2013 Milan-San Remo: The Preview

[vc_row el_position=”first”] [vc_column] [vc_column_text el_position=”first last”]

Milan-San Remo

วันแข่ง: 17 มีนาคม
ออกเสียง: มิลาน-ซาน-เรโม
UCI Rating: World Tour, Classic Monument
ถ่ายทอดสด: Sporza/Eurosport 20:30 นาฬิกา 
ระยะทาง: 298 กิโลเมตร

ด้วยประวัติศาสตร์ 106 ปีกับระยะทาง 298 กิโลเมตร ยาวที่สุดในบรรดาสนามคลาสสิค เริ่มที่กรุงมิลานผ่านใจกลางอิตาลีและเลาะชายทะเลไปจบที่ซานเรโม “La Classica di Primavera” หรือ Milan-San Remo เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่น่าติดตามที่สุดในฤดูกาลครับ

2013 san remo logo 2

[/vc_column_text] [/vc_column] [/vc_row] [vc_row] [vc_column width=”1/2″] [vc_column_text el_position=”first”]

เส้นทาง | The Route

Milan-San Remo ปีนี้แข่งกันวันที่ 19 มีนาคมตรงกับ St.Joseph’s Day พอดี โดยธรรมเนียมแล้ว Milan-San Remo ถือเป็นสนามต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ ขบวน Peloton เริ่มสตาร์ทในเมืองมิลานที่ยังปกคลุมไปด้วยอากาศหนาว แล้วไปจบที่ซานเรโม ระหว่างทางนักปั่นต้องข้ามอุปสรรคหลายอย่าง เริ่มด้วยเนินสูงชัน ‘Passo Tuchino’ ทีมตัวเต็งจะพยายามเบียดเสียดกันขึ้นนำขบวน จากนั้นจะเป็นทางลงเขาคดเคี้ยวเปิดโอกาสให้นักปั่นที่มีทักษะลงเขาดีโจมตีกลุ่มในช่วงแรกๆ ได้ไม่ยาก จบจาก Passo Tuchino นักปั่นต้องเจอเนินใหญ่อีกหนึ่งลูกที่ ‘Le Manie’ (กม. 204)​ ซึ่งจะได้เห็นขบวน peloton ลดขนาดลงอย่างแน่นอน

ระยะ 50 กิโลเมตรสุดท้ายแต่ละทีมเริ่มเร่งเครื่องทำความเร็วเต็มที่ นักปั่นสายโจมตีนิยมยิงหนีกลุ่มกันตรงนี้ เพราะมีเนินเล็กๆ (ภาษาอิตาเลียนเรียกเนินว่า ‘capi’) ที่คอยตัดกำลังผู้เข่าแข่งขันได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น Capo mele, Capo Cervo และ Capo Berta เรียงต่อกันสามเนินรวด นักปั่นที่เตรียมตัวมาไม่ดีจะหมดแรงและตกลงไปอยู่ข้างหลังกลุ่มเรื่อยๆ

เมื่อถึง 22 กิโลเมตรก่อนเข้าเส้นชัย ผู้เข้าแข่งขันต้องเผชิญกับเนิน ‘Cipressa’ ความชันสูงสุด 9% ระยะทาง 234 เมตรตั้งตระหง่านรอตัวเต็งและม้ามืดออกโจมตี ก่อนจะปะทะกับเนินลูกสุดท้าย ‘Poggio di Sanremo’ (8% gradient) ซึ่งเป็นจุดตัดสินการแข่ง นักไต่เขาที่อยากเสี่ยงดวงจะออกโจมตีแน่นอน ในขณะที่ทีมสปรินเตอร์จะปั่นตั้งความเร็วพยายามรวบทุกคนที่ยิงหนีออกไป ใครที่ข้ามเนินนี้มาได้ก่อนเพื่อนก็มีสิทธิคว้าแชมป์รายการ เพราะอีก 4 กิโลเมตรสุดท้ายเป็นทางเรียบจนถึงเส้นชัยครับ

สภาพอากาศ: ฝนตกเป็นบางช่วงและอุณหภูมิหนาวเย็น (3 องศาเซลเซียส)

[/vc_column_text] [vc_separator el_position=”last”] [/vc_column] [vc_column width=”1/2″] [vc_column_text el_position=”first”]

