And we are back! DT กลับมาแล้ว

A LONG JOURNEY

เว็บไซต์ Ducking Tiger ก็เปิดมาได้เกือบ 10 เดือนเต็มแล้วนะครับ เป็นเวลากว่า 10 เดือนที่ผมอัปเดตเว็บไซต์ด้วยข่าวสารในวงการ บทความและวิดีโอต่างๆ พร้อมกับวิเคราะห์และบรรยายสดการแข่งขันตลอดฤดูกาล ถ้าผมจำไม่ผิดมีแค่ไม่กี่วันเท่านั้นที่ผมไม่ได้อัปเดตเว็บไซต์ ทำงานกัน 7 วันไม่มีวันหยุด ยกเว้นแค่ช่วงเวลาที่บาดเจ็บหรือป่วยไข้จริงๆเท่านั้น อาทิตย์นี้ที่หายหน้าหายตาไป ก็ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ แต่กลับไปเติมพลัง ถอยห่างออกจากข้อมูลข่าวสารบ้าง เพื่อทบทวนถึงทิศทางของเว็บและตอบคำถามตัวเองว่าเราจะโตไปในทางไหน จะปรับปรุงเนื้อหายังไง เพิ่มเติมส่วนไหนบ้างให้เป็นประโยชน์กับคนอ่านมากกว่าเดิม พอได้พัก ได้ถอยออกมาบ้าง ก็เห็นสิ่งที่ควรทำชัดเจนขึ้นเยอะเลยครับ

บางครั้งนะครับคนเราเมื่ออยู่กับอะไรนานๆ อยู่กับมันทุกวันมันก็ทำให้เราหลงลืม มองไม่เห็นภาพใหญ่ๆ บางทีก็ต้องทำตัวเหมือนนก มองลงมาดูตัวเราจากมุมสูงบ้าง เว็บไซต์ของเราก็ไม่ต่างกับธุรกิจออนไลน์ทั่วไปครับ เราไม่ได้อยากจะโตเดี๋ยวๆ แล้วก็เลิกเมื่อเบื่อ แต่ผมตั้งใจจะให้มันอยู่กับคนไทยไปตลอด เหมือนที่ต่างประเทศมี Cyclingnews และ Velonews แน่นอนว่าเรายังเล็กกว่าเขามากและทีมงานก็ยังน้อยคนอยู่ แต่เราหวังว่ามันจะค่อยๆ โตไปอย่างมั่นคงแน่นอนครับ

ผมเชื่อว่าจักรยานมันเป็นกีฬาที่มากกว่ากีฬา พูดก็พูดนะ จะว่าสะดิ้งก็ตาม ผมว่ามันเป็นวิถีชีวิตไปแล้วครับ (ส่วนตัวนะ) พอไม่ได้ปั่นก็เหมือนชีวิตขาดหายไป ทุกๆ ครั้งที่ขึ้นไปคร่อมบนหลังอานแล้วออกแรงขับเคลื่อนมันไปข้างหน้า ทำตามเป้าหมายการฝึกซ้อม หรือแค่ปั่นกินลมชมวิว คุยกับเพื่อนๆ มันเป็นการพิชิตใจตัวเอง จากเดิมผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะออกกำลังกายและไม่ค่อยออกไปไหน ขลุกอยู่ในบ้านอย่างเดียว พอได้มาปั่นจักรยานเท่านั้นหละครับ เปลี่ยนนิสัยเป็นคนละคนไปเลย การปั่นจักรยานมันต่างกับกีฬาสองล้อประเภทอื่นๆ ตรงที่ คุณจะไปข้างหน้าไม่ได้ถ้าคุณไม่คิดจะออกแรงปั่น คุณไปเร็วไม่ได้ถ้าคุณไม่กัดฟันอดทน ฝืนความเหนื่อยล้า มันเป็นอะไรที่ทดสอบจิตใจของคนเราได้ดีจริงๆ ครับ คุณจะหลอกใครก็ได้ ที่ไหน เมื่อไรก็ได้ แต่พอขึ้นคร่อมจักรยานแล้ว คุณหลอกตัวเองไม่ได้…มีเท่าไรก็ไปได้เท่านั้น

ผมเชื่อว่าชัยชนะวันละเล็กละน้อยเหล่านี้ รวมกันมากเข้ามันก็หลอมให้เรากลายเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็งขึ้น ผมสังเกตว่าคนส่วนใหญ่ที่หันมาปั่นจักรยานแล้วไม่ค่อยเปลี่ยนไปเล่นกีฬาอย่างอื่น นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงเรียกการปั่นจักรยานว่ามันเป็นวิถีชีวิต คิดว่าหลายๆ คนก็น่าจะรู้สึกไม่ต่างกัน

Screen Shot 2556-10-28 at 4.46.53 PM

ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2556 จนถึงวันนี้ ผมเขียนเนื้อหาในเว็บไซต์ไปแล้วจำนวนกว่า 500+ โพสต์ ดูจากกราฟจะเห็นได้ว่าช่วงที่เขียนเยอะที่สุดเลยก็คือเดือนกรกฏาคมซึ่งเป็นช่วงที่มีการแข่ง Tour de France นั่นเองครับ นึกกลับไปย้อนดูช่วงนั้นนี่สนุกมากเลย เพราะว่าเรามีวิเคราะห์สนามแข่งกันทุกวัน และตกเย็นก็มีบรรยายการแข่งขันผ่านเว็บไซต์สดๆ ปีถัดๆ ไปผมอยากจะจัดให้ได้มานั่งดูด้วยกันแล้วพากย์ไปด้วยดูไปด้วยเลยคงสนุกน่าดูครับ เหมือนมาเชียร์บอลหละนะ!

A BIG THANK YOU!

ตั้งแต่เริ่มทำเว็บไซต์มาผมก็ไม่คิดว่ามันจะมาได้ถึงขนาดนี้ ผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามีคนสนใจการแข่งขันจักรยานมากขนาดนี้ จริงๆมันก็ไม่ได้เยอะเมื่อเทียบกับกีฬาอื่นๆ แต่สิ่งที่ทำให้วงการของเราต่างไปนั่นก็คือนักปั่นส่วนใหญ่จริงจังและมี passion กับกีฬานี้มากๆ ครับ ผมคุยกับแฟนนะว่าคนที่บ้ากีฬาอื่นๆ เนี่ยจะมีกี่คนที่โพสต์รูป profile facebook ตัวเองเป็นรูปชุดปั่นตัวรัดจิ๋วแบบเต็มยศเหมือนคนปั่นจักรยานบ้าง! ผมสังเกตรูปโปรไฟล์ fanpage ส่วนใหญ่นั้นใส่หมวกจักรยานกันทั้งนั้น ฮ่า

ผมมีโอกาสได้เจอผู้คนในวงการมากมายที่คอยชี้แนะและแนะนำเรามาตลอด จากคนที่ไม่รู้เรื่องจักรยานในเมืองไทยเลยจนตอนนี้ก็พอจะจับคลำทางได้บ้างครับ ต้องขอบคุณพี่ชินจาก Nich Cycling พี่จั้ม Jumm Bike studio, พี่ตั้ม วิสุทธิ์ กสิยะพัท, พี่อิท บก. Cycling Plus, พี่กุ๊ก แมวทอง ที่คอยช่วยเหลือให้คำปรึกษามาตลอดครับ และแน่นอนสปอนเซอร์ทั้ง 9 ราย A Day, Bike Station, Sixty Bike, Bike Zone, Pro Cycle, Gadgetrend, Jumm’s Bike studio, Yudee Cycle และ BiB Bike ที่ให้ความไว้ใจและสนับสนุนเรามาตลอด

สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือคุณผู้อ่านที่ติดตามและส่งข้อความมาให้กำลังใจถามไถ่กันอยู่ตลอด ตอนนี้มีคนอ่านเว็บไซต์ราวๆ 1800-2500 คนต่อวัน ขึ้นอยู่กับเนื้อหาครับ วันไหนโพสต์โดนใจ แชร์เยอะ บอกต่อเยอะหน่อยก็อาจจะพุ่งขึ้นไปถึง 3-4 พันคน ทางสถิติแล้วถือว่าเป็นเว็บไซต์ขนาดเล็กครับ แต่พอเทียบกับเมื่อก่อนที่มีคนอ่านแค่วันละ 4-500 คนก็ถือว่ามันน่าจะมาถูกทางแล้วนะ! ไม่ได้ต้องการจะทำตัวเป็นเซเลป ขอบคุณแฟนๆ แต่ซาบซึ้งจากใจจริง อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณครับ!