Connect with us

Review

รีวิว: Cervelo C5

The Ultimate Audax Bike

Koon

Published

on

พอพูดถึงจักรยานเสือหมอบสไตล์เอนดูรานซ์ หลายคนมักจะสงสัยก่อนเลยว่า ยังมีคนปั่นด้วยเหรอ? จักรยานเอนดูรานซ์ในที่นี่เราหมายถึงเฟรมที่เน้นขี่สบาย มีองศาท่านั่งปั่นที่รีแลกซ์กว่าเสือหมอบแข่งขันทั่วไป และมีฟีเจอร์ที่ช่วยซับแรงสะเทือนบนถนนได้ดีครับ เอาจริงๆ เป็นรถที่นักปั่นไทยไม่ค่อยจะสนใจเท่าไร เพราะเฟรมเอนดูรานซ์มักจะขี่ไม่มันส์ ไม่พุ่งสะใจ…

แต่ตลาดนี้เปลี่ยนไปมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในต่างประเทศที่จักรยานประเภท Gravel bike เริ่มเป็นที่นิยมและขายดีกว่าเสือหมอบประเภทอื่นๆ ครับ

Gravel Bike ก็คือเสือหมอบเอนดูรานซ์นั่นแหละ แต่ออกแบบให้ใส่ยางหน้ากว้างได้กว่าปกติ บางรุ่นรองรับยางกว้างถึงขนาด 32c ในขณะที่เสือหมอบแข่งขันส่วนใหญ่ใช้ยางได้ไม่เกิน 28c (ซึ่งก็แทบแย่แล้วเวลาใส่กับล้อขอบอ้วน)

เหตุผลที่คนนิยมจักรยาน gravel กันมากขึ้นก็เพราะมันเป็นสไตล์การปั่นแบบใหม่ เน้นผจญภัย ไม่ต้องซิ่งมากนักก็ได้ แต่ขี่ได้หลายเส้นทาง ทั้งทางกรวด ทางลูกรังในขณะที่ยังปั่นบนถนนลาดยางได้เร็วไม่เสียแรง

เราเลยเห็นหลายค่ายหันมาทำเฟรมแนวผจญภัยกันมากขึ้นครับ รวมถึง Cervelo แบรนด์ที่ทำแต่รถแข่งมาตลอด ก็หันมาทำรถเอนดูรานซ์แนวใหม่กับเขาด้วยเหมือนกัน และคันที่พูดถึงก็คือ Cervelo C5 เฟรมเอนดูรานซ์แนวใหม่ที่ยังคงความซิ่งของสายเลือด Cervelo ไว้ (เขาว่ามาอย่างนี้) แล้วขี่จริงจะเป็นยังไง? จะย้วยยืดยาดมั้ย มาดูรีวิวกันครับ

cervelo-c5-review-4

1. Frame Design

เริ่มกันที่เฟรมก่อนเลย Cervelo C5 เป็นไลน์อัปใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ครับ ปกติ Cervelo จะมีรถอยู่ 4 ตระกูล นั่นคือ R (เน้นน้ำหนักเบา/ พุ่งสะใจ) S (แอโร) P (ไตรกีฬา/ Time Trial) และ T (จักรยานลู่) สำหรับ Cervelo C Series มีให้เลือกสองรุ่นคือตัวท็อป C5 และตัวรอง C3

จุดเด่นแรกของ Cervelo C5 คือมันเบามากครับ เฟรมเซ็ตน้ำหนักเพียง 850 กรัมในไซส์ M จัดว่าเป็นเฟรมเอนดูรานซ์ที่เบาที่สุดในตลาดก็ว่าได้ เบากว่าเฟรมไต่เขาของหลายๆ ค่ายอีก กระโหลกใช้ BBRight ของ Cervelo เองที่ขนาดใหญ่อวบเป็นพิเศษ

ตัวถัง Cervelo C5 ใช้เทคโนโลยีทรงท่อเดียวกับตระกูล R Series กับท่อ Squoval (ทรงรีไข่ผสมสี่เหลี่ยม) ซึ่ง Cervelo อ้างว่าช่วยเรื่องความสติฟ การตอบสนองแรงในขณะที่ยังความลู่ลมไว้เล็กน้อยด้วย ด้านล่างท่อล่าง (Downtube) มีแผ่นการ์ดพลาสติกกันเฟรมถลอกหรือเสียดสีกับสภาพเส้นทางกันดาร และเฟรมนี้เจาะรูติดบังโคลนมาไว้แล้วทั้งด้านหน้าและหลัง