Tom Simpson และ Eddy Merckx ใน Milan-San Remo
Tom Simpson และ Eddy Merckx ใน Milan-San Remo

[/vc_column_text] [vc_column_text el_position=”last”]

2013 san remo logo 2

[/vc_column_text] [/vc_column] [/vc_row] [vc_row] [vc_column] [vc_column_text el_position=”first last”]

เส้นทาง 298 กิโลเมตร
เส้นทาง 298 กิโลเมตร

[/vc_column_text] [/vc_column] [/vc_row] [vc_row] [vc_column width=”1/2″] [vc_column_text el_position=”first last”]

ตัวเต็ง

ด้วยสภาพสนามที่ไม่ได้มีภูเขาสูงชัน จึงเป็นการแข่งที่ค่อนข้างจะเหมาะกับสปรินเตอร์ครับ Erik Zabel สปรินเตอร์ชาวเยอรมันเคยชนะถึง 4 สมัย Mark Cavendish ได้แชมป์ในปี 2009 ในขณะที่ Matt Goss สปรินเตอร์จากทีม GreenEdge ครองแชมป์​ปี 2011 ถึงกระนั้นนักปั่นสายโจมตีอย่าง Philippe Gilbert, Filippo Pozzato, Vincenzo Nibali, Thor Hushovd และ Peter Sagan ก็มีสิทธิลุ้นเท่าๆ กัน

1. Peter Sagan (Cannondale) ★★★★★

ดูจากฟอร์มนักปั่นในปีนี้แล้ว ทุกสำนักยกให้ Peter Sagan เป็นตัวเต็งครับ เพราะน้องแกกวาดชัยชนะมาแล้ว 5 รายการจากทั้ง Tour of Oman และ Tierrano-Adriatico โดยเฉพาะอย่างยิ่งชัยชนะในเสตจ 6 Tierrano สุดหินทีีี่นักปั่นยอมถอนตัวกว่าครึ่งแสดงให้เห็นว่าซากานฝึกซ้อมมาดี ปัญหาเดียวของซากานคือความยืดหยุ่นของแกครับ เนื่องจากสปรินต์ก็ได้ และขึ้นเนินได้ดี ซากานคงต้องเลือกว่าจะโจมจีกลุ่มผู้นำบนเนิน Poggio หรือจะเลือกลงไปวัดดวงสปรินต์หน้าเส้นชัยดี? ถ้าตัดสินใจผิดพลาดก็อาจจะหมดสิทธิคว้าแชมป์เอาได้

2. Fabian Cancellara (Radioshack-Leopard) ★★★★★

Cancellara เคยชนะรายการนี้ในปี 2008 และก็ได้ที่สองอีกสองครั้ง ปัญหาของ Cancellarar คือแกถนัดการปั่นไสตล์ Time Trial สามารถปั่นความเร็วสูงเป็นเวลานานได้ แต่ขาดแรงระเบิดในการสปรินต์ เลยมักจะโดนคนอื่นตามเกาะล้อและทุบหัวสปรินต์หน้าเส้น เหมือนที่ Simon Gerrans ทำในซานเรโมปีที่แล้ว ทางออกเดียวของ Cancellara คือยิงหนีก่อนเข้าเส้นชัย และหนีให้รอดไปคนเดียว แต่ผมว่าคงจะยากสักหน่อยเพราะหลังๆ มานี้นักปั่นเด็กๆ มันแรงดีครับ Goss, Sagan, Gilbert, Hushovd ทุกคนสามารถขึ้นเกาะล้อลุงได้ไม่ยาก แกเลยหนีใครไม่ค่อยพ้น

3. Vincenzo Nibali (Astana) ★★★★

อันดับสามซานเรโม ปีที่แล้ว นิบาลิคงเลือกโจมตีบนทางขึ้นเนิน Poggio และอาศัยเทคนิคการลงเขาระดับเทพหนีทุกคนเหมือนที่เขาทำในปีที่แล้ว แต่ Nibali จะชนะได้ก็ต่อเมื่อไม่มีสปรินเตอร์ตามมาด้วย เพราะแกคงสู้หน้าเส้นไม่ได้ครับ อารมณ์คล้ายๆ Cancellarar เป็นพวกเครื่องดีเซล แรงปลายจะไม่เยอะเท่าสปรินเตอร์คนอื่นๆ ถ้าจะชนะ ก็ต้องเข้าเส้นชัยแบบโซโล่ แต่ Nibali มีลูกทีมแรงช้างอย่าง Fredrik Kessiakoff และ Maxim Iglinsky ที่จะช่วยกดดันทีมคู่แข่งได้เป็นอย่างดี

