Play-by-Play: 5 สเต็ปสู่แชมป์ Tour of Flanders ของฟิลลิป จิลแบร์

ชัยชนะของฟิลลิป จิลแบร์ (Quickstep Floors) ในสนาม Tour of Flanders เมื่อคืนนี้กินใจผู้ชมไปเต็มๆ เมื่อเขาออกหนีเดี่ยวเกือบหกสิบกิโลเมตรเพียงคนเดียวไปจนถึงเส้นชัย ทิ้งคู่แข่งตัวเต็งแบบไม่เห็นฝุ่น และเป็นการโจมตีระยะไกลที่สุดที่สำเร็จในประวัติศาสตร์การแข่งขันกว่า 101 ปีของสนามนี้ กลายเป็นผลงานแชมป์ระดับ Momument ครั้งที่ 4 ของเอซเบลเยียมวัย 34 ปี

ชัยชนะจากการหนีไกลๆ แบบนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยเห็นในการแข่งขันแบบวันเดียวจบสักเท่าไรครับ ครั้งล่าสุดเป็นทอม โบเน็นเพื่อนร่วมทีมใน Paris-Roubaix ปี 2012 ที่เขาปั่นคนเดียวกว่า 53 กิโลเมตรจนได้แชมป์ ในสเตจเรซเป็นโทนี มาร์ติน (Etixx-Quickstep) ในปี 2014 ใน Tour de France ที่เขาหนีเดี่ยวกว่า 60 กิโลเมตรจนได้แชมป์สเตจ 9

จิลแบร์ไม่ใช่นักปั่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั่นสู้เวลาในสไตล์ Time Trial แต่ชัดเจนว่าฟอร์มเขาดีกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นในฤดูกาลนี้ คว้าแชมป์สเตจใน 3 Days of De Panne, โพเดี้ยมใน Dwars Door Vlaanderen และ E3 Harelbeke คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นใน Tour of Flanders ปีนี้ และปัจจัยอะไรที่ทำให้เขาเอาชนะตัวเต็งคนอื่นได้อย่างขาดลอย มาวิเคราะห์กันแบบ play-by-play ครับ

 

1. 90KM to go: Quickstep ระเบิดกลุ่ม

Kapelmurr หรือ Muur van Geraardsbergen เป็นเนินสำคัญของสนาม Tour of Flanders ถึงจะอยู่ห่างเส้นชัยไปกว่า 90 กิโลเมตร แต่ก็เป็นจุดตัดตัวแรกของรายการด้วยความชันเฉลี่ย 9.3% และชันสูงสุดถึง 19% มันคือเนินที่เฟเบียน แคนเชอลารากระชากหนีทอม โบเน็นจนได้แชมป์รายการในปี 2010 (สมัยนั้นมันเป็นเนินสุดท้ายของ Flanders)

แต่ในปีนี้เป็นทอม โบเน็นเองที่เร่งความเร็วตัดแรงคู่แข่งจนกลุ่มเปโลตองระส่ำ คัดตัวเฉพาะคู่แข่งคนสำคัญที่ไหวตัวทันออกมาด้วย มีเพื่อนร่วมทีม แมทเทโอ เทรนตินและฟิลลิป จิลแบร์, เซป ฟานมาร์ค (Cannondale-Drapac), อเล็กซานเดอร์ คริสทอฟ (Katusha-Alpecin), แยสเปอร์ สตอยเว็น (Trek-Segafredo), ลุค โรว์ และจิอันนี มอสคอน (Sky) แต่สองตัวเต็ง แวน เอเวอร์มาร์ท (BMC) และปีเตอร์ ซากาน (Bora-Hansgrohe) หลุดกลุ่มจากที่มีคนล้มบนเนินทำให้กลุ่มขาดตอน

กลุ่มของโบเน็นไล่ตามเบรคอเวย์เล็กๆ ด้านหน้าที่นำอยู่นาทีกว่า และนำกลุ่มเปโลตองนาทีกว่าเช่นกัน แต่ด้านหลังนั้นเป็น BMC, Lotto-Soudal, Bora-Hansgrohe และ Trek-Segafredo ที่ไล่กันสุดชีวิต กลุ่มโบเน็นร่วมมือกันหนีได้ดี แต่ระยะทางยังอีกค่อนข้างไกลกว่าจะถึงเส้นชัย