หางหลังซีทสเตย์เป็นรูปทรงโค้งแบบคันธนู ใช้ท่อขนาดเล็กเพื่อให้ซับแรงสะเทือนได้ดี และซีทสเตย์ไปเชื่อมกับท่อนั่งในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปกติ ทำให้หลักอานมีระยะให้ตัวได้มากขึ้นก็ช่วยเรื่องความสบายอีกหนึ่งขั้น

เฟรมซ่อนสายเบรคและเกียร์ รวมถึงสายดิสก์เบรคด้วย (เฟรมนี้รองรับเฉพาะดิสก์เบรคเท่านั้น) มีไซส์ เฟรมใช้แกนปลดแบบ Thru Axle และได้ดรอปเอาท์คาร์บอนด้วย มีไซส์ให้เลือกตั้งแต่ 48-61 แต่มีให้เลือกแค่สีเดียวตามในภาพครับ

cervelo-c5-review-5

2. Fitting / Geometry

ดูการออกแบบไปแล้วก็มาดูเรื่อง geometry บ้าง โจทย์ของ C5 คือออกแบบมาให้ปั่นสบายและมั่นคงในการขี่ครับ แน่นอนว่าเฟรมมากับท่อคอที่ค่อนข้างสูงใช้ได้เลย ระยะ Stack:Reach ไซส์ 51 ที่เราเทสต์กันอยู่ที่ 1.48 (549/362) ซึ่งรถแข่งปกตินั้นจะอยู่ที่ 1.2-1.3 นิดๆ เท่านั้น

แต่นั่นก็หมายความว่าคุณไม่ต้องใช้แหวนรองคอมากในการฟิตติ้งครับ เซ็ตรถได้สวยไปอีกแบบ Stack ที่สูงก็ทำให้ตำแหน่งการวางมือผู้ปั่นสูงขึ้นด้วย ไม่ต้องโค้ง ก้มมาก ระยะ reach ก็สั้นกว่าเฟรมตัวอื่นๆ ของ Cervelo ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้สั้นจู๋จนเซ็ตรถให้ซิ่งไม่ได้ และแน่นอนว่าแก้ได้ด้วยการใช้สเต็มที่ยาวขึ้น

ระยะความสูงกระโหลกจากพื้น (BB drop) ต่ำกว่าเฟรมแข่งขันทั่วไปนิดหน่อย บวกกับฐานล้อที่ยาวและองศาท่อคอที่ไม่ชันนัก (71.5 องศา) รวมกันออกมาเป็นเฟรมที่ควรจะได้ปั่นได้มั่นคงทีเดียวครับc-seriesscreen-shot-2559-12-01-at-4-08-43-pmcervelo-c5-review-3

3. ปั่นจริงเป็นยังไง?

ความสบาย 5/5

ซื้อรถตระกูลนี้ต้องตอบโจทย์เรื่องการซับแรงสะเทือน ซึ่ง Cervelo C5 ทำได้ไม่ผิดหวังเลยครับ การเทสต์ครั้งนี้ผมยกเฟรมไปปั่นเส้นวังน้ำเขียว จากหน้าด้านเขาใหญ่ฝั่งปากช่องแต่เลี้ยวซ้ายไปทาง Toscana ซึ่งมีเส้นทางผ่านหมูบ้านที่ถนนไม่ค่อยดีนัก แน่นอนว่าเราลองเอาไปรูดหลุม ลงทางลูกรัง ลุยโคลนมาด้วย สภาพก็เละเทะอย่างที่เห็น

จุดเด่นที่สุดคงเป็นเรื่องการซับแรงสะท้านสะเทือนบนพื้นถนน ปั่นคันนี้แล้วกล้าลุย กล้ารูดถนนแย่ๆ มากขึ้น ไม่ต้องห่วงมากนักเพราะหน้ายางกว้างสะใจ เชนสเตย์โค้งๆ กับจุดยึดหลักอานที่ต่ำลงมาทำงานกระจายแรงสะเทือนได้ดี ตะเกียบหน้าก็ซับแรงดีเช่นกันครับ ถึงจะรูดทางวิบากแต่รถไม่สั่น นิ่มกว่า S5 และ R5 ที่เคยลองอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นคงและการเกาะถนนตรงนี้ช่วยให้บังคับรถได้มั่นใจและสบายใจครับ ไม่เหวอมากนักเวลาปั่นเบียดในกลุ่มแล้วต้องเจอถนนแย่ๆ

cervelo-c5-review-20

ตะเกียบและเฟรมออกแบบให้ซับแรงสะเทือนได้สมดุลดี ไม่มีความรู้สึกว่าด้านหน้านิ่มไปหรือด้านหลังย้วยไป เป็นเฟรมที่บาลานซ์ดีครับ

ที่น่าชื่นชมคือ Cervelo ออกแบบรถให้ปั่นสบายได้โดยไม่ต้องใช้กิมมิคอย่างพวกอีลาสโตเมอร์ซับแรงสะเทือนในชั้นเนื้อคาร์บอนหรือใช้โช๊คหรือจุดหมุนภายในหลักอานที่แบรนด์คู่แข่งนิยมทำกัน C5 เป็นเสือหมอบธรรมดาๆ ที่เรียงชั้นคาร์บอนการออกแบบทรงท่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในทางวิบากครับ

 

การตอบสนองแรง 3.75/5

cervelo-c5-dt

สำหรับคนไทยที่นิยมจักรยานพุ่งๆ กดกระทืบมันส์ๆ ติดเท้า คำถามแรกสำหรับการใช้จักรยานประเภทนี้คือมันพุ่งมั้ย (ถึงมันจะไม่ใช่จุดประสงค์ก็ตามน่ะนะ 555) แต่ผู้ผลิตเขาโฆษณาว่าเป็นรถที่ตอบสนองได้ดีทั้งทั้งราบทางวิบาก

เส้นทางที่เราทดสอบนั้นมีเนินแบบโรลลิ่งค่อนข้างเยอะ ทำให้เทสต์รถกดกระทืบยืนโยกขึ้นเนินได้หลายจังหวะครับ สรุปสั้นๆ คือรถสติฟดีมาก กดแล้วไม่รู้สึกเสียแรง แต่ยังมีจังหวะหน่วง ไม่ถ่ายแรงแบบทันท่วงทีเหมือนเฟรมแข่งอย่าง Cervelo R/S Series แต่นั่นก็อาจจะเป็นเพราะ geometry รถที่ไม่ปราดเปรียวเหมือนเฟรมแข่ง ฐานล้อยาว ท่อคอสูง และการเข้าโค้งที่ไม่เฉียบคมนัก (แต่มั่นคง) เอาเป็นว่าไม่ยืดย้วยอืดอาด แต่ก็ยังไม่สุดเหมือนรถแข่งครับ

ปัญหาที่เจอระหว่างเทสต์คือ ใบดิสก์เบรคที่ติดรถมามันเบี้ยวเล็กน้อย ทำให้เกิดอาการเบรคสีผ้าเบรคตลอดเวลา ตอนทดสอบนี่ผมไม่รู้ว่ามันติด ก็เอะใจว่าทำไมรถมันอืดจัง พอกลับมาเช็คและแก้ไข ลองปั่นใหม่ก็ไม่ได้อืดอาดอย่างที่ลองทีแรก

ผมว่าเป็นบาลานซ์ที่กำลังดี ถ้าตั้งใจจะซื้อรถประเภทนี้อยู่แล้ว ใช้บี้กับเพื่อนได้เวลาไปออกทริป แต่ถ้าอยากจะล่า KOM แบบจูนรถกันสุดๆ คันนี้คงไม่ตอบโจทย์เรื่องการตอบสนองแรง

 

Handling 5/5

cervelo-c5-review-19

ไม่เฉียบคมเหมือนรถแข่งแต่มั่นคงหายห่วง หน้ารถไม่ไวมากนัก geometry รถช่วยเรื่องการเข้าโค้งและลงเขาเยอะมากกกก เพราะฐานล้อยาว กระโหลกเตี้ย (จุดศูนย์ถ่วงต่ำ) และยางหน้ากว้าง รวมเป็นเป็นฟีลลิงการเกาะถนนที่หนึบและสมูทดีมากครับ โดยเฉพาะเมื่อใช้คู่กับเบรคไฮดรอลิค ที่เลียเบรคผ่อนความเร็วได้ตามใจสั่ง จริงอย่างเขาว่า ถ้าคุณได้ลองเสือหมอบติดดิสก์เบรคดีๆ แล้วอาจจะไม่อยากใช้ริมเบรคอีกเลย 555 โดยรวมแล้วเป็นรถที่ลงเขาได้มันส์มาก พอรถมันนิ่งก็รู้สึกมั่นใจอยากจะเข้าโค้งให้เร็วขึ้นถึงพื้นถนนจะไม่สมบูรณ์ครับ เป็นรถที่ลงเขาได้มันส์ที่สุดตั้งแต่เคยขี่มา!cervelo-c5-review-22

