รีวิว Giro สเตจ 20: Movistar ล็อกแชมป์, โรจ์ลิคหลุดโพเดียม

Giro d’Italia สเตจรองสุดท้ายเป็นหนึ่งในวันที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้เข้าแข่งขัน ด้วยระยะไต่เขาเกิน 5,000 เมตร และระยะทางร่วม 200 กิโลเมตร อันดับเวลารวมของผู้ท้าชิงการแข่งขันก็เปลี่ยนแปลงอีกพอสมควร มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในสเตจเมื่อคืนนี้

1) อันดับแรก แชมป์สเตจตกเป็นของเพลโล บิวบาลจากทีม Astana เป็นครั้งที่สอง เขาสปรินต์เอาชนะมิเคล แลนด้า (Movistar) และกิวลิโอ ชิโคเน่ (Trek-Segafredo)

บิวบาลหนีกลุ่มเปโลตองออกมากับเบรกอเวย์ แต่ในช่วงสุดท้ายของสเตจที่กลุ่มผู้ท้าชิงเร่งทำความเร็วแข่งกันจนเบรกอเวย์โดนรวบจับหมดที่ 4 กิโลเมตรสุดท้าย บิวบาลยังตามมากับกลุ่มตัวเต็งได้ ก่อนถึงเส้นชัยราว 200 เมตร มิเคล แลนด้าที่ได้เพื่อนร่วมทีม ริชาร์ด คาราพาซช่วยลีดเอาท์ให้สปรินต์หนีกลุ่มเป็นคนแรก แต่บิวบาลตามออกมาและเลือกไลน์เข้าโค้งได้ดีกว่า แซงแลนด้าเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก เขาให้สัมภาษณ์:

“ตอนผมถูกกลุ่มนิบาลี แลนด้า คาราพาซตามมาทันผมคิดว่าคงหมดหวังแชมป์สเตจแล้วหละ แต่พอมเห็นพวกเขาก็ดูล้าเหมือนกัน ก็เลยพยายามฟื้นตัว ประหยัดแรงให้ได้เยอะที่สุดก่อนถึงเส้นชัย ผมรู้ว่าถ้าต้องสปรินต์ผมน่าจะทำได้ดีกว่าแลนด้า แล้วมันก็จบอย่างที่เราต้องการครับ” 

2) ด้วยที่เส้นทางสเตจวันนี้เป็นภูเขาสูงชันหลายลูกติดต่อกัน หลายคนคิดว่ากลุ่มผู้ท้าชิงที่อยากได้แชมป์รายการน่าจะมีใครพยายามชิงหนีคาราพาซและทีม Movistar ตั้งแต่ช่วงเริ่มสเตจ เหมือนที่คริส ฟรูม (Sky) หนีคนเดียวร่วม 90 กิโลเมตรในปีที่แล้วจนทำให้เขาได้แชมป์รายการ

3) คนแรกที่พยายามเป็นมิกูเอล โลเปซ (Astana) ที่โจมตีกลุ่มเปโลตองช่วงใกล้ถึงยอดเขาลูกที่สองของสเตจ แต่ถูกแลนด้าและคาราพาซไล่ปิดอย่างรวดเร็ว ทั้งสามคนทิ้งนิบาลี (Bahrain-Merida) และพริมอซ โรจ์ลิค (Jumbo-Visma) ได้ห่างพอสมควร แต่ก็โดนตามทันในช่วงทางลงเขา

4) กลุ่มตัวเต็งเกาะตัวกันมาได้จนถึงเขาลูกรองสุดท้าย ที่นิบาลีสั่งให้ทีม Bahrain ทำความเร็วสูง จนใกล้ถึงยอดเขา นิบาลีกระชากกลุ่มแล้วอาศัยจังหวะลงเขาทิ้งห่างคู่แข่งคนอื่นๆ ซึ่งก็ดูจะได้ผลดี เมื่อมีแค่ราชาร์ด คาราพาซคนเดียวที่ตามเขาได้ทัน ถึงตีนเขาลูกสุดท้าย

