พรีวิว: 2016 Tour of Oman

2016 Tour of Oman

ที่ไหน: โอมาน
เมื่อไร: 16-21 กุมภาพันธ์ – 6 สเตจ
ระดับ: UCI Asia Tour 2.HC
ลิงก์และเวลาถ่ายทอดสด: เช็คที่ DuckingTiger.com/live / Eurosport ไม่ถ่ายทอดสด (แต่อาจจะมีช่องอื่นถ่ายทอดออนไลน์)
ใครลงแข่งบ้าง: Startlist
ตัวเต็ง: อเล็กซานเดอร์ คริสทอฟ (Katusha), เอ็ดวาลด์ บอสซัน ฮาเก็น (DD), ทอม ดูโมลาน (Giant-Alpecin), แดน มาร์ติน (Etixx-Quickstep), ริชีย์ พอร์ท + เกร็ก แวน เอเวอร์มาร์ท (BMC), วินเชนโซ นิบาลิ (Astana), รูย คอสต้า (Lampre)

Tour of Oman เป็นรายการสุดท้ายสำหรับสนามแข่งในตะวันออกกลาง และมีคาแรคเตอร์ต่างจาก Dubai Tour และ Tour of Qatar ชัดเจนครับ สนามนี้ไม่ใช่รายการสำหรับสปรินเตอร์เหมือนสองรายการก่อน เพราะสภาพภูมิประเทศในโอมานไม่ได้ราบเรียบเหมือนใน UAE และกาตาร์ และมีสเตจภูเขาสูงชัน (Green Mountain) ที่ใช้เป็นสเตจตัดสินผู้ชนะทุกๆ ปี

ตัวเต็ง

น่าเสียดายว่าปีนี้ทีมระดับดิวิชัน 1 มาลงแข่งกันไม่ครบ เราขาดทีมดังอย่าง Sky, Tinkoff-Saxo, Trek-Segrafredo (สัปดาห์นี้มีรายการใหญ่ในยุโรปอีกสองสนามที่แข่งพร้อมโอมาน: Vuelta Andalucia และ Volta ao Algarve) แต่กระนั้นก็ยังมีทีมตัวเต็งและนักปั่นชื่อดังมาลงบ้างเหมือนกัน แน่นอนว่าเมื่อคริส ฟรูม (Sky), คอนทาดอร์ และซากาน (Tinkoff), วาวเวอเด้ (Movistar) และโรดริเกรซ​ (Katusha) ไม่มาลงแข่งพร้อมกันเหมือนปีก่อนๆ สีสันรายการนี้ก็อาจจะลดลงไปบ้าง

แต่ยังมี แดน มาร์ติน (Etixx), นิบาลิ (Astana), และริชีย์ พอร์ท (BMC) ที่น่าจะทำให้การชิงอันดับ GC ไม่น่าเบื่อจนเกินไป

นิบาลิเองเพิ่งออกมาจากค่ายซ้อมเก็บตัวบนยอดเขา Tenerife ซึ่งก็น่าจะทำให้ฟอร์มดีไม่น้อยและน่าลุ้นแชมป์รายการ เขาเองต้องเริ่มเก็บผลงานแล้วเพราะปีนี้รายการที่เขาหวังเป็น Giro d’Italia ไม่ใช่ Tour de France ซึ่งจะเริ่มแข่งเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว นิบาลิมากับผู้ช่วยขาแรงอย่างมิเคลลี สคาร์โพนี และยาค็อบ ฟูลก์แซง

ส่วนริชีย์ พอร์ท ที่โชว์ฟอร์มแรงใน Tour Down Under ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะนี่จะเป็นโอกาสแรกที่เขาจะได้นำทีม BMC คนเดียวในการคว้าแชมป์รายการจริงๆ เพื่อพิสูจน์ฝีมือและสร้างความเชื่อใจกับลูกทีมที่เขาต้องนำใน Tour de France ปีนี้ (ใน TDU เขาต้องร่วมนำทีมกับโรฮาน เดนนิส) น่าสนใจว่าฟอร์มช่วงต้นปีจะเป็นยังไงเมื่อต้องเจอกับคู่ปรับอย่างนิบาลิ

ทางฝั่ง AG2R เองก็ขนนักไต่เขามาหลายคน ทั้งโรเมน บาร์เดต์ นักปั่นหน้าละอ่อนที่ฟอร์มไต่เขาดีขึ้นทุกปีๆ และมีโดเมนิโค พอซโซวิโว่ นักไต่เขาฟอร์มดีอีกคนมาช่วยด้วย