4. สเป็ครถเป็นยังไงบ้าง

ด้วยราคา 2xx,xxx อะไหล่ที่ให้มาก็ควรจะดีไม่น้อยครับ สำหรับ Cervelo C5 ตัวนี้ได้อะไหล่ที่น่าพอใจอยู่ รถมากับกรุ๊ป Shimano Dura-Ace 9000 แต่ได้ขาจาน Rotor 3D+ และใบจาน Rotor NoQ ตรงนี้คุณจะคิดว่าคุ้มกว่าขาจาน Dura-Ace หรือเปล่าก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวครับ

ก้ามเบรคเป็น Shimano R685 ซึ่งเป็นก้ามไฮดรอลิคตัวท็อป ฮู้ดจะใหญ่กว่า Dura-Ace ปกตินิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้รำคาญใจนัก มาคู่กับใบดิสก์ของ Shimano ขนาด 140mm (หรือจะเปลี่ยนไปใช้ใบ 160 ก็ได้) โดยใช้มาตรฐานยึดเบรคแบบ Flatmount ที่สะอาดตาและมีขนาดเล็กกะทัดรัดกว่ารถเอนดูรานซ์รุ่นก่อนๆ ที่ยังใช้ post-mount ครับ

ล้อติดรถเป็นล้ออลูตัวท็อปของ HED รุ่น Ardennes Plus LT Disc น้ำหนักรวม 1,560g ต่อคู่ เป็นขอบเบรครมดำแบบอ้วน ความกว้างด้านใน 21mm ด้านนนอก 25mm เป็นล้อยางงัดแต่รองรับยาง tubeless ด้วย ยางที่ให้มาเป็น Continental หน้ากว้าง 28mm ตอนเทสต์เติมลมประมาณ 75psi ยางตัวนี้เกาะถนนเปียกดีและดูน่าจะทนใช้ได้ครับ

ค็อกพิทและหลักอานเป็นของ FSA ทั้งหมดในไลน์ K-Force คาร์บอน ไม่ใช่ตัวท็อป แต่ก็เพียงพอต่การใช้งาน แฮนด์เป็นทรงคอมแพคตามสมัยนิยม ส่วนเบาะเป็นของ Fizik รุ่น Antares VS เซาะร่องเหมาะกับคนกระดูกเชิงกรานกว้างนิดนึง

รวมน้ำหนักทั้งคันพร้อมบันได Speedplay และขากระติกอลูห่วยๆ หนึ่งชิ้นออกมาที่ 7.65 กิโลกรัม พอดี ส่วนใครสงสัยว่าแกนปลด Thru-Axle นี่หนักมั้ย ถ่ายรูปมาเผื่อให้ชมกันข้างล่างครับ

cervelo-c5-review-26cervelo-c5-thru-axle

Cervelo C5 มีให้เลือกสองเสป็ค

Cervelo C5 มีให้เลือกสองเสป็ค

ทางเลือกอื่น? รถสไตล์นี้มีเยอะทีเดียวครับ อาทิเช่น Cannondale Synapse Disc, Trek Domane SLR รุ่นใหม่, Specialized Roubaix รุ่นใหม่, Specialized Diverge, GT Grade, BMC Road Machine, Open U.P., 3T Explore, Bianchi Infinito CV ตัวที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็น Cannondale Synapse ครับที่ไม่ได้ใช้ลูกเล่นในการซับแรงสะเทือนเหมือนแบรนด์อื่นๆ และถ้าเทียบในสเปคตรัมความเป็นรถ Road / Offroad แล้ว C5 จะอยู่มาทาง Road มากกว่าครับ (ตัวที่จะออกไปทาง offroad ก็พวก Roubaix, และ Domane SLR)