5) โรจ์ลิคเป็นตัวเต็งคนเดียวที่ตามกลุ่มนิบาลีไม่ไหว จน Movistar เร่งความเร็วสูงเพื่อทิ้งโรจ์ลิคให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้มิเคล แลนด้าที่รั้งอันดับสี่ทำเวลาแซงโรจ์ลิคขึ้นไปเป็นอันดับสามในอันดับเวลารวม คาราพาซอาศาขึ้นเร่งความเร็วนำกลุ่มด้วยตัวเอง จนรวบจับกลุ่มหนีได้จนหมดทุกคน เขาหวังอยากให้แลนด้าได้แชมป์สเตจ (เพราะแชมป์สเตจได้ time bonus 10 วินาที) แต่แลนด้าก็พลาดท่าให้บิวบาลในที่สุด

6) ถึงจะไม่ชนะสเตจแต่แลนด้าก็ได้เลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับสามในตารางเวลารวม มีเวลานำโรจ์ลิค +23 วินาที คาราพาซกล่าว:

“เราพยายามทำให้แลนด้าได้แชมป์สเตจ และตัวผมเองทำเวลาตุนเพิ่มได้อีก เราพลาดไปนิดเดียว แต่ก็พอใจกับผลงานวันนี้มาก ผมว่าในสเตจ Time Trial ผมคงไม่ได้เสียเวลามาก เพราะงั้นรวมๆ แล้วก็ถือว่าโอเคมากๆ ครับ” 

นิบาลีกับมาริโอ ชิปโปลินี ตำนานสปรินเตอร์ชาวอิตาเลียนคุยกันก่อนสเตจเริ่ม

7) นิบาลีทำเวลาห่างคาราพาซไม่สำเร็จและชัดเจนว่าเขาคงไม่สามารถคว้าแชมป์รายการได้เป็นครั้งที่สาม ตอนนี้เขาอยู่อันดับสองในตารางเวลารวม ตามหลังคาราพาซ +1:54 นาที

“ผมพยายามโจมตีทุกวัน แต่มันไม่ค่อยเวิร์กต้องยอมรับว่าทั้งแลนด้าและคาราพาซเหนียวมาก ทีมเขาก็เยี่ยมมากเหมือนกัน อย่างวันนี้ที่ทางขึ้นเขาก่อนถึงเส้นชัย Movistar เป็นทีมเดียวที่มีสมาชิก 4 คนในกลุ่มหน้าสุด เวลาเจอทีมแข็งอย่างนี้ก็รับมือยากครับ ผมลองยิงหนีคาราพาซแต่เขาก็ไล่ทันทุกครั้ง เขาสมควรแล้วที่จะเป็นผู้ชนะ” 

“ผมแข่งดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมไม่เสียใจ ผมอาจจะแข่งผิดแผน ทำผิดพลาดไปบ้างแต่ผมก็เป็นคนธรรมดา มีใครไม่เคยทำพลาดในชีวิตบ้าง?” 

8) พริมอซ โรจ์ลิคเสียเวลาให้คู่แข่งหลายสิบวินาทีในสเตจนี้ จากที่ไล่ตามกลุ่มของนิบาลีไม่ทันในทางขึ้นเขาสุดท้ายของสเตจ เขาให้สัมภาษณ์:

“มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคุมเกมทุกสถานการณ์นะ ผมทำทุกอย่างที่จะทำได้แล้ว สุดความสามารถ 110% เพราะงั้นผมก็พอใจกับผลงานที่ออกมา”​

โค้ชทีม Jumbo-Visma แอนดี้ เองเกิลส์เสริม:

“พริมอซ ยังมีโอกาสได้โพเดียม ในสเตจไทม์ไทรอัลสุดท้าย แต่ก็ไม่การันตีเสมอไปนะเขาต้องปั่นแบบสุดแรงทุ่มสุดชีวิต ถ้าขาเขายังไม่ล้าเกินไปก็ยังมีโอกาสนั่นแหละ เขาตามแลนด้าอยู่ 23 วินาที ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะยากเกินไป”​

“ถ้าทีมเรามีผู้ช่วยในสเตจภูเขามากกว่านี้ น่าเสียดายว่าโรเบิร์ท เฮซิงค์และลอเรนส์ เดอ พลูส์ ที่เป็น climber ของเรามาแข่งไม่ได้ (เฮซิงค์) หรือต้องออกจากการแข่งขัน (เดอ พลูส์) ถ้าทั้งคู่อยู่เราก็น่าจะคุมเกมในสเตจภูเขาได้ดีกว่านี้ ไม่น่าจะเสียเวลาให้คาราพาซและแลนด้าหลายนาที 

9) แต่การหลุดกลุ่มไม่ใช่แค่ปัญหาเดียวของโรจ์ลิค เพราะในสเตจเมื่อคืนนี้เขาโดนกรรมการปรับเวลาสิบวินาที หลังจากที่แฟนๆ ของโรจ์ลิคช่วยดันหลังเขาระหว่างทางขึ้นเขา โดยที่เจ้าตัวไม่ได้บอกห้าม (ซึ่งถือว่าผิดกฏการแข่งขัน เพราะนักปั่นได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่นักกีฬาในสนาม)

ผู้ชมสองคนช่วยดันโรจ์ลิคติดต่อกันหลายวินาที ในจังหวะที่เขาเริ่มหมดแรง ตามกลุ่มหน้าของนิบาลีและคาราพาซไม่ทัน ซึ่งทางทีมและโรจ์ลิคเองก็ยอมรับการตัดสินของกรรมการ ไม่มีการทักท้วงทีหลัง

10) ไม่ใช่แค่โรจ์ลิคคนเดียวที่มีปัญหากับคนดู มิกูเอล โลเปซ ตัวเต็งจากทีม Astana ที่พูดได้ว่าเป็นคนที่โจมตีเยอะที่สุดในสเตจนี้ก็มีปัญหากับผู้ชมเช่นกัน ลองดูวิดีโอข้างบนก่อน

ที่ทางขึ้นเขาสุดท้าย หลังจากที่กลุ่มตัวเต็งทิ้งห่างโรจ์ลิคได้พอสมควรแล้ว ผู้ชมคนหนึ่งพยายามวิ่งตามนักปั่นจนเข้ามาเบียดกับโลเปซทำให้เขาล้มเจ็บและเสียจังหวะ จนหลุดกลุ่มของนิบาลีและคาราพาซ จนโลเปซเสียเวลาไปเยอะ หงุดหงิดและแจกหมัดให้ผู้ชมที่มาป่วนการแข่งขัน

“ผมโดนผลักล้ม ผมเสียใจนะที่แสดงอาการแบบนั้น แต่ผู้ชมต้องเคารพนักกีฬามากกว่านี้ มันอันตรายมาก ผมรู้ว่ากองเชียร์ก็กำลังสนุกมีอารมณ์ร่วมเยอะ แต่สำหรับพวกเราเรากำลังออกแรงกันสุดชีวิตเพื่อทำผลงาน ถ้าผมบาดเจ็บหนักแล้วแข่งต่อไม่ได้มันจะเกิดอะไรขึ้น?”

“วันนี้ทีมเราต้องการชัยชนะ แล้วบิวบาลก็ชนะให้เราได้ แต่ถ้าผมไม่ล้มไปก่อน ผมคงมีโอกาสไปท้าชิงแชมป์สเตจด้วยเหมือนกัน ผมมั่นใจในฟอร์มในสเตจนี้”

ตามกฏการแข่งขันของ UCI แล้วนักกีฬาไม่มีสิทธิทำร้ายผู้ชม และจะถูกไล่ออกจากการแข่งขัน แต่ครั้งนี้กรรมการตัดสินว่าการกระทำของโลเปซเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และไม่ถูกปรับ

จบสเตจ โลเปซยังอยู่ที่อันดับ 6 ในตารางเวลารวม ตามหลังคาราพาซ +7:18 นาที

พรีวิวสเตจ 21: สเตจสุดท้ายของการแข่งขัน Giro d’Italia ปีนี้เป็นการแข่งแบบจับเวลาบุคคล (Individual Time Trial) ระยะทาง 17 กิโลเมตร โดยมีภูเขาคั่นอยู่กลางสเตจ ที่ยาว 4.1 กิโลเมตรและความชันเฉลี่ย 4.8%

จากอันดับเวลารวมปัจจุบัน คาราพาซน่าจะล็อกแชมป์รายการได้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว แต่อันดับโพเดียมยังเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะมิเคล แลนด้าที่มีเวลานำพริมอซ โรจ์ลิคซึ่งปกติปั่น Time Trial ได้ดีกว่าแค่ 23 วินาทีเท่านั้น

นิบาลีเองน่าจะล็อกอันดับสองได้เช่นกัน

ถ่ายทอดสดเริ่ม 18:15-22:45 เช็คลิงก์ถ่ายทอดสดที่ duckingtiger.com/live

ผลการแข่งขัน

วิดีโอไฮไลท์