ใครจะเป็นแชมป์ Vuelta a Espana 2018?

Tour de France จบไปไม่ทันไร เราก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของฤดูกาลการแข่งขันจักรยานอาชีพเสียแล้วครับ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม – 16 กันยายน จะเป็นช่วงเวลาของการแข่ง Vuelta a Espana หรือ Tour of Spain แกรนด์ทัวร์สนามสุดท้ายของปี และขึ้นชื่อว่าเป็นแกรนด์ทัวร์ที่เดาผู้ชนะยากที่สุด ลุ้นสนุกที่สุดอีกด้วย

สำหรับปี 2018 Vuelta จะมีระยะทาง 3,275 กิโลเมต แข่งกันทั้งหมด 21 วัน จุดเด่นคือเป็นแกรนด์ทัวร์ที่มีเส้นชัยบนยอดเขาเยอะที่สุดถึง 9 สเตจ

 

ถ่ายทอดสด

ทุกวันที่ Duckingtiger.com/live เวลา 20:00-22:45 ยกเว้นสเตจ 1 ที่เริ่ม 23:00-01:45 (ถ้าดูแล้ววิดีโอค้างให้เปิดด้วย Firefox ครับ)

เส้นทาง Vuelta 2018 – เหมาะกับนักไต่เขา

เอกลักษณ์ของ Vuelta คือเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้พวกนักไต่เขาแบบ pure climber (ที่อ่อนเรื่องการปั่นจับเวลาเดี่ยว) มีโอกาสชนะได้มากกว่าใน Giro หรือ Tour de France อย่างใน Vuelta ปีนี้เราก็มีสเตจ Time Trial เพียงสองสเตจ รวมระยะทางแค่ 40 กิโลเมตรเท่านั้น ในขณะที่มีสเตจภูเขาทั้งแบบสั้นมาก ชันมาก หรือชันมากและยาวมาก และเส้นชัยบนยอดเขาอีกเพียบที่พร้อมจะเชือดสาย Time Trial ที่ไม่ถนัดการขึ้นเขาแบบที่ต้องกระชากบ่อยๆ

นอกจากนี้ Vuelta ปีนี้ยังมี Time Bonus ให้กับ 3 อันดับแรกของสเตจ ซึ่งจะได้เวลาหักลบจากเวลารวมของตัวเอง 10-6-4 วินาทีตามลำดับ และมีแจก time bonus ที่จุดสปรินต์กลางสเตจ 3-2-1 วินาที สำหรับอันดับ 1-2-3 ที่ผ่านเส้นเป็นคนแรก นั่นหมายความว่า pure climber ที่ชอบสาดกระสุน กระชากคู่แข่งบนเขา สามารถใช้ time bonus ทำเวลาตีห่างคู่แข่งได้อีกด้วย ขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นให้ผู้เข้าแข่งขันเน้นโจมตีกันเยอะๆ มากกว่าเกาะกันมาแล้วรอชิงหน้าเส้นชัย

 

เหตุผลที่ทำให้ Vuelta น่าดู – เมื่อตัวบิ๊กไม่มา และหลายคนมีแค้นต้องชำระ

การที่คริส ฟรูม (Sky) แชมป์ Vuelta คนล่าสุด และทอม ดูโมลาน (Sunweb) ตัวเต็งแกรนด์ทัวร์ที่ฟอร์มพุ่งที่สุดในรอบสองปีนี้ไม่มาลงแข่งทำให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ มีโอกาสได้แชมป์มากขึ้น และขณะเดียวกันพลวัตรของเกมก็น่าจะหลากหลาย เมื่อไม่มีตัวเต็งที่ฟอร์มดีโดดคนอื่นมาลงสนามครับ

และเรายังมีผู้เข้าแข่งขันอีกไม่น้อยที่ “อกหัก” มาจาก Tour de France ไม่ว่าจะแข่งไม่จบเพราะอุบัติเหตุ เช่นริชีย์ พอร์ท (BMC) และวินเชนโซ นิบาลี (Bahrain-Merida) หรือคนที่ฟอร์มร่วงสู้ฟรูมกับดูโมลานไม่ได้อย่าง อดัม เยทส์ (Mitchelton-Scott) และไนโรคินทานา (Movistar) รายการนี้เป็นเสมือนสนามล้างตา เป็นโอกาสสุดท้ายของนักปั่นชื่อดังที่จะแก้มือก่อนปิดฤดูกาล 2018

ตัวเต็ง 11 คน พร้อมเหตุผลที่พวกเขาจะชนะ (หรือแพ้!)

รายชื่อผู้เข้าแข่งขัน

ถ้าโลกนี้หมุนตามความฝันของผม เกมการแข่งขันจักรยานควรจะเป็นแบบนี้ครับ: ตอนเริ่มฤดูกาลพวกตัวเต็งแกรนด์ทัวร์จะเลือกว่าปีนี้ จะลงท้าชิง Giro d’Italia หรือ Tour de France โดยลงแข่งรายการสเตจเรซเล็กๆ ก่อนเพื่อสร้างฟอร์ม พวกที่ลง Giro จะไม่ลง Tour จากนั้นเราจะได้แชปม์ และคนที่อันดับดีๆ จากทั้งสองรายการมาเชือดกันใน Vuelta ส่งท้ายปี!

แต่ความเป็นจริงมันไม่เรียบร้อยขนาดนั้น เพราะนักปั่นอาจจะมีฟอร์มร่วง มีบาดเจ็บ มีอุบัติเหตุ และที่สำคัญ ทุกคนมีระยะเวลา recovery ไม่เท่ากัน เราไม่สามารถเดาฟอร์มนักปั่นได้ และนักปั่นเองก็ไม่สามารถชี้สั่งได้ว่าถ้าเลือกลงรายการนี้แล้วจะพร้อมแข่งแบบลุ้นแชมป์ได้เสมอไป

นักปั่นก็ต้องเปลี่ยนเป้าหมายกันกลางปีตามสภาพการณ์ ผลก็คือเราได้ผู้ท้าชิง 12 คนที่มาลง Vuelta ปีนี้ด้วยเหตุผลที่ต่างๆ กันไป คัดมา 11 คนจากโปรไฟล์และผลงานในอดีตที่ดูพอจะลุ้นแชมป์รายการได้ครับ จะมีใครบ้างมาดูกัน

12. วินเชนโซ นิบาลี (Bahrain-Merida)

ทีมซัพพอร์ท: หนึ่งในทีมที่แข็งที่สุดใน Vuelta ปี้นี้ นิบาลีมาล้างแค้นที่ต้องถอนตัวจาก Vuelta มาพร้อมกับพี่น้องอิซาเกอร์เรที่ไต่เขาเก่งทั้งคู่

ฟอร์มเป็นยังไง: ทรงๆ จากที่ล้มใน Tour de France แล้วเขาไม่ได้ลงแข่งรายการไหนต่อเลย เพราะงั้นเราไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงครับ

เหตุผลที่จะชนะ: นิบาลีเป็นนักแข่งแกรนด์ทัวร์ที่รประสบความสำเร็จเป็นอันดับสองในเปโลตองปัจจุบันรองจากคริส ฟรูม เขาแข่งได้ในสนามทุกรูปแบบ เคยชนะ Vuelta มาแล้ว ประสบการณ์เยอะ เก๋าเกม

เหตุผลที่จะแพ้: อ่อน TT ฟอร์มบางทีไม่ค่อยมา แต่เวลามาก็หาคนสู้ไม่ได้เลยเหมือนกัน ปีนี้เจ็บจากตูร์มาและเหมือนจะยังไม่หายดี บวกกับอาจจะสำรองแรงไว้แข่งชิงแชมป์โลกด้วย

 

11. ริกโอเบอร์โต้ อูราน (EF-Education First Drapac)

ทีมซัพพอร์ท: มีนักไต่เขาช่วยสามคน – ไมเคิล วูดส์, ปิแอร์ โรลองด์, และแดนนี โมเรโน ถือว่าดีทีเดียวครับ

ฟอร์มเป็นยังไง: ล้มเจ็บใน Tour de France จนแข่งไม่จบ แต่ผลงานล่าสุดใน Tour de Slovenia (ที่สอง แพ้โรจ์ลิค 1:50 นาที) จัดว่าไม่เลว และได้ที่ 6 ใน Classica San Sebasstian ด้วย

เหตุผลที่จะชนะ: ไต่เขาเก่งไม่แพ้ใคร (ในวันที่ฟอร์มมา) ใจเย็น อ่านเกมดี แข็งแกร่งในเส้นทางหลากหลายรูปแบบไม่ใช่บนเขาอย่างเดียว และสปรินต์ดีกว่านักไต่เขาหลายๆ คน

เหตุผลที่จะแพ้: ยังเป็นคนที่ฟอร์มไม่คงเส้นคงวาในแกรนด์ทัวร์ ประสบการณ์เยอะแต่อายุก็เยอะกว่านักไต่เขาหน้าใหม่หลายๆ คน เป็นสายเครื่องดีเซลมากกว่าพวกเครื่องเทอร์โบที่กระชากได้บ่อยๆ