4. Philippe Gilbert (BMC) ★★★★

อีกหนึ่งคนที่น่าจะพยายามยิงหนีบนเนิน Pogio ความชัน 8% เรียกได้ว่า “เข้าทาง”​ จิลแบร์ที่ถนัดระเบิดพลังบนเนินสั้นและชันครับ จิลแบร์ฟอร์มค่อนข้างดี ถึงจะยังไม่ชนะในฤดูกาลนี้แต่ก็ขึ้นโพเดียมไปสองสามครั้งแล้ว ล่าสุด​ “เกือบ” ชนะ Paris-Nice เสตจ 6 แต่โดน Sylvain Chavanel เฉือนเข้าเส้นไปแค่ครึ่งล้อ

5. Sylvain Chavanel (Omega Pharma-Quckstep) ★★★★

ชาวาเนลชนะ Paris-Nice เสตจ 6 และได้อันดับ 5 ใน General Classification รวมถึงท๊อป 10 อีกหลายรายการตั้งแต่ต้นปี ชี้ชัดว่านักปั่นมากประสบการณ์ชาวฝรั่งเศสคนนี้พร้อมลุยเต็มที่ ถึงแม้ Tom Boonen และ Mark Cavendish จะเป็นหัวหน้าทีม OPQS แต่พิจารณาจากฟอร์มชาวาเนลตอนนี้ มีลุ้นชนะรายการมากกว่าหัวหน้าทีมทั้งสองคนครับ วันอาทิตย์นี้ OPQS มีไพ่หลายใบให้ลองแน่ๆ

[/vc_column_text] [/vc_column] [vc_column width=”1/2″] [vc_column_text el_position=”first”]

San Remo Tourist Poster - Image from Wikipedia
San Remo Tourist Poster – Image from Wikipedia

[/vc_column_text] [vc_column_text el_position=”last”]

“Milan-San Remo is a special race with a story behind it. It’s like a bottle of champagne, you shake it , you shake it more and then you open it. It’s all about the final two climbs and saving energy. When I won everyone knew not to give me 10 meters but they gave me just one and that was too much.” 

– Fabian Cancellara (Radioshack-Leopard)

[/vc_column_text] [/vc_column] [/vc_row] [vc_row] [vc_column] [vc_single_image image=”2678″ img_size=”full” img_link_target=”_self” el_position=”first last”] [/vc_column] [/vc_row] [vc_row] [vc_column width=”1/2″] [vc_column_text el_position=”first last”]

คาดเดาผู้ชนะ

ลองวิเคราะห์กันเล่นๆ ผมว่าปีนี้คงคล้ายๆ กับสองปีที่แล้วตรงที่ peloton จะจับ breakaway ได้ก่อนเนิน Poggio ซึ่งบริเวณทางขึ้นเนิน ทีมนักปั่นสายโจมตีอย่าง Astana และ Canondale คงพยายามตั้งขบวนเร่งเครื่องทิ้งทีมสปรินเตอร์เช่น Andre Griepel และ Mark Cavendish ให้ได้มากที่สุด เมื่อถึงทางขึ้นเนิน Poggio ตัวเต็งอย่าง Hushovd, Chavanel, Cancellara, Pozzato, Gerrans จะเริ่มออกโจมตี หวังสลัดกลุ่มให้หลุด ปัญหาคือ Peter Sagan ที่ปีนเขาได้และสปรินต์ก็ได้ ผลแพ้ชนะคงตัดสินกันในจังหวะที่ซากานออกโจมตีครับ อาจจะเป็นบนเนิน หรืออาจจะเป็นหน้าเส้นชัย คู่แข่งต้องมาร์คไว้อย่าให้พลาด

สองเนินสุดท้าย 'Cipressa' และ 'Pogio de Sanremo'
สองเนินสุดท้าย ‘Cipressa’ และ ‘Poggio de Sanremo’

[/vc_column_text] [/vc_column] [vc_column width=”1/2″] [vc_column_text el_position=”first”]

ม้ามืด

ม้ามืดของปีนี้อาจจะเป็น Team Sky ทีมที่ไม่เคยมีผลงานในรายการ spring classic เลย ปีนี้ถึงกับส่งลูกทีมไปซ้อมบนภูเขาไฟ Tenerife เพื่อเพิ่มความอึด ถ้าการฝึกซ้อมเป็นไปตามแผนและนักปั่นฟอร์มดี เราอาจจะได้เห็นขบวนรถไฟ Sky ขึ้นนำในช่วงท้ายคอยป้องกัน Edvald Boassan Hagen ★★★ และ Geraint Thomas ★★  อย่างไรก็ดี สนามคลาสสิคเป็นหนามยอกอกเบอร์หนึ่งของทีม Sky เพราะเป็นการแข่งที่ยากจะคาดเดา มีตัวแปรมากเกินจะควบคุมเหมือนในเสตจเรซที่ทีม Sky เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ​ อุบัติเหตุ ยางรั่ว… ทุกทีมมักจะมองข้าม Sky ในสนามคลาสสิค แต่ปีนี้ Sky อาจจะมีเซอร์ไพรส์ก็เป็นได้

ส่วนตัวผมว่าสปรินเตอร์คงหมดสิทธิ์ในปีนี้ครับ แต่จะมองข้ามก็ไม่ได้ Matthew Goss (Orica-GreeEdge) ★★★★ เคยชนะในปี 2011 , และ Simon Gerrans (Orica-GreenEdge) ★★★ เพื่อนร่วมทีมก็เป็นแชมป์ปี 2012  ม้านอกสายตาอย่าง Filippo Pozzato (Vini-Fantini) ★★★, Mark Cavendish (Omega Pharma-Quickstep) ★★★, Yoann Offredo (FDJ) ★★★, Mauro Santambrogio (Vini Fantini-Selle Italia) ★★★ ก็น่าจับตามองทุกคนครับ

ในบรรดาสนามคลาสสิคแล้ว Milan-San Remo เป็นสนามที่เราคาดเดาผู้ชนะได้ยากที่สุดเพราะโปรไฟล์สนามไม่ได้มีเนินชันโหดเหมือนสนามอื่นๆ ปัญหาเดียวคือระยะทางที่ค่อนข้างยาว สภาพอากาศหนาวเย็นและฝนอาจจะตกได้ ไม่มีอะไรมาการันตีว่าตัวเต็งจะชนะ ล้มครั้งเดียวก็มีสิทธิแพ้ทันที ผู้ชนะจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีที่สุด มีทีมคอยช่วยสนับสนุนจนช่วงสุดท้าย และที่ขาดไม่ได้…คือโชคต้องเข้าข้าง รอชมกันคืนวันอาทิตย์นี้ครับ!

[/vc_column_text] [vc_column_text el_position=”last”]

“Many things have to happen to win San Remo,” Gilbert said. “If there’s an attack on the Poggio, it depends on which riders are there and if there are others coming from behind. The weather and wind is also a factor. It’s like any classic. You have to be fast.” 

– Philippe Gilbert (BMC Racing)

[/vc_column_text] [/vc_column] [/vc_row] [vc_row] [vc_column] [vc_gallery title=”2012 Gallery” type=”flexslider_fade” interval=”3″ onclick=”link_no” img_size=”full” images=”2680,2679,2677,2676,2675,2674,2673″ custom_links_target=”_self” el_position=”first”] [vc_video link=”http://www.youtube.com/watch?v=v9rPy-Tf60k” el_position=”last”] [/vc_column] [/vc_row] [vc_row] [vc_column] [vc_button title=”Photo Courtesy: RCS Sport/ Steephill” color=”btn-info” size=”wpb_regularsize” icon=”none” target=”_self” el_position=”first”] [vc_separator el_position=”last”] [/vc_column] [/vc_row] [vc_row el_position=”last”] [vc_column] [/vc_column] [/vc_row]

By เทียนไท สังขพันธานนท์

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!

Leave a comment

Your email address will not be published.