ใครจะได้แชมป์ Milan-San Remo?

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันแรกแห่งการแข่งขันสนามคลาสสิคระดับ Monument ครับ และรายการแรกของปีจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Milan – San Remo สนามแข่งที่ระยะทางไกลที่สุดในฤดูกาลด้วยเส้นทางกว่า 300 กิโลเมตร กับรูปเกมที่นักปั่นทุกสไตล์มีสิทธิคว้าแชมป์ได้เท่าๆ กัน

เฟเบียนแคนเชอลาราถึงกับบอกว่า San Remo เปรียบได้กับการซื้อลอตเตอรี ในขณะที่คาเวนดิชบอกว่า กับ San Remo ไม่มีใครรู้หรอกว่าใครจะชนะจนกว่าจะถึงหน้าเส้นชัย แล้วเส้นทางเป็นยังไง ใครเป็นตัวเต็งรายการนี้ DT วิเคราะห์จัดเต็มครับ

[separator type=”thin”]

2016 Milan-San Remo (อิตาลี) 

วันที่: 19 มีนาคม
ถ่ายทอดสด:
 20:15-00:00 (ลิงก์)
รายชื่อนักแข่ง: Startlist
Official: Website

[separator type=”thin”]

เส้นทาง

ถึง San Remo จะมีเนินชันแค่ 3-4 ลูกจากระยะทางร่วม 300 กิโลเมตร แต่ก็เป็นสนามแข่งที่บาลานซ์มาก แน่นอนว่าสปรินเตอร์จะได้เปรียบกับทางราบ แต่ด้วยระยะทางกับสภาพอากาศที่ยังหนาวและเป็นอุปสรรค ทำให้นักปั่นประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่สายสปรินต์ก็มีลุ้นเหมือนกัน

สนามนี้เริ่มแข่งมาตั้งแต่ปี 1907 กับเส้นทางที่แทบจะไม่เปลี่ยนเลยสักนิดเดียว ทางส่วนใหญ่เป็นทางราบเลียบชายทะเล (ลมแรง!) แต่ผู้จัดกลัวจะน่าเบื่อไปก็เลยตัดทางให้ผ่านเนินเขาชันๆ อย่าง Passo del Turchino ช่วงกลางการแข่งขัน และเพิ่มเนินไว้ท้าทายผู้ท้าชิงในช่วงท้าย เนินสำคัญๆ ก็มี Capi, Cipressa และ Poggio ตามรูปโปรไฟล์ข้างล่างนี้

MSR 2016MSR Map 2016

พ้นจากเนินชันข้างบนแล้ว รายการนี้ถือว่าค่อนข้าง….เรียบง่ายไปทางน่าเบื่อครับ เกมการแข่งขันมักจะเริ่มจริงๆ จังๆ ที่เนิน Cipressa และไปพีคระหว่างทางขึ้น Poggio เบรคอเวย์มักจะไม่รอด เพราะด้วยที่ทุกทีมมีลุ้นชนะทำให้ทุกทีมพร้อมจะช่วยกันจับเบรคอเวย์เช่นกัน ไม่ปล่อยให้ทีมสปรินเตอร์ทำงานจับเบรคอยู่คนเดียว

อ้อ ปีนี้ผู้จัดย้ายวันแข่งจากอาทิตย์มาเป็นวันเสาร์ครับ

 

ต้องเดินเกมแบบไหนถึงจะชนะ?

Milan-San Remo จบได้สองแบบ คือสปรินต์กลุ่ม กับเบรคอเวย์จากกลุ่มตัวเต็งเล็กๆ แทบไม่มีเลยที่เบรคอเวย์จะหนีเดี่ยวคนเดียวแล้วชนะ 11 ปีที่ผ่านมา แชมป์รายการมาจากเกมการแข่งสองแบบนี้เท่านั้น

แต่ส่วนมากมักจะจบที่การสปรินต์ เพราะสปรินเตอร์เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยกลัวเนินแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีลีดเอาท์หัวลากที่ช่วยบังลมเซฟแรงกัปตันทีมได้ตลอดการแข่งขัน อย่างไรก็ดี ตัวเต็งที่ไม่ใช่สปรินเตอร์ก็พร้อมจะเซอร์ไพรส์ พากันเบรคอเวย์หนีขาแรงไปชิงกันเองก็มีให้เห็น (เพราะถ้ารอกลุ่มสปรินต์พวกนี้ก็หมดโอกาสชนะแน่นอน) แม้แต่ตัวเต็ง GC เองก็มีลุ้นกับเขาด้วย วินเชนโซ นิบาลิ เคยขึ้นโพเดียมรายการนี้มาแล้ว

 

แล้วใครจะชนะ!?

ด้วยที่รายการนี้มีตัวเต็งเยอะมาก DT เลยแบ่งเกรดนักปั่นที่มีลุ้นเป็นดาวดีกว่าครับ ดาวเยอะก็แสดงว่าฟอร์มดีมีโอกาสเยอะ

★★★★★

Bling Matthews 3

1 | Michale Matthews (Orica-GreenEdge): ไมเคิล แมธธิวส์นี่จัดว่าเป็นแรร์ไอเท็ม เขาเป็นสปรินเตอร์ที่เวลาฟอร์มดีก็ขึ้นเนินได้เร็วพอๆ กับนักไต่เขาระดับท็อป (จำปีที่เขาดีเฟนด์เสื้อชมพูใน Giro ได้มั้ย) และปีนี้ก็ดูจะฟอร์มดีมากจาก Paris-Nice ที่ได้แชมป์สเตจ TT, สเตจสปรินต์ และยังเก็บเสื้อเหลืองไว้ได้เกือบตลอดรายการ ติด Top 5 แทบทุกวัน

เส้นทางไกลๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับแมธธิวส์ ในชิงแชมป์โลกปีที่แล้วที่ซากานได้เสื้อสีรุ้ง เขาได้เหรียญเงิน เอาชนะทั้งคริสทอฟและนาวอร์ดัสกัส และยังได้อันดับสามใน San Remo ปีที่แล้วด้วย สปีดปลายเขาดูดีกว่าคริสทอฟที่ฟอร์มเริ่มแผ่วไปหลังจากสนามในตะวันออกกลาง

ถ้าเกมจะจบด้วยการเบรคอเวย์ของกลุ่มเล็ก แมธธิวส์ก็ไม่น่าจะพลาดเข้ากลุ่มด้วย และอย่าลืมว่า GreenEdge มีนักปั่นที่เคยได้แชมป์ San Remo มาแล้วสองคน (เจอรานส์และกอส) เรื่องรูปเกมและประสบการณ์จัดว่าไม่เป็นรองใคร

105th Milano-Sanremo 2014 more

2 | Alexander Kristoff (Katusha): ถ้าไม่นับเรื่องฟอร์มที่ดูไม่พีคมากในสัปดาห์ก่อน คริสทอฟคือตัวเต็งที่มีลุ้นที่สุดในรายการนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ผลงานแชมป์เก่า 2014 และแชมป์คลาสสิคอีกหลายรายการ ปีนี้คริสทอฟก็ชนะมาตลอด

ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้เขาเสียโอกาสก็คงเป็นที่เขาขาดคู่หูและกัปตันทีมที่ลากเขาไปสปรินต์ได้สำเร็จในปี 2014 – นั่นคือลูคา พาวลินี นักปั่นที่เรียกได้ว่าประสบการณ์เยอะที่สุดในรายการนี้ (ที่ทีมให้พักแข่งเพราะโดนจับว่าเล่นโคเคน) จำได้ว่าปีที่คริสทอฟได้แชมป์เขาบอกว่า ผมแทบจะหลับตาแข่ง แค่ขี่ตามพาวลินีแล้วรอสปรินต์อย่างเดียว….น้อยคนในเปโลตองที่จะอ่านเกมขาดและแหวกช่องให้เอซได้อย่างพาวลินีครับ

 

★★★★

Sagan Tirreno

3 | Peter Sagan (Tinkoff): 2, 7, 4, 4, 2, 4, 7, 2, 11….คืออันดับในสเตจที่ซากานทำได้ในการแข่งขันปีนี้ที่เขาลงแข่ง (ไม่นับอันดับสอง overall Tirreno-Adriatico) ซึ่งปีนี้เขาแพ้ให้กับแคนเชอลารา, สตีบาร์ และโดนแวนเอเวอร์มาร์ทสปรินต์ชนะแบบตัวต่อตัวสองครั้งซ้อน…

คือจะทำอันดับได้ดีอย่างซากานนี่ต้องฟอร์มดีมาก แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันดีพอจะให้เขาได้แชมป์หรือเปล่า โดยเฉพาะใน San Remo ที่คู่แข่งดุเดือดทุกคน ซากานเองบอกว่าเขามั่นใจว่าจะชนะได้ แต่…ถ้าเขาไปกับแคนเชอลารา ผมว่าปีนี้แคนเชอลาราไม่น่าจะแพ้เขาแน่ๆ ดูจากฟอร์มของลุงที่สดกว่าและประสบการณ์ที่มากกว่า ถ้าจะแข่งสปรินต์ซากานจะเร็วกว่าคริสทอฟและแมธธิวส์เหรอ? ถ้ามานั่งรัน scenario จริงๆ แล้ว ซากานไม่มีจุดเด่นเหมือนตัวเต็งคนอื่นๆ ยกเว้นว่าเขาจะงัดฟอร์มไร้เทียมทานแบบตอนที่ได้แชมป์โลก ซึ่งบอกตรงๆ ว่าไม่ค่อยจะเห็นมานานแล้ว

แต่นะ ถ้าซากานชนะ San Remo คำครหาที่บอกว่าหมอนี่เป็นที่สองตลอดกาลจะหายไปหมดทันที ผมเชื่อว่า GVA ยอมแลกแชมป์ Omloop, และ Tirreno เพื่อเอาแชมป์ San-Remo แค่รายการเดียว สนามนี้ศักดิ์ศรีสูงกว่าเยอะครับ

 

★★★

Cancellara Strade Bianche

4 | Fabian Cancellara (Trek): ปีที่แคนเชอลาราได้แชมป์ San Remo (2008) เขาได้แชมป์ Strade Bianche และชนะสเตจ TT ใน Tirreno…

ปี 2016 แคนเชอลาราได้แชม์ Strade Bianche และชนะสเตจ TT ใน Tirreno….

นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะได้แชมป์ San Remo ด้วยแต่แพทเทิร์นนี้มันก็บ่งบอกมากๆ ครับว่าเฟเบียนฟอร์มกำลังมา ปี 2008 เขาเบรคอเวย์ออกมาจากกลุ่มตัวเต็งแล้วนำเดี่ยวเข้าเส้นชัย ปีนี้ถ้าเฟเบียนอยากจะชนะเขาก็ต้องทำเกมคล้ายๆ กัน เพราะถ้ารอสปรินต์คงยากที่จะกินแมธธิวส์หรือคริสทอฟ คือถ้าจบด้วยเกมเบรคอเวย์แล้วไม่โดนหมกตีหัว โอกาสแชมป์สูงมากๆ แน่นอน

Flanders F GVA

5 | Greg Van Avermeat (BMC): จากที่สองตลอดกาลสู่แชมป์สนามใหญ่ ปีนี้ดูจะเป็นปีเฮงสำหรับ GVA ที่สำคัญเขาสปรินต์ชนะซากานแบบ ตัวต่อตัวมาได้สองครั้งแล้ว เป็นอีกคนที่น่าจะมีลุ้นกับ end game แบบเบรคอเวย์กลุ่มเล็กเหมือนใน Omloop ที่เขาหนีมากับกลุ่มขนาด 4-5 คน

GVA คงไม่มีโอกาสลุ้นแชมป์จากการสปรินต์กลุ่มเท่าไร เพราะงั้นเดาได้ว่า BMC คงต้องต่อยหนักเพื่อกระแทกให้กลุ่มขาด คำถามคือใครจะเกาะมาด้วยกับ GVA เพราะถ้ามีสปรินเตอร์ตัวแรงอยู่เขาจะลำบากแน่นอน และด้วยที่ปีนี้เริ่มจะชนะรายการใหญ่แล้ว ทีมคู่แข่งคงหมายหัว GVA เป็นคนแรกๆ ไม่ยอมให้หลุดกลุ่มแต่แรกแล้ว

cavendish kristoff qatar

6 + 7 | Mark Cavendish +  Eddy the Boss (Dimension Data):บางคนอาจจะจำไม่ได้ แต่คาเวนดิชเคยได้แชมป์รายการนี้ในปี 2009 (ปีแรกที่เขาเทิร์นโปร!) แต่ปีหลังๆ เขาเริ่มไม่ค่อยสนใจรายการนี้เพราะผู้จัดช่อมเพิ่มเนินเขาแทรกเข้ามาในเส้นทางเพื่อตัดกำลังสปรินเตอร์ ปีนี้คาเวนดิชอาจจะฟอร์มไม่ดีนักเพราะเพิ่งจบจากการแข่งสนามลู่มา และแทบไม่ได้ลงรายการถนนเลย

EBH Oman 2

แต่มันจะเป็นผลดีกับทีมครับ เพราะเอซอีกคนคือ เอ็ดวาลด์ บอสซัน ฮาเก็น ที่สปรินต์ได้ดีและเป็นสายอึดเหมือนคริสทอฟและซากานอยู่แล้ว บางทีถ้า EBH ฟอร์มไม่ถึง ทีมอาจจะแกล้งบลัฟเหมือนคอยช่วย EBH แต่จริงๆ แล้วเตรียมจัดลีดเอาท์ให้คาเวนดิชสปรินต์ก็ได้ นั่นคือ DD มีแผนสำรองสำหรับทั้งสองกรณี ซึ่งในรายการแข่งยาวๆ แบบนี้มีตัวเต็งหลายๆ คนจะดีกว่า

 

★★

bouhani giro

8 | Nacer Bouhani (Cofidis): ถึงจะไม่ได้อยู่กับทีมดิวิชัน 1 แต่เป็นคนที่เร็วและประมาทไม่ได้ในการสปรินต์ อย่าลืมว่าเขาชนะคริสทอฟใน Paris-Nice ในทุกสเตจสปรินต์ คำถามคือจะอึดพอปั่น 300 กิโลเมตรแล้วยังมีแรงสปรินต์หรือเปล่า?

gaviria tour de san luis

9 | เฟอร์นันโด กาวิเรีย (Etixx-Quickstep): ม้ามืดที่น่ากลัวมากๆ เผลอๆ อาจจะมาแนวเดียวกับคาเวนดิชที่ชนะรายการะะดับ Monument ตั้งแต่ปีแรกที่ลงแข่ง และตอนนี้กาวิเรียก็ฟอร์มดีด้วย เอาชนะคาเล็บ ยวนใน Tirreno-Adriatico ยังไงเขาก็เป็นสปรินเตอร์ที่สปีดปลายน่าจะดีกว่ารุ่นพี่แทบทุกคน สิ่งที่เราไม่รู้คือกาวิเรียจะเป็นยังไงกับสนามแข่งยาวๆ แบบนี้ และประสบการณ์ก็ยังไม่เยอะ (เพิ่ง 21 ขวบ!) ถ้าเขาไม่ไหวทีมยังมีสตีบาร์ (ที่ฟอร์มดีมากเช่นกัน)

Paris-Nice - Stage 4

10 + 11 + 12 | Niccolo Bonifazio + Edward Theuns + Nizzolo (Trek-Segafredo): สองคนแรกสปรินเตอร์กึ่งๆ สายคลาสสิคของทีม (คล้ายๆ แมธธิวส์) ยังเด็กทั้งคู่ ส่วนนิซโซโล่เราพอรู้ผลงานอยู่แล้ว ฟอร์มดี แต่ยังไม่สุด ยังไม่ค่อยชนะ แต่ถ้าเกมจบด้วยการสปรินต์อาจจะโอกาสดีกว่าแคนเชอลาราทุกคนครับ

Dubai Viviani (1 of 1)

13 + 14 | Michal Kwiatkowski + Elia Viviani (Sky): Sky เป็นอีกทีมที่มีหัวหน้าสองคน วิวิอานีสำหรับการสปรินต์และเควียทคอฟสกี้กับเกมเบรคอเวย์ วิวิอานีอาจจะกรอบๆ หน่อยเพราะเพิ่งออกจากสนามลู่เหมือนคาเวนดิช ส่วนเควียทคอฟสกี้ดูฟอร์มดีใน Tirreno แต่จะชนะเกมเบรคอเวย์ได้ต้องดูด้วยว่ามีใครอยู่ในกลุ่มกับเขา

 

demare stage 2 eneco

15 | Arnaud Demare (FDJ): ชนะสเตจ 1 Paris-Nice อึด และสปรินต์ดี เชียร์ได้

Tour de France Stage 19 (2 of 9)

16 | Ramunas Navardauskas (Cannondale): สปรินเตอร์สายถึกของทีม Cannondale เห็นไม่ค่อยชนะอะไร แต่จะประมาทเขาในสนามไกลๆ แบบนี้ไม่ได้เลย อย่าลืมว่าปีที่แล้วเขาได้เหรียญทองแดงในชิงแชมป์โลกจักรยานถนน และเคยได้แชมป์สเตจโหดๆ ใน Tour de France มาแล้ว รายการนี้เหมาะกับเขามาก

17 | Sacha Modolo (Lampre): สปรินเตอร์ของ Lampre เคยได้ที่ 4 รายการนี้ แต่ไม่ค่อยมีผลงานเท่าไร แต่ก็เป็นออปชันที่ดีที่สุดของทีม Lampre ตอนนี้ครับ

18 | Sam Bennett (Bora-Argon 18): สปรินเตอร์ประจำทีม จะไหวมั้ย? อาจจะไม่ง่าย แต่น่าดูว่าจะติด top 10 มั้ย

Looke Rowe และ Philippe Gilbert

 

19 | Luke Rowe (Sky): ดาวรุ่งสายคลาสสิคคนใหม่ของ Sky ฟอร์มดีในสนามคลาสสิคเมื่อต้นเดือน ถ้าจะชนะต้องเบรคอเวย์ แต่ก็คงยังไม่สตรองพอจะหนีกลุ่มคนเดียวได้

20 | Ben Swift (Sky): อีกตัวเลือกของ Sky และเอาจริงๆ แล้วเป็นคนที่อันดับดีที่สุดในรายการนี้สำหรับทีม (เคยติดโพเดี้ยมในปี 2014) เห็นตัวเล็กๆ แต่จริงๆ อึดและเร็วใช้ได้

Tour de France 2014 Stage 11 (3 of 6)

21 | Tony Gallopin (Lotto-Soudal): สปรินต์ได้ดี มีลุ้นถ้าเกมจบด้วยการสปรินต์จากกลุ่มเล็กๆ

PN Thomas 5

22 | Geraint Thomas (Sky): ไม่แน่ใจว่ามาลงทำไม เพราะเห็นบอกว่าปีนี้จะไปสายแกรนด์ทัวร์แล้ว แต่ถ้าฟอร์มดี (ซึ่งก็ดูฟอร์มดีหลังได้แชมป์ Algarve และ Tirreno) อาจจะมีโชว์เบรคอเวย์ Cancellara Style ก็ได้พูดเป็นเล่นไป… สัปดาห์หน้าโทมัสต้องไปช่วยบอสฟรูมใน Volta Catalunya ก็ไม่รู้จะเก็บขาไว้ลงรายการนั้นด้วยหรือเปล่า

Nibali Astana23 | Vincenzo Nibali (Astana): เคยติดโพเดี้ยม แต่เอาจริงๆ แล้วชนะยากครับ นอกจากจะเบรคอเวย์ได้โหดจริงๆ บนเนิน Poggio (ซึ่งเขาก็ attack ตรงนี้แทบทุกปี)….

สนามนี้คงเป็นรายการเดียวที่พรีวิวแล้วมีตัวเต็งที่มีโอกาสชนะร่วม 20 คน แน่นอนว่าบางคนคงไม่ใช่ตัวเต็ง 5 ดาว แต่เราก็กาชื่อเขาออกไม่ได้เช่นกันครับ เพราะอย่างที่คาเวนดิชกล่าวไว้ รายการนี้การันตีอะไรไม่ได้จริงๆ จนกว่าจะถึงหน้าเส้นชัย…ติดตามกันครับ ถ่ายทอดสดตั้งแต่ 20:15 ยาวไปจนถึงเที่ยงคืน อย่าลืมติดตามถ่ายทอดสดกันที่ duckingtiger.com/live

By เทียนไท สังขพันธานนท์

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Leave a comment

Your email address will not be published.