โปรคิดยังไงกับคดีมอเตอร์ติดจักรยาน?

จากที่สหพันธ์จักรยานานาชาติ (UCI) ตรวจยึดจักรยานที่ติดมอเตอร์ได้ในสนามแข่งชิงแชมป์โลก Cyclocross U23 ประเด็นเรื่องการโกงด้วยมอเตอร์ก็เป็นวาระใหญ่ในวงการ ลองดูตัวอย่างก่อนว่า Motor Doping ในชีวิตจริงเป็นยังไงครับ

 

วิดีโอข้างบนเป็นการสาธิตการใช้มอเตอร์ที่ซ่อนไว้ในกระโหลก ซึ่งเปิดปิดจากสวิทช์บริเวณแฮนด์ และเก็บแบตเตอรี่ไว้บริเวณกระติกน้ำที่ติดกับท่อ downtube สังเกตว่าถ้ามองจากข้างนอกเราไม่มีทางรู้เลยว่าจักรยานคันนี้มีมอเตอร์ซ่อนอยู่ข้างใน

มีนักปั่นอาชีพชื่อดังหลายคนมาให้ความเห็นกับเรื่องนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ Tour de France อย่างคริส ฟรูมจากทีม Sky, เอ็ดดี้ เมิร์กซ์ตำนานนักปั่นที่มีผลงานชนะการแข่งขันเยอะที่สุดในโลก, แมริอน วอส อดีตแชมป์โลกเสือหมอบหญิง รวมถึงเฟเบียน แคนเชอลารา นักปั่นชื่อดังจากทีม Trek-Segafredo และเซอร์ แบรดลีย์วิกกินส์

โปรเขาคิดยังไงกันบ้างกับเรื่อง Motor Doping?

 

คริส ฟรูม (Sky)

Froome

“เรื่องการโกงด้วยมอเตอร์ติดจักรยานเป็นอะไรที่ผมกังวลมาพักหนึ่งแล้ว และผมได้บอกทาง UCI ตอนที่มีโอกาสได้ประชุมด้วยกัน ซึ่งทาง UCI ก็รับปากว่าจะเข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น”

UCI ได้พัฒนาเทคโนโลยีการตรวจจับจากที่ปกติต้องนำจักรยานผ่านเครื่อง X-Ray ก่อนการแข่งขัน ตอนนี้ทีมงานใช้เพียงเครื่อง iPad สแกนรอบๆ จักรยานก็ตรวจจับได้

“ผมอยากให้ UCI ตรวจจับมอเตอร์ให้รัดกุมและบ่อยกว่านี้ อย่างผมเอง รถผมเคยโดนเช็คอย่างน้อยๆ สิบกว่าครั้งในฤดูกาลที่แล้ว นักปั่นคนอื่นๆ ก็ควรจะโดนตรวจบ่อยขึ้นเหมือนกัน”

 

เฟเบียน แคนเชอลารา (Trek-Segafredo)

Trek Cancellara 2016

แคนเชอลาราเองเป็นบุคคล “มีประเด็น” เกี่ยวกับเรื่องมอเตอร์ติดจักรยาน เพราะเขาเคยโดนกล่าวหาว่าใช้มอเตอร์ในการแข่ง Tour of Flanders ในปี 2010 เมื่อผู้สื่อขาวถามถึงเรื่องจักรยานที่โดนจับได้ เขากล่าวว่า

“ผมก็สงสัยเหมือนกันว่ามอเตอร์นี้มันเป็นยังไง เราเห็นข่าวเขียนถึง แต่เรายังไม่เห็นจริงๆ ว่ามันติดตั้งใช้งานยังไง”

“ผมอยากรอให้ทาง UCI เป็นคนออกมาอธิบายรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจนก่อนเราจะตัดสินอะไร”​

 

เอ็ดดี้ เมิร์กซ์ – “ต้องแบนตลอดชีวิต” 

“จากที่ผมเห็นในการถ่ายทอดสดเมื่อวันก่อน ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนโกงแบบนี้แน่ๆ ผมเห็น Van den Driessche (นักปั่นที่รถถูกยึด) แข่งในงาน Koppenberg Cross ซึ่งเธอได้ที่สอง จังหวะที่เธอเร่งขึ้นเนินตัดสินมันไม่ปกติ

“การโกงด้วยมอเตอร์เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ทำไมคุณไม่ไปขี่มอเตอร์ไซค์เลยหละ?”