โบเน็นให้สัมภาษณ์ว่า: “ผมคิดว่า Team Sky จะซัดกลุ่มแตกบนทางขึ้น Kapelmuur แต่ทีมเขาใช้สูตร Cyclocross ที่ปั่นหนักตรงทางขึ้นเนินแล้วให้เพื่อนในทีมบางคนผ่อนแรงเพื่อบล็อกกลุ่มจนเสียจังหวะแล้วให้ตัวเต็งกระชากกลุ่ม แต่ (ลุค​) โรว์ถามผมว่าจะยิงหรือเปล่า ผมว่าตลกดีเหมือนเขากลัวเรา ผมก็เลยซัดเลย”

 

2. 55km to go: จิลแบร์บินเดี่ยว

หลังจากเบรคอเวย์กลุ่มโบเน็นฟอร์มตัวที่ 90 กิโลเมตรสุดท้าย อุปสรรคต่อไปเป็นเนิน Kwaremont และ Paterberg ที่นักปั่นต้องปีนขึ้นสองครั้ง เป็นจุดคัดตัวสำคัญที่แชมป์รายการนี้หลายคนใช้สังหารคู่แข่ง (เช่นซากานในปี 2016)

Quickstep ทำงานหนักในกลุ่มหน้าโดยเฉพาะโบเน็นที่หวังตัดซากานและ GVA ให้ขาด ถึงตีนเนิน Kwaremont โบเน็นทำความเร็วสูงจนกลุ่มเริ่มล้า และพอถึงตาจิลแบร์ขึ้นลาก เขาทำกลุ่มขาดเล็กน้อยและตัดสินใจไม่รอเพื่อนข้างหลังออกหนีคนเดียว

โบเน็น: “ตอนเราไปถึงตีนเนิน Kwaremont ผมถามฟิล (จิลแบร์) ว่ารู้สึกยังไง เขาบอกว่า ‘ดีมาก’ ผมบอกฟิลว่าโอเค เดี๋ยวจะเร่งเต็มที่ที่ตีนเนินแล้วบล็อกคนข้างหลัง”

จิลแบร์: “ทอมเร่งเร็วมากที่ตีนเนิน พอผมขึ้นนำแทนทอมผมสับขึ้นจานใหญ่แล้วคงความเร็วที่ทอมตั้งไว้ พอหันหลังมาก็เห็นกลุ่มขาดแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อเลยปั่นต่อจนจบทางหิน พอถามโค้ช ก็บอกว่าให้หนีไปเลย ผมไม่ได้ปั่นเร็วมากเพราะรู้ว่ายังเหลือทางอีกไกล ผมกลัวหมดแรง และรู้เลยว่าจากจังหวะนี้คงไม่ได้เติมอาหารเท่าไรแล้ว ไม่มีเวลาหรอก”

ในกลุ่มไล่ด้านหลัง เปโลตองที่มี GVA และซากานเข้ามารวบกลุ่มของโบเน็นได้เรียบร้อย และทั้งคู่ขึ้นมาไล่ความเร็วกันเต็มที่ โบเน็นเองบอกว่า “แผนของทีมวันนี้คือให้ใครก็ได้ในทีมชนะรายการ และตอนนี้ก็เป็นโอกาสของจิลแบร์”

เซป ฟานมาร์คโชคไม่ดีนักเมื่อล้อของเขาเข้าไปคาในร่องถนนคอนกรีตจนล้มคว่ำ ดึงเอาตัวเต็ง Sky – โรว์และมอสคอนร่วงไปด้วย

 

3. 37KM to go: โบเน็นร่วง, ซากานทิ้งกลุ่ม

จิลแบร์หนีกลุ่มมาได้ราวสิบกว่ากิโลเมตร มีเวลานำประมาณ 1 นาที ซึ่งเขาต้องเก็บแรงไว้ขึ้นเนิน Kwaremont และ Paterberg อีกหนึ่งรอบ ด้านหลังซากาน, GVA, เนเซ็น (Ag2R) และคู่แข่งอีก 7 คนแพครวมเป็นกลุ่มสิบคนออกทิ้งกลุ่มเปโลตองระหว่างทางขึ้นเนิน Taaienberg – คริสทอฟ (Katusha) เดเกนโคลบ์ (Trek) หลุดกลุ่มซากาน

ขณะเดียวกันโบเน็นดวงตกเมื่อจักรยานเขาโซ่ตกและติด (chainsuck) บนทางขึ้นเนินถึงสองครั้งปิดโอกาสการทำผลงานใน Flanders ครั้งสุดท้ายชองเขา

 

4. 17KM to go: ซากานวัดพื้น

ถึงกลุ่มไล่ของซากานจะดูไม่ช่วยกันมากนัก แต่แชมป์โลก, แชมป์โอลิมปิก และม้ามืดจาก AG2R ไม่คิดจะรอ ซากานกระทุ้งกลุ่มที่เนิน Oude Kwaremont รอบสุดท้ายตามมาติดๆ ด้วย GVA, เนเซ็นและดีแลน แวนบาร์ล (Cannondale-Drapac) ซึ่งชัดเจนว่ากลุ่มนี้มีสิทธิที่จะไล่จิลแบร์ทันด้วยระยะห่างไม่ถึงหนึ่งนาทีเต็ม

แต่โชคก็ไม่เข้าข้างซากาน เมื่อเขาตัดสินใจปั่นบนขอบถนนบนเนินเพื่อหลบทางขรุขระของถนนหิน แต่แล้วก็ไปเกี่ยวเข้ากับรั้วกั้นคนดูจนล้มคว่ำกันทั้งสามคน

มีแค่ GVA คนเดียวที่ลุกขึ้นปั่นต่อได้ ซากานและเนเซ็นรถพังจนต้องรอเปลี่ยน

ซากาน: “ผมผิดเอง ผมปั่นใกล้รั้ว ผมไม่กลัวล้มนะ แต่เหมือนเราไปเกี่ยวเข้ากับอะไรสักกอย่าง ถ้าไปเกี่ยวรั้วเราคงล้มทันที ผมยังปั่ต่อได้ แต่ด้านหลังผมเขาจี้มาติดๆ และเร็วมากจนเข้ามาชนล้อหลังผม ล้อผมพัง ตีนผีก็พัง ผมไปต่อไม่ได้”

GVA: “โชคไม่ดีครับ ปกติไม่มีใครล้มบนเนินนี้หรอก จริงๆ เราไม่ควรปั่นตรงขอบถนนเหมือนที่ปีเตอร์ทำ แต่มันคือช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ทุกคนอยากเสี่ยง ถ้าคุณล้ม ทุกอย่างก็จบครับ ผมไม่เป็นไรมาก ลุกขึ้นปั่นต่อได้ แต่มันก็สายเกินไป”

เนเซ็น: “ตอนนั้นผมรู้สึกโอเคนะ แรงดี แต่พอล้มเท่านั้นแหละ”

จากการล้มครั้งนี้ มีแค่ GVA ที่ตั้งลำได้ใหม่ ด้านหลัง Quickstep ยังไม่ผ่อนเกมถึงจะมีเอซอยู่ข้างหน้า ส่งนิกี้ เทิร์ปสตร้าขึ้นมาจากกลุ่มของคริสทอฟจนทัน GVA และฟอร์มเป็นทีมสามคนไล่จิลแบร์อีกครั้ง (GVA, เทิร์ปสตร้า, แวนบาร์ล)

 

5. 10KM to go: เมื่อทุกอย่างเป็นใจ

ไม่ใช่แค่กลุ่มไล่ล้มจนเสียเวลาไปมาก จิลแบร์ถึงจะแรงตกบ้างแต่ก็ยังปั่นทำระยะห่างได้ต่อเนื่อง ไม่ล้ม รถไม่พัง หนีไปได้ยาวจนถึงกิโลเมตรสุดท้าย กลุ่มไล่ของ GVA นั้นลดระยะได้จนเหลือราวๆ 34 วินาที แต่มันก็สายเกินไป ถึงหน้าเส้นชัยจิลแบร์เหลือเวลามากพอจะลงจากรถเพื่อยกจักรยานเข้าเส้นชัยอย่างสง่างาม

จิลแบร์: “ผมจะจำทุกวินาทีในวันนี้ไปจนตาย”

ด้านหลังจิลแบร์ GVA, เทิร์ปสตร้า และแวนบาร์ลเข้าไล่ชิงอันดับโพเดี้ยม เทิร์ปสตร้าขึ้นนำกลุ่ม (โดยไม่ได้ตั้งใจ) และ GVA ยังเป็นเกมล็อกล้อสุดท้ายของกลุ่ม เปิดสปรินต์ในจังหวะที่ทุกคนเผลอ เก็บอันดับสองไปครอง เทิร์ปสตร้าอันดับสาม และแวนบาร์ลหลุดโพเดี้ยม แต่ก็เป็นผลงานที่ดีที่สุดของม้ามืดวัย 23 ปี

อเล็กซานเดอร์ คริสทอฟ (Katusha) สปรินต์ชนะกลุ่มไล่คว้าอันดับ 5 ในขณะที่ซากานเข้าอันดับที่ 37 ตามหลังแชมป์สามนาทีครึ่ง

 

จิลแบร์: “มันเป็นชัยชนะสำหรับทั้งทีมครับ ผมได้ยินเพื่อนสื่อสารกันตลอดที่อยู่ด้านหลังผม พยายามบังคับเกมให้ผมชนะ ถ้าไม่มีพวกเขาผมก็ไม่มีทางชนะแน่นอน จักรยานเป็นกีฬาทีมครับ ไม่ใช่กีฬาเดี่ยว ถึงจะมีผู้ชนะได้คนเดียวก็ตาม สุดท้ายแล้วเราชนะกันเป็นทีม ทุกคนในทีมควรได้ขึ้นโพเดี้ยมด้วยกัน”

“ทุกคนในทีมแข็งแกร่งจริงๆ ครับวันนี้ ตอนที่เราโจมตีบนเนิน Kwaremont มันอาจจะเป็นใครก็ได้ในทีมที่ไม่ใช่ผม และเราก็ยังจะใช้แผนเดิม เพราะทีมเราเชื่อว่าทุกคนควรได้รับโอกาสจากทีม ถ้าเขาอยู่หน้าสุดของขบวน”

GVA: “ถ้าผมกับปีเตอร์ไปด้วยกัน เราน่าจะพอไล่ทันครับ แต่ต้องยินดีกับฟิล ความผิดพลาดของเราไม่ได้หมายความว่าชัยชนะของเขาไม่ยิ่งใหญ่”

“ผมลงสนามนี้หวังแชมป์และได้ที่สองก็ต้องผิดหวังเป็นธรรมดา มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ สิ่งที่จิลแบร์ทำนั้นไม่ธรรมดาเลย ผมยังเชื่อว่าถ้าเราไม่ล้มเกมเราก็ยังไม่จบ เราน่าจะตามได้”

ผลการแข่งขัน

DT Comment

  • วันนี้เราได้เห็นว่าเมื่อ Quickstep ทำงานร่วมกันได้เต็มที่นั้นน่ากลัวขนาดไหนครับ จากบทสัมภาษณ์ข้างบนเรารู้แล้วว่าทีมไม่ได้แคร์อีกต่อไปว่าใครจะชนะ และมั่นใจว่านักปั่นทุกคนในทีมที่อยู่กลุ่มหน้าสุดมีโอกาสชนะได้ทุกคน พร้อมจะช่วยทุกคนในทุกจังหวะเกม และแม้จะเป็นสนามสุดท้ายของโบเน็นใน Flanders เขาก็ยอมเสียสละโอกาสให้เพื่อน
  • QS เป็นคนคุมเกมอย่างแท้จริง ตั้งแต่โบเน็นกระทุ้งกลุ่มบน Kapelmuur จนถึงจังหวะที่จิลแบร์หนีออกมา ซึ่งตรงนั้นก็ช่วยทีมด้วยเพราะถ้าจิลแบร์ไม่ออก ทีมจะโดนบังคับลากเพราะมีสมาชิกเยอะสุดในกลุ่มหนี
  • QS มีสมาชิกอยู่ในทุกกลุ่มเบรคอเวย์ของวัน ตั้งแต่กลุ่มหน้า กลุ่มกลางไปจนถึงกลุ่มหลัง ในจังหวะที่จิลแบร์หนีไปแล้ว ยังส่งเทิร์ปสตร้าขึ้นไล่ปิดแกประหว่างกลุ่มคริสทอฟกับ GVA ขึ้นไปรั้งกลุ่ม GVA ไว้เผื่อว่าจิลแบร์แรงตกทีมก็ยังมีโอกาสชนะ
  • อีกอย่างที่เห็นคือ ความมั่นใจของซากานทำร้ายเขาอีกครั้ง ใน MSR เขามั่นใจว่าสปรินต์ชนะเควียทคอฟสกี้ แต่ก็ไม่สำเร็จ ในรายการนี้เขามั่นใจว่าคุมรถอยู่ ลองเสี่ยงลงคู แต่อาจจะไม่ได้คิดว่าคนข้างหลังจี้มาใกล้แค่ไหน จนล้มกันทั้งกลุ่ม ก็ต้องดูว่าใน Roubaix จะแก้เกมยังไง
  • ชัดเจนว่าทั้ง GVA, ซากาน และเนเซ็นนั้นพร้อมจะช่วยกันไล่จิลแบร์ครับ น่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นว่าเกมที่จับจิลแบร์ได้จะจบยังไง GVA ยังเหลือแรงสปรินต์และลดแกปจากนาทีกว่าจนเหลือครึ่งนาทีในช่วงสิบกิโลสุดท้ายทั้งๆ ที่ล้มเจ็บอยู่ \

 

วิดีโอชั่วโมงสุดท้ายของการแข่งขัน