รีวิว: Rapha Lightweight Jersey

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาผมต้องไปทำธุระที่ประเทศอังกฤษ อยู่ลอนดอนประมาณหนึ่งอาทิตย์ ก็มานั่งนึกว่าในเมืองลอนดอนนี่มันมีร้านจักรยานไหนน่าไปบ้างนะ… คิดไปคิดมา มันมีร้าน Rapha นี่หว่า แถมย่านนั้น (Soho) ก็มีร้านจักรยานคูลๆ ชิคๆ อยู่หลายร้านด้วย ไปมันทีเดียวเลยละกันจะได้ถ่ายรูปมาเขียนเรื่องด้วย….ว่าแล้วเราก็จัดแจงออกไปเดินเล่นกัน ลากเพื่อนฝรั่งที่ผมไปขอมันอาศัยออกมาด้วย

Rapha เป็นแบรนด์เสื้อผ้าจักรยานจากประเทศอังกฤษครับ เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างจะมีความดราม่าติดตัวพอสมควร ถ้าใครได้ไปเปิดกระทู้เว็บไซต์จักรยานต่างประเทศจะพบว่ามันเป็นยี่ห้อที่โดนคน “หมั่นไส้” อยู่ไม่น้อย ด้วยการโฆษณาที่ดู “เว่อร์” ไม่เหมือนชาวบ้าน ดีไซน์เรียบๆ หรูๆ ทูโทน ดูเรโทรเหมือนชุดนักปั่นสมัยก่อน และราคาที่ค่อนข้างสูง (เดี๋ยวเราคุยกันเรื่องนี้อีกที) ทำให้เจ้าของชุด Rapha มักจะโดนแขวะอยู่เสมอๆ แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบชุดปั่นเรียบๆ แล้ว Rapha เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ทำได้โดนใจที่สุดเลยก็ว่าได้

Rapha ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2004 สำนักงานใหญ่อยู่ย่านไฮโซในตอนเหนือของกรุงลอนดอน ผ่านไป 9 ปีบริษัทก็เติบโตขึ้นจากที่แต่ก่อนมีแค่เสื้อผ้าไม่กี่แบบ ตอนนี้กลายเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์จักรยานไปแล้ว มีทั้งเสื้อผ้าธรรมดา เสื้อผ้าปั่นในเมือง แอคเซสซอรี่ กระเป๋า รองเท้า แม้กระทั่งผ้าพันคอก็มีครับ ที่สำคัญตอนนี้สิงห์นักปั่นชาวเอเชียก็เริ่มมาสนใจ Rapha กันมากขึ้น มีร้าน Rapha ไปตั้งในเกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่นขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

DSCF1115
สไตล์ (Faux) Retro ตามประสา Rapha เขาหละ
ร้าน Rapha สาขา London ตั้งอยู่ย่าน Soho กลางเมืองเลยครับ
ร้าน Rapha สาขา London ตั้งอยู่ย่าน Soho กลางเมืองเลยครับ

Rapha Lightweight Jersey

พอเดินเข้าไปในร้าน Rapha เราก็ไปจับๆ ดูๆ แล้วก็ลองใส่อยู่หลายตัว แต่พอเห็นราคาเท่านั้นหละ แทบจะยกหน้าแข้งมาก่ายหน้าผากครับ เสื้อปั่น Jersey ตัวที่ราคาต่ำสุดคือ Super Lightweight Jersey อยู่ที่ 100 ปอนด์​ เป็นเงินไทยก็ราวๆ 5 พันบาท ส่วนตัวที่ผมซื้อมา Lightweight นั้นเป็นเงิน 110 ปอนด์ ก็ 5,500 บาท พอไอ้เพื่อนฝรั่งตัวดีมันได้ยินราคาเท่านั้นครับ เดินเผ่นออกจากร้านไปเลย ใช่ครับสำหรับคนอังกฤษเอง เสื้อตัวละ 5 พันก็ถือว่าแพงไม่น้อย ไม่ใช่อะไรที่ซื้อมาใส่ได้ทุกวัน

ส่วนตัวผมก็สงสัยมานานมากแล้วว่าเสื้อ Rapha นี่มันดีอย่างที่เขาบอกหรือเปล่า ที่แน่ๆ ผมชอบดีไซน์มันมากครับ ชอบเสื้อเรียบๆ เสื้อปั่นแบบเรียบๆ หาซื้อไม่ค่อยได้ และที่มีขายก็ไม่ค่อยจะถูกจริตสะดิ้งๆ ของผมสักเท่าไร เลยคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ กัดฟันซื้อมาสักตัว เอามารีวิวให้คนอ่าน Ducking Tiger ด้วยละกัน จะได้หายสงสัยกันทั้งประเทศ​ คุณอ่าน ผมจ่าย ไม่เป็นไร หนุ่ม สปอร์ต ใจดี กทม ฮ่า