อย่างไรก็ดี Cervelo C5 เป็นตัวเลือกที่ราคาสูงที่สุดในตลาดตอนนี้ครับ แต่ก็ยังมีออปชันอื่นที่ราคาถูกลง เช่นไลน์ C3 ซึ่งยังคงฟีเจอร์หลักของ C5 ไว้ทั้งหมด แต่ใช้เกรดคาร์บอนต่ำกว่า น้ำหนักจะมากกว่าประมาณ 130 กรัม ราคาแต่ละรุ่นดูข้างล่างนี้

  • Cervelo C5 Di2 – 300,000 บาท
  • Cervelo C5 Mechanical – 240,000 บาท
  • Cervelo C3 Ultegra Di2 – 220,000 บาท
  • Cervelo C3 SRAM Force 1X – 180,000 บาท
  • Cervelo C3 Ultegra – 180,000 บาท
  • Cervelo C3 105 – 130,000 บาท

ผมว่ารุ่นที่คุ้มที่สุดเมื่อเทียบประสิทธิภาพต่อราคาแล้วน่าจะเป็น Cervelo C3 Ultegra  ราคานี้ยังจัดว่าสูงเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นครับ
cervelo-c5-review-25

5. แล้วมันเหมาะกับใคร?

Cervelo C-Series เป็นอะไรที่ฉีกความเป็น Cervelo จากปกติที่ทำแต่จักรยานแข่ง high performance แต่ก็เห็นได้ถึงความพยายามที่จะเอาจุดเด่นและเทคโนโลยีไฮเอนด์ที่ใช้ในไลน์รถแข่ง Cervelo มาใส่ไว้ในคันนี้ครับ

แน่นอนว่ามันคงไม่ตอบโจทย์คนที่ชอบความเร็ว ความเบา การตอบสนองที่ทันท่วงที การเข้าโค้งที่เฉียบคมเร้าใจ แต่สิ่งที่ได้มาแทนคือความสบายและการควบคุมมั่นคงแบบไร้ที่ติ และองศารถที่ปั่นสบายๆ เอาจริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นรถที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่นักแข่งก็ว่าได้ ผมว่าถ้าใครได้ลองปั่นคันนี้น่าจะชอบ เป็นฟีลที่ต่างจากเสือหมอบทั่วๆ ไป

ถ้าจะให้เปรียบ Cervelo S5 อาจจะเหมือนรถ Formula 1 – เร็ว แรง สนุกสะใจในการขี่ แต่ถ้าอยู่นอกเส้นทางแข่ง หรือทางราบก็อาจจะมีหวั่นๆ บ้าง ส่วน C5 เปรียบได้กับ Porsche Cayenne – ใช้งานได้หลากหลายกว่าและขี่สบายกว่า

ที่แน่ๆ ผมว่ามันคือรถ Audax ที่สมบูรณ์แบบที่สุดตอนนี้ครับ น้ำหนักเบาขึ้นเขาได้ไม่เลว ปั่นสบายขี่นานๆ ไม่เมื่อย ยางใหญ่ลุยทางวิบากผสมถนนลาดยางได้ไม่ต้องกลัวยางรั่วหรือกลัวล้ม แน่นอนก็ต้องลกกับราคาค่าตัวที่เอาเรื่องเหมือนกัน แต่ถ้าคุณจ่ายไหว และชอบรถที่ขี่ได้หลากหลายกว่าเสือหมอบแข่งขัน C-Series ก็น่าสนใจมากครับ

สุดท้าย ถ้าวัดกันเรื่องประสิทธิภาพโดยรวมตามประเภทการใช้งาน โดยไม่พิจารณาราคา Cervelo C5 ทำได้ไร้ที่ติครับ แต่น่าเสียดายว่ามไม่สีให้เลือกมากนัก เพราะสีน้ำตาลตุ่นๆ ตัดกับสีดำเคลือบกลอสจืดไปหน่อย

9.5 /10

*รถรีวิวจัดเตรียมโดยบริษัท Bike Zone ผู้นำเข้า Cervelo อย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย รีวิวนี้ไม่มีการรับเงินค่ารีวิวจากบริษัทผู้จัดส่งรถให้ทดสอบ / ความเห็นทั้งหมดในรีวิวนี้เป็นของผู้เขียน 

* * *

คูน คือผู้ก่อตั้งดั๊กกิ้งไทเกอร์ และอยากใช้เว็บไซต์นี้ช่วยให้คนไทยอยากขี่จักรยานกันเยอะๆ!