 

10. มิฮาล เควียคทอฟสกี้ (Sky)

ทีมซัพพอร์ท: ดีมาก ไม่ถึงกับทีม Giro / Tour ของ Sky แต่ก็มีนักไต่เขาเก่งๆ อย่าง เดวิด เดอลาครูซ​ และเซอร์จิโอ้ เฮนาว พร้อมนักปั่นที่ยังซิงแกรนด์ทัวร์อีกสองคนมาช่วย

ฟอร์มเป็นยังไง: ดีมาก ช่วยฟรูมคว้าแชมป์ตูร์เมื่อเดือน กรฏกาคม ต่อด้วยคว้าแชมป์ Tour of Poland และเป็นแชมป์ถึงสองสเตจ

เหตุผลที่จะชนะ: เป็นนักปั่น all round ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในเปโลตอง เล่นได้ทั้งเกมวันเดียวแบบคลาสสิค สเตจเรซเจ็ดวัน และไต่เขาในแกรนด์ทัวร์จริงๆ ก็ไม่เลว ปีนี้เควียทคอฟสกี้ดูลีนกว่าทุกๆ ปี จะยืนระยะเป็นผู้นำสามสัปดาห์ได้มั้ยน่าจะไม่ง่ายแต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

เหตุผลที่จะแพ้: ปีนี้แข่งหนักๆ ติดต่อกันมาหลายรายการแล้ว ฟอร์มอาจจะตกได้ในช่วงสัปดาห์สุดท้าย ฟอร์มการไต่เขาอาจจะไม่ดีเท่าๆ ตัวเต็งคนอื่นๆ

 

9. ทิบอต์ พิโนท์ (FDJ)

ทีมซัพพอร์ท: ไม่ดีเท่าไร ตัวช่วยนักไต่เขาน้อยกว่าคนอื่นๆ

ฟอร์มเป็นยังไง: ฟอร์มดีมากใน Giro จนมาฟอร์มตกเอาในสเตจรองสุดท้าย จนแทบจะล้มพับกลางทาง หลุดจากอันดับสามไปอยู่ที่สิบหกในพริบตา แล้วก็ป่วยก่อนลง Tour de France ล่าสุดได้ที่ 3 ใน Tour of Poland

เหตุผลที่จะชนะ: ปั่น TT ดี ไต่เขาดี นำทีมเป็น เอาตัวรอดคนเดียวได้

เหตุผลที่จะแพ้: ฟอร์มไม่คงเส้นคงวา บางทีก็ดูแข่งด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล อาจจะเสียเวลาเยอะๆ ในวันเดียวก็ได้ หรืออาจจะรอดจนจบจนติดโพเดี้ยมก็ได้เหมือนกัน

 

8. ไซมอน เยทส์ (Mitchelton-Scott)

ทีมซัพพอร์ท: มีแฝดอดัม เยทส์ที่ฟอร์มร่วงจาก Tour (ในขณะที่ไซมอนร่วงจาก Giro ทั้งๆ ที่เกือบจะได้แชมป์อยู่แล้ว) มาเป็นตัวช่วย แถมมีแจ็ค เฮก นักไต่เขาฟอร์มดีมากอีกคนเป็นแบ็ค

ฟอร์มเป็นยังไง: อันดับ 2 ใน Tour of Poland แน่นมาก ถ้าไม่นับที่พลาดจาก Giro ก็จัดว่าน่ากลัวครับ

เหตุผลที่จะชนะ: ดูจาก 17 สเตจแรกของ Giro ปีนี้ก็จะรู้ว่าทำไมไซมอน เยทส์ถึงน่ากลัว เส้นทางก็ดูจะเข้ากับสไตล์การแข่งแบบรุกหนักของไซมอนด้วย

เหตุผลที่จะแพ้: ดูจาก 3 สเตจสุดท้ายใน Giro ปีนี้ – อัดหนักเกินเพราะอยากตุนเวลาสเตจ Time Trial จนไม่เหลือแรงท้าชิงในสัปดาห์สุดท้าย โดนฟรูมกระซวกทีเดียวพังยับ

 

7. แดน มาร์ติน (UAE Team Emirates)

ทีมซัพพอร์ท: มีอดีตแชมป์ Vuelta อย่างฟาบิโอ้ อารูเป็นผู้นำคู่ แต่ดูแล้วทีมคงให้แดนนำจากฟอร์มใน Tour de France ที่เป็นนักปั่นที่ใจถึงที่สุด กล้าโจมตีแทบทุกสเตจถึงจะไม่ทำให้เขาติดโพเดี้ยมก็ตาม แต่การมีอารูมาช่วยก็ทำให้ UAE เป็นหนึ่งในทีมที่แข็งที่สุดใน Vuelta ปีนี้

ฟอร์มเป็นยังไง: ที่ 8 ใน Tour de France, ที่ 12 ใน San Sebastian แต่ไม่ได้แข่งอะไรต่อจากนั้น

เหตุผลที่จะชนะ: ไต่เขาดีมาก ใจถึง เขาสั้นๆ เหมาะกับมาร์ติน (เป็นสายอาร์เดนส์คลาสสิค)

เหตุผลที่จะแพ้: สเตจ Time Trial สองสเตจ เป็นจุดอ่อนของแดน ยังไม่รวมความโชคร้ายที่เขาหอบมาด้วยในทุกรายการที่ลงแข่ง มักมีเหตุให้เจ็บอยู่เรื่อยๆ

 

6. จอร์จ เบ็นเน็ต (LottoNL-Jumbo)

ทีมซัพพอร์ท: อยู่ดีๆ LottoNL ก็กลายเป็นทีม GC ที่โคตรพีคขึ้นมาครับ จะบอกว่านี่เป็นทีมที่รวมตัวเต็ง GC หน้าใหม่ที่น่าสนใจที่สุดก็ว่าได้ ถ้าไม่นับพริมอซ​ โรจ์ลิคที่ไม่ลงแข่ง ทีมนี้มีเอซสายเขาถึงสามคน – สตีเฟน เคราซ์เวก, จอร์จ เบ็นเน็ต และล่าสุด เซป คุส นักปั่นอเมริกันที่เพิ่งได้แชมป์ Tour of Utah พร้อมเก็บแชมป์ในภูเขาสามสเตจรวด

ฟอร์มเป็นยังไง: ดีมาก – ที่ 5 ใน Tour of the Alpes, ที่ 8 ใน Giro, ที่ 4 ใน Tour of Poland

เหตุผลที่จะชนะ: ถ้ายังรักษาฟอร์มแบบที่มีใน Giro ปีนี้ก็เป็นคนที่น่าลุ้นครับ ดูจะขาดความอึดช่วงปลายการแข่งขันแต่ก็น่าจะพัฒนาขึ้นได้อีก ไต่เขาดี Time Trial ก็ไม่เลว

เหตุผลที่จะแพ้: ยังไม่เคยทำอันดับในแกรนด์ทัวร์ได้ดีกว่าที่ 8 จะตันแค่นี้ หรือไปได้ถึงโพเดี้ยม?

 

5. วิลโค เคลเดอร์แมน (Sunweb)

ทีมซัพพอร์ท: ไม่ค่อยดี Sunweb ใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีรวมถึงนักปั่นเก่งๆ เพื่อช่วยทอม ดูโมลานทั้งใน Giro และ Tour

ฟอร์มเป็นยังไง?: ปีนี้ยังไม่ลงแกรนด์ทัวร์เลยเพราะล้มเจ็บจนต้องผ่าตัดในช่วงต้นปี และไม่ได้ลงแข่งมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน

เหตุผลที่จะชนะ: เก่งรอบด้าน ปีที่แล้วก็เหมือนจะไม่มีฟอร์มก่อนลง Vuelta แต่จบด้วยอันดับที่ 4 เป็นคนมีพรสวรรค์ และเอาตัวรอดคนเดียวได้ไม่ต้องพึ่งทีมมากนัก

เหตุผลที่จะแพ้: ปีนี้แทบไม่ได้ลงแข่งเลยฟอร์มคงไม่ดีมากนัก

 

4. Movistar

ทีมซัพพอร์ท: สังเกตว่าเราไม่ได้ใช้ชื่อนักปั่นในเคสนี้ครับ นั่นก็เพราะ Movistar ใช้แผนเดิมอีกแล้ว ส่งเอซลงแข่งด้วยกันหมดเลย ตัวเต็งของทีมก็จะมีไนโร คินทานา, อเลฮานโดร วาวเวอเด้ และริชาร์ด คาราพาซ เด็กนรกจากเอกวาดอร์วัย 25 ปีที่ได้อันดับ 4 ใน Giro ปีนี้

ฟอร์มเป็นยังไง: คินทานาได้ที่สิบใน Tour, วาวเวอเด้ได้ที่ 14 แต่ทั้งคู่ไม่ได้แข่งรายการไหนเลยตั้งแต่ Tour จบ คาราพาซได้ที่ 12 ใน Tour of Poland

เหตุผลที่จะชนะ: เก่งทั้งสามคน เส้นทางเหมาะกับทั้งสามคน วาวเวอเด้และคินทานาเคยเป็นแชมป์รายการนี้และปกติ Movistar แข่งรายการนี้ได้ดีกว่าใน Tour เสมอ

เหตุผลที่จะแพ้: คาราพาซยังไม่เคยแข่งสองแกรนด์ทัวร์ในปีเดียว คินทานากับวาวเวอเด้ดูฟอร์มยังขึ้นๆ ลงๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ใครจะรู้ ถ้าคินทานาคืนฟอร์มไต่เขาแบบที่เขาเคยมี อาจจะได้แชมป์รายการแบบขาดๆ เลยก็ได้เหมือนกัน

 

3. อิลเนอร์ ซาคาริน (Katusha)

ทีมซัพพอร์ท: ธรรมดา ไม่ได้มีตัวไต่เขาเก่งๆ เหมือนทีมอื่น

ฟอร์มเป็นยังไง: ที่ 9 ใน Tour, 37 ใน San Sebastian รวมๆ แล้วกลางๆ ไปทางแย่

เหตุผลที่จะชนะ: คนนี้เวลาฟอร์มมาก็น่ากลัวมากครับ ไต่เขาทิ้งห่างแบบลอยลิ่ว ปีที่แล้วซาคารินจบ Vuelta ที่อันดับสาม และได้ที่ 5 ใน Giro และเป็นคนที่มักฟอร์มดีในสัปดาห์สุดท้าย อาจจะเสียเปรียบใน Time Trial แต่รวมๆ แล้วระยะทาง TT ก็ไม่ยาวนัก

เหตุผลที่จะแพ้: ไม่คงเส้นคงวา ต้องการฟอร์มของปี 2017 ทีมไม่แข็ง

 

2. ริชีย์ พอร์ท (BMC)

ทีมซัพพอร์ท: ดีมาก มีทั้งนิโคลาส โรช, โรฮาน เดนนิส, และอเลซานโดร เดอมาชี

ฟอร์มเป็นยังไง: เป็นหนึ่งในนักปั่นที่ฟอร์มดีที่สุดในปีนี้ แต่ก็อับโชคที่สุดเช่นกันในช่วงครึ่งปีแรก ชนะ Tour de Suisse, ล้มไหหักใน Tour de France และยังไม่ได้ลงแข่งอีกเลย

เหตุผลที่จะชนะ: เป็นนักแข่ง GC ที่คงเส้นคงวามากคนหนึ่ง แค่โชคไม่ค่อยดี เวลาฟอร์มดีสู้ได้กระทั่งฟรูม ชนะสเตจเรซเยอะมาก ประสบการณ์แกรนด์ทัวร์ระดับสูงสุดเยอะกว่าทุกคนเพราะอยู่ช่วยฟรูมใน Sky หลายปี ปั่น TT ก็ไม่เลว โจมตีบนเขาได้หลายครั้ง

เหตุผลที่จะแพ้: ไม่รู้ฟอร์มหลังเจ็บเป็นยังไง และไม่ได้ลงแข่งตั้งแต่กรกฏาคม และหวังว่าจะไม่อับโชคอีกครั้ง

 

1. มิกูเอล โลเปซ (Astana)

ทีมซัพพอร์ท: ดีมาก มีเพลโล บิลบาวที่ติด Top 10 ใน Giro ปีนี้, มีโอมาร์ ไฟร์เลตัวเบรคอเวย์และสายเขาเก่งๆ เดวิด วิเอลล่า, ดาริโอ้ คาทาลโด้ อดีตผู้ช่วยฟรูม แข็งแน่นอนในสเตจภูเขา

ฟอร์มเป็นยังไง: ที่ 3 ใน Giro d’Italia และล่าสุดที่ 2 ใน Vuelta a Burgos ยากที่จะดีกว่านี้แล้ว

เหตุผลที่จะชนะ: เป็นหนึ่งในนักไต่เขาที่เก่งที่สุดในรายการนี้ เรียกได้ว่าถ้าฟอร์มมาหนีได้ทุกคนแม้กระทั่งฟรูม (เหมือนในปี 2017)

เหตุผลที่จะแพ้: ไม่เก่ง TT, ฟอร์มยังมีขึ้นๆ ลงๆ เวลาต้องแข่งติดต่อกันยาวๆ ประสบการณ์ยังน้อยเมื่อเทียบกับตัวเต็งคนอื่น (อายุ 24 ปี)