“ผมว่ามันแย่ยิ่งกว่าการโด้ป (ยา) เสียอีก มอเตอร์ช่วยคุณออกแรงได้ 50-100 วัตต์ มันไม่ใช่การแข่งจักรยานอีกต่อไปแล้ว”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเมิร์กซ์เชื่อว่ามีนักปั่นคนอื่นๆ โกงด้วยวิธีนี้หรือเปล่า เขาตอบว่า

“ผมว่าไม่นะ ผมว่าหลายๆ คนคงไม่โง่พอจะทำอะไรที่มันตรวจได้ง่ายแบบนี้ มันจะมีก็แค่นักปั่นเด็กๆ ไร้ประสบการณ์แบบนี้ที่ทำอะไรไม่เข้าท่า”

“ผมเองก็มีจักรยานไฟฟ้าที่เอาไว้ปั่นเพื่อสุขภาพ เพื่อใช้ไต่เขา แต่ผมจะไม่มีทางใช้อุปกรณ์แบบนี้ในการแข่งขันแน่นอน มันแย่มากครับ นักปั่นที่โกงแบบนี้ควรได้รับโทษแบนตลอดชีวิต”

 

ทิฟฟานี่ ครอมเวลล์ (Canyon//SRAM)

“ฉันหวังว่านักปั่นคงไม่ใช้อุปกรณ์แบบนี้มาโกงการแข่งขัน มันน่าอับอาย เรารู้ว่ามีคนผลิตมอเตอร์ติดจักรยานมาใช้สำหรับมือสมัครเล่น สำหรับการปั่นเพื่อสุขภาพ แต่มันไม่ควรนำมาใช้ในสนามแข่งอาชีพเด็ดขาด”

“วงการเราก็แย่พอแล้วที่มีคนโด้ปด้วยยาและสารเคมีตลอดหลายปีที่ผ่านมา โกงด้วยมอเตอร์ยิ่งแย่กว่าเสียอีก”​

“ฉันไม่คิดว่าในกลุ่มคู่แข่งหญิงของเราจะมีคนโกงด้วยมอเตอร์ ทีมในดิวิชันสูงๆ มีความเป็นมืออาชีพมากค่ะ ถ้าใครจะโกงแบบนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ฉลาดเลย แต่ฉันพอจะเห็นว่าในนักปั่นหน้าใหม่ที่อายุน้อยและขาดประสบการณ์ ขาดความรู้ดีรู้ชั่วอาจจะพยายามทำอะไรแบบนี้เพื่อให้ได้ขึ้นมาอยู่ระดับอาชีพในดิวิชันที่สูงขึ้น”

“สปอนเซอร์ และแบรนด์จักรยานก็ไม่ชอบเรื่องพวกนี้เพราะมันทำให้เขาเสียหน้า เสียธุรกิจ”

 

แมริแอน วอส (Rabo-Liv) – “ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าใช้จริงๆ” 

Marianne-Vos-UCI-world-road-race-championships-cycling

วอสเป็นผู้บรรยายการแข่งขันสนามที่เกิดเหตุและเธอออกความเห็นว่า

“ฉันไม่รู้จะพูดยังไงเลย มันแย่มาก ไม่เคยคิดว่าจะมีคนโกงด้วยวิธีนี้ ถึงจะเคยได้ยินข่าวลือมาบ้างแต่ฉันไม่เคยคิดว่ามันจะมีคนใช้จริงโดยเฉพาะใน Cyclocross”