Rapha เป็นแบรนด์จากอังกฤษ ในตอนแรกก็จะเน้นขายคนยุโรปเป็นหลักเพราะฉะนั้นทำให้เสื้อผ้าจักรยานเขาค่อนข้างจะหนา เพราะผสมเนื้อผ้าแบบขนสัตว์ (Wool) เข้าไปด้วย เสื้อรุ่นมาตรฐานของเขาคือ Classic Jersey ตัวนี้จะหนาเลยหละ ถ้าใส่ปั่นหรูๆ ในอังกฤษหรือฝรั่งเศษมันก็จะอุ่นพอดีๆ แต่พอเอามาใส่ปะทะกับพระอาทิตย์เมืองไทยเมื่อไร ร้อนตับแตกแน่นอน Rapha ก็เลยทำเสื้อสำหรับฤดูร้อนในยุโรปออกมาสองรุ่นด้วยกันคือ Lightweight Jersey และ Super Lightweight Jersey คุณสมบัติตามชื่อเลย เสื้อปั่น Lightweight ที่เรารีวิวกันวันนี้จะมีเนื้อวูลผสมอยู่ 36% ที่เหลือเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ ในขณะที่เสื้อ Super Lightweight จะเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ 100%

 

ดีไซน์

เสื้อ Rapha Lightweight ตัวนี้ออกแบบตามสไตล์ Rapha เป๊ะๆ คือเรียบง่าย แต่หรูหรา ไม่เน้น สีสันลวดลายอะไรทั้งสิ้น มีแค่โลโก้ Rapha ตัวเล็กๆ บนหน้าอกด้านขวา และแถบคาดแขนเป็นสีขาว (สะท้อนแสงตอนกลางคืนได้) ตัดกับเนื้อผ้าสีแดงเลือดหมู​ ผ้าที่ใช้ก็ดูคุณภาพดีมากครับ ด้วยความที่มันมีวูลขนสัตว์ผสมทำให้มันหนาสักหน่อย แต่ก็ทนทานดีทีเดียวเมื่อเทียบกับเสื้อโพลีเอสเตอร์ธรรมดา รุ่นนี้มีสีให้เลือกแค่สองสี คือขาวและแดง

การตัดเย็บ ประณีตใช้ได้ ไม่มีตะเข็บหลุดลุ่ยให้เห็นเลย ซิปที่ใช้บริเวณกระเป๋าหลังเป็นของ YKK คุณภาพดีทีเดียว ตรงกระเป๋าหลังจะค่อนข้างประหลาดนิดนึง คือแทนที่จะเป็นกระเป๋าสามช่องธรรมดา แต่ตัวนี้จะมีแค่สองช่อง และตรงกลางจะเป็นกระเป๋าซิปแนวตั้งที่เปิดเข้าไปแล้วจะได้พื้นที่บริเวณกระเป๋าหลังทั้งหมด ยาวขนาดใส่สูบพกพาและยางสำรองได้เลยทีเดียว เป็นการออกแบบที่ฉลาดและไม่เหมือนใครดี

DSCF0246

DSCF0240

 

ข้อดี

เข้ามาถึงประเด็นสำคัญที่สุด นั่นก็คือ มันใช้ได้ดีคุ้มราคาจริงหรือ มันดีกว่าเสื้อตัวละ 900 ที่ขายในบ้านเรายังไง? เสื้อ Rapha เนี่ยผลิตในโรงงาน KTC ที่จีนเขาบอกว่าเป็นโรงงานที่มาตรฐานสูงทำเสื้อกีฬาตัวแพงๆ ให้ Adidas และแบรนด์ชื่อดังอีกหลายแบรนด์

เทียบกับเสื้อปั่นธรรมดาของผมแล้ว สิ่งที่ Rapha เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดก็คือคุณภาพของผ้าและวัสดุที่ใช้ คัตติ้งก็เนี้ยบกว่าเยอะ การตัดเย็บตะเข็บดูหนาแน่นกว่า ถ้าใครถอดเสื้อปั่นไม่ระวังคุณจะได้ยินเสียง “แคว่ก” บ่อยๆ นั่นคือเสียงตะเข็บแยกเพราะเราดึงมันแรงเกินไป หลังจากลองใส่มา 4 เดือน เสื้อ Rapha ยังไม่มีอาการนี้ให้เห็น

ที่เจ๋งสุดคือคัตติ้ง เสื้อเข้ากับช่วงแขน ช่วงไหล่และลำตัวพอดีๆ (เบอร์ M) ไม่เกินหรือไม่ขาด ถือว่าทำได้มาตรฐานดีใช้ได้ เป็นเสื้อพอดีตัว ถ้าคุณมีพุงก็เห็นเด่นแน่นอนครับ

ข้อดีอีกอย่างคือความทนทาน อย่างที่ผู้อ่าน DT ทราบกัน ผมไปล้มกลิ้งที่นครนายกเมื่อเดือนก่อน ตอนลงเขาแฉะๆ ด้วยความเร็วกว่า 50kph จนไหล่หลุดแขนหักกันไป ล้มปุ๊บสิ่งแรกที่มองคือจักรยาน! อย่างที่สองคือเสื้อ! แพงขนาดนี้ถ้าขาดขึ้นมาชีวิตคงบัดซบน่าดู เช็คสภาพหลังล้มแล้วปรากฏว่ามีรูแค่รูเดียว (ตามภาพ) ค่อนข้างเหลือเชื่อใช้ได้ เพราะตอนล้มนี่ไถลไปร่วม 5 เมตรบนถนนคอนกรีตสากๆ

ผมเคย​ประสานงาล้มหลังกระแทกพื้น (ไม่ไถล) จนเฟรมร้าวไปทีนึงเมื่อต้นปี ตอนนั้นใส่เสื้อธรรมดาราคาไม่แพง ปรากฏได้รูมาเพียบ ก็ไม่น่าแปลก เพราะมันเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ฉีกขาดง่ายกว่าผ้าวูลอยู่แล้วครับ จะเทียบกันก็อาจจะไม่แฟร์เท่าไร แต่คนที่ซื้อมาใช้ก็วางใจได้ว่า Rapha มันไม่ขาดง่ายๆ หรอก

 

ข้อเสีย

จุดอ่อนที่สุดของเสื้อ Lightweight Jersey คือมันร้อน! ต้องสารภาพว่าผมซื้อมาผิด ถ้าจะใส่ Rapha ในไทย บอกเลยครับว่าให้ซื้อรุ่น Super Lightweight หรือ Pro Team Jersey รวมไปถึงเสื้อทีม Sky เท่านั้นที่เขาจะใช้ผ้าเขาไม่ผสมเนื้อวูล ถ้าคุณซื้อรุ่นที่มีผ้าขนสัตว์ประกันได้เลยว่าร้อนแน่นอน นี่ขนาดเป็นรุ่นที่ขนน้อยแล้วนะ ก็ไม่ได้ร้อนขนาดตับแตก ปั่นไม่ได้ รูดซิบอกลงมาสักหน่อยให้ลมตี หรือปั่นตอนเช้าๆ ก็พอถูไถครับ แต่ตอนกลางวันนี่ไม่ดีแน่นอน เรื่องอุณหภูมิและการระบายอากาศค่อนข้างสำคัญนะครับ ถ้าเสื้อเราหนาจนร้อนอึดอัด มันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการปั่นโดยตรง

ข้อเสียอีกอย่างคือกระเป๋าหลังมันย้วย ใส่ของหนักมากอย่างกระติกน้ำไม่ได้ มันย้วย (sacking) จนรั้งอกเลย เสื้อกระจายน้ำหนักได้ไม่ดี น่าจะเป็นเพราะผ้าที่ใช้เป็นหลัก เพราะเห็นเขาบอกว่าตัว Super Lightweight ไม่มีปัญหานี้

กระเป๋าหลังใส่ของแล้วเป็นแบบนี้
กระเป๋าหลังใส่ของแล้วเป็นแบบนี้
แถบคาดแขนที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rapha สะท้อนแสงตอนกลางคืนด้วยนะ
แถบคาดแขนที่เป็นเอกลักษณ์ของ Rapha สะท้อนแสงตอนกลางคืนด้วยนะ
กระเป๋าหลังที่มีซิปแนวยาวตรงกลางใส่สูบและยางสำรองได้เลย
กระเป๋าหลังที่มีซิปแนวยาวตรงกลางใส่สูบและยางสำรองได้เลย

 

ความคุ้มค่า

ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยเราตัดสินใจซื้อของใช้สักอย่างหนึ่งก็คือความคุ้มค่า ถามว่ามันคุ้มมั้ยเสื้อตัวนี้ ผมให้ 7/10 ที่ไม่คุ้มเพราะมันร้อน อย่างอื่นดีใช้ได้ครับ ดีกว่าเสื้อก๊อปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในด้านคัตติ้ง ฟิตติ้ง ความประณีต ที่สำคัญถ้าคุณชอบสไตล์เรียบๆ มินิมอล ไม่เน้นโฆษณาทีมที่รัก หรือร้านค้าประจำ รับรองว่าโดนใจ

คนที่จะซื้อเสื้อ Rapha ผมไม่แนะนำให้สั่งซื้อผ่านเว็บมันโดยตรง ควรจะฝากเพื่อนที่ไปอังกฤษหิ้วมาให้ เพราะเราสามารถทำ Tax Refund คืนภาษีได้ คุณก็จะประหยัด Vat อังกฤษไปได้เกือบ 20% ราคