Time Trial ในสนาม Criterium du Dauphine ให้เวาท์ แวน อาร์ท จาก Jumbo-Visma!)

การที่เขาปั่น Giro ไม่จบก็มีข้อดี คือได้พัก และได้ซ้อมให้ลงแข่ง Tour de France ได้เต็มที่ไม่กรอบล้าเหมือนคู่แข่งอย่างนิบาลีที่เบิ้ลแกรนด์ทัวร์ แต่ขณะเดียวกัน เส้นทาง Tour ปีนี้ก็ไม่เหมาะกับเขาเท่าไร เพราะอย่างที่บอกไป สเตจ Time Trial ที่เขาถนัดระยะทางรวมสั้นมาก ด้วยสไตล์การปั่นแบบเครื่องดีเซล ไม่เน้นเร่งกระชาก ดูโมลานอาจจะโดนคู่แข่งอย่างเบอร์นาลหรือคินทานา ทิ้งห่างในสเตจภูเขาได้ง่าย

สำหรับแฟนดูโมลาน อดีตแชมป์ Giro 2017 หนทางที่เขาจะมีลุ้นแชมป์ก็คืออาการเจ็บเข่าต้องหายดีเสียก่อน ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนเขาเพิ่งให้สัมภาษณ์ว่าอาการเจ็บยังคงเรื้อรัง และยังต้องดูสภาพอยู่

 

โอกาสของคินทานา พอร์ท และบาเดต์?

ไนโร คินทานา (Movistar) เคยเป็นนักแข่งที่ฟรูมกลัวที่สุดในแกรนด์ทัวร์ แต่ดูเหมือนฟอร์เขาจะตกอย่างต่อเนื่อง อันดับใน Tour de France ของเขาดิ่งลงเรื่อยๆ (2013 ได้ที่ 2, 2015 ได้ที่ 2, 2016 ได้ที่ 3, 2017 ได้ที่ 12 และ 2018 ได้ที่ 10) อย่างไรก็ดี ปีนี้ Movistar ก็ยังใช้แผนเดิมคือ ส่งเอซสามคน – คิินทานา วาวเวอเด้ และมิเคล แลนด้า ใช้ปริมาณเข้าว่า

ที่ผ่านมาแผนนี้ล้มเหลวทุกครั้ง เพราะถึงเวลาจริง ไม่มีเอซคนไหนของทีมขึ้นสู่ทีม Sky ได้เลย แต่อย่างที่เราเห็นใน Giro ปีนี้ เมื่อสนามขาดตัวเต็งยืนหนึ่งอย่างดูโมลาน และไม่มีทีมไหนคุมเกมได้เด็ดขาด ทีม Movistar ที่มักมีเอซมากกว่าทีมอื่นก็ใช้โอกาสนี้ในการคุมเกมด้วยตัวเต็งสองคน สลับกันโจมตีจนคู่แข่งตามไม่ไหว ต้องแพ้ให้คนหนึ่งในที่สุด เพราะงั้นแล้วปีนี้แผน Movistar อาจจะเวิร์กก็ได้เมื่อ Ineos ขาดคริส ฟรูมไป

ริชีย์ พอร์ท (Trek-Segafredo) ก็เช่นกัน พอแยกจากทีม Sky ในปี 2016 ไปอยู่กับ BMC และปัจจุบัน Trek-Segafredo เขาก็ยังแข่งไม่จบเลยสักครั้งเดียว (2017, 2017 DNF) เพราะล้มหรือป่วยระหว่างแข่งทุกครั้ง อย่างไรก็ดี ตามคำบอกกล่าวของฟรูม พอร์ทเป็นนักไต่เขาที่เร็วที่สุดคนหนึ่งในเปโลตอง “เมื่อโอกาสทุกอย่างเป็นใจ” สำหรับปีนี้โชคจะเข้าข้างพอร์ทมั้ยก็ต้องรอดูกัน

สำหรับสองความหวังจากฝรั่งเศส โรมัน บาเดต์ (AG2R) และทิบอต์ พินอท์ (Groupama-FDJ) ตูร์ปีนี้อาจจะเป็นโอกาสดีในรอบหลายปีที่ไม่หวนกลับมาอีก เพราะเส้นทางที่สเตจ TT สั้นนิดเดียว ซึ่งเป็นอะไรที่ทั้งคู่ไม่ได้ถนัดและมักเสียเวลาให้ฟรูมทุกครั้งเป็นนาทีๆ โดยเฉพาะบาเดต์ที่พิสูจน์ตัวเองด้วยการคว้าอันดับโพเดี้ยมในตูร์ทั้งปี 2016 และ 2017

อีกคนที่น่าสนใจคืออดัม เยทส์ (Mitchelton-Scott) ชัดเจนแล้วว่าพี่น้องเยทส์มีศักยภาพพอจะชนะแกรนด์ทัวร์ได้ โดยเฉพาะไซมอน ที่เกือบได้แชมป์ Giro (2018) และเป็นแชมป์ Vuelta (2018) มาแล้ว ส่วนอดัม อันดับที่ดีที่สุดคือที่ 4 ในตูร์เมื่อสามปีก่อน ทั้งคู่พัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว และคงจะเป็นม้ามืดที่น่าติดตามในตูร์ปีนี้

รวมๆ แล้วผมว่าตูร์ปีนี้คงสนุกไม่น้อย จริงว่าแฟนจักรยานหลายคนชื่นชอบแชมป์หลายสมัย เพราะพวกเขามักทำอะไรที่เราคาดไม่ถึง อย่างที่ฟรูมเบรกอเวย์คนเดียวเกือบเก้าสิบกิโลเมตรใน Giro ปีที่แล้ว พลิกจากอันดับหลุดโพเดียมขึ้นมาเป็นแชมป์รายการ แต่ในสนามที่ไม่มีตัวเต็งชัดเจน เดาแชมป์ไม่ออกจนจะจบรายการก็เป็นการแข่งขันที่น่าติดตามไม่แพ้กันครับ

* * *