“ฉันไม่รู้จัก Femke แต่ก็ได้ยินมาว่ามีข่าวเตือนมาเหมือนกันในสนาม Koppenberg Cross ที่เธอแซงคู่แข่งได้แบบเหลือเชื่อ ฉันไม่ได้แข่งในสนามนั้น แต่ถ้าฉันแข่งแล้วเธอแซงได้อย่างนั้นจริงๆ ก็เป็นอะไรที่น่าสงสัยเหมือนกัน”

“น่าเสียดายเพราะรายการนี้เป็นครั้งแรกเลยที่มีการจัดชิงแชมป์โลก Cyclocross หญิงในระดับ U23 ข่าวนี้ทำให้งานเสียชื่อหมด”

“ฉันสงสัยเหมือนกันว่าเรื่องจากฝั่ง Femke เป็นยังไง ฉันว่าเธอยังพูดไม่หมด และก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ฟังไหมการโกงในสนามระดับนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผลร้ายมันมากกว่าหลายเท่า ถึงคุณชนะคุณก็ไม่ภูมิใจหรอก”

 

แบรดลีย์ วิกกินส์ (Wiggins) – “ผมว่ามีคนแอบใช้มานานแล้ว”

OfficialWIGGINS_2558-Jun-03 1

“ผมว่ามันคงมีคนใช้มอเตอร์โกงมาพักใหญ่แล้ว UCI สงสัยเรื่องนี้มาร่วม 5 ปีเต็ม เขาตรวจเช็คมอเตอร์ในจักรยานตลอด ผมว่านี่อาจจะเป็นรายแรกที่เขาจับได้ แต่มันคงมีคนเคยใช้ที่เขาจับไม่ได้”

“เป็นเรื่องดีที่เราตรวจเจอ ผมก็เคยโดน ตอนหลังทำ Hour Record เขาผ่าจักรยานผมซะเละเลยหละ ถึงไม่เจอ เขาก็ยังตรวจต่ออย่างเคร่งครัด เป็นเรื่องน่าชื่นชมครับ”

“ผมว่าคนที่โดนจับได้ควรถูกแบนตลอดชีวิต ถ้านักปั่นเลือกที่จะโด้ปเลือดมันก็เรื่องหนึ่ง แต่การตัดสินใจใช้มอเตอร์ในจักรยานนี่มันคนละระดับเลย มันไม่ได้แย่กว่าการโด้ปยา มันแย่คนละแบบ ผมว่ามันแย่พอๆ กัน ผมพอเข้าใจว่าทำไมบางคนถึงอยากจะโกงด้วยวิธีนี้ มันมีเงินรางวัล ชื่อเสียงเป็นสิ่งเดิมพันอยู่ ผมไม่เข้าใจตรรกะของคนที่ชนะ เขาจะภูมิใจได้ยังไงเมื่อเขามีมอเตอร์ออกแรงให้ฟรีๆ 100-200 วัตต์มากกว่าคนอื่น”

 

Wilier – “เราจะฟ้องนักปั่นและทีม”

femkefiets

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้เดือดร้อนแค่ตัวนักปั่น แต่ Wilier บริษัทที่เป็นสปอนเซอร์จักรยานให้กับทีมของผู้ต้องสงสัยก็เสียชื่อเสียงเช่นกัน จน CEO บริษัทออกมาให้สัมภาษณ์

“บริษัทเราจะทำเรื่องฟ้องร้องทั้งนักปั่นและทุกคนที่มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ เพื่อปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของบริษัท Wilier ที่อยู่ในวงการจักรยานมาร่วม 110 ปี”

“ในฐานะผู้สนับสนุนด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์ให้ทีม คดีนี้มันผิดกับสปริตการแข่งขันและค่านิยมขององค์กรเรา เป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ โดยเฉพาะเมื่อรูปจักรยานของเราต้องออกสื่อไปพร้อมกับข่าวฉาวนี้ทั่วโลก เราเสียใจมากครับ”

Via: Road.cc, CyclingnewsCyclingweekly