Giant-Alpecin ส่งทอม ดูโมลานมานำทีมและหวังผลแชมป์รายการ สำหรับดูโมลาน ปีนี้เขาเล็งทำผลงานใน Giro d’Italia และแชมป์โอลิมปิก Time Trial ก็น่าสนใจว่าฟอร์มการไต่เขาของเขาจะพัฒนามาถึงขั้นไหนแล้ว หลังจากที่เปิดตัวแรงไปใน Vuelta a Espana ปีก่อน

สำหรับ Etixx-Quickstep มาลงรายการนี้มีแดน มาร์ติน ที่เพิ่งย้ายมาจาก Cannondale ในฤดูกาลก่อนเป็นหัวหน้าทีม ก็น่าจะเป็นอีกทีมที่หวังคว้าแชมป์ Overall เช่นกัน มีบ็อบ ยุงเกลส์ นักไต่เขาฟอร์มดีที่ย้ายจาก Trek มาเป็นแบ็คอัป

ท้ายสุด รูย คอสต้า อดีตแชมป์โลกจาก Lampre ยังคงตามหาชัยชนะสเตจเรซและแกรนด์ทัวร์ ซึ่งยังไม่ค่อยจะสำเร็จสักเท่าไร เขายังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่สามารถนำทีมในสเตจเรซได้ดีนัก (DT ก็ยังคิดว่าเขาเป็นสายเบรคอเวย์น่าจะชนะเยอะกว่านี้อยู่ดี) ต้องดูกันว่าปีนี้จะเป็นยังไงครับ

ในฝั่งของสปรินเตอร์ ส่วนใหญ่ลงแข่งใน Tour of Qatar มาแล้ว เพราะงั้นก็จะเป็นหน้าเดิมๆ เช่น คริสทอฟ (Katusha), แซม เบ็นเน็ต (Bora-Argon 18), ซาช่า โมโดโล่ (Lampre), อังเดร กอร์ดินี่ (Astana), โมเรโน่ ฮอฟแลนด์ (LottoNL)

ม้านอกสายตาสำหรับการเบรคอเวย์มี แวน เอเวอร์มาร์ต (BMC), อเล็กซี่ ลุทเซงโก้ (Astanm), เอนริโค่ แกสพาร็อตโต้ (Wanty-Groupe Gobert), และเดวิด รีเบลลิน (CCC)

 

เส้นทาง

Final_GC-1453460719

โดยรวมแล้ว เส้นทางในโอมานต่างไปจากกาตาร์พอสมควร ถนนไม่ราบเรียบสนิท ลมไม่แรง เป็นทางโรลลิ่งและมีภูเขานิดหน่อย อากาศก็ร้อนกว่าด้วย เกมก็ไม่น่าจะเป็นการสปรินต์ทุกวันเหมือนในกาตาร์ และเบรคอเวย์มีโอกาสชนะมากกว่าสำหรับบางสเตจครับ

Stage 1

สเตจ 1 เหมือนจะเป็นทางราบแต่ก็มีเนินสั้นๆ ดักที่หน้าเส้นชัย

Stage 2

สเตจ 2: เป็นทางโรลลิ่ง และที่เส้นชัยเป็นเนินชัน

Stage 3

สเตจ 3: น่าจะเป็นสเตจแรกที่คงจบด้วยการสปรินต์จริงๆ เพราะเป็นทางลาดลงตั้งแต่ครึ่งสเตจจนถึงเส้นชัย

Stage 4

สเตจ 4: Queen Stage จบบนยอด Green Mountain (เรียกว่าเขาเขียวได้มั้ยนะ 555) ซึ่งปีนี้ขึ้นไปถึงยอดเขาจริงๆ (ปีก่อนๆ ขึ้นไม่ถึงยอด) ทำให้ระยะทางยาวกว่าเดิมอีก 1.8 กิโลเมตร และน่าจะตัดสินอันดับเวลารวมกันได้เด็ดขาดในสเตจนี้ครับ

Stage 5

สเตจ 5: เซอร์กิตเรซที่นักปั่นต้องขึ้นเนินซ้ำๆ 3 ครั้งที่ช่วงกิโลเมตรท้ายๆ เปิดโอกาสให้ตัวเต็ง GC ที่เวลาหลุดกลุ่มในสเตจ 4 ได้แก้มือ ปีที่แล้วอากาศร้อนเกินจนนักปั่นประท้วงให้ผู้จัดต้องยกเลิกสเตจนี้

Stage 6

สเตจ 6: น่าจะจบด้วยการสปรินต์ธรรมดา และเป็นการแข่งวันสุดท้ายของรายการ

ปกติรายการนี้ไม่ค่อยมีถ่ายทอดสด หรือถ้ามีก็หาชมยากสักหน่อย ตอนนี้ DT ยังหาเวลาและช่องที่ถ่ายทอดสดไม่ได้ ถ้าเจอแล้วยังไงจะมาอัปเดตกันอีกทีครับ

By เทียนไท สังขพันธานนท์

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Leave a comment

Your email address will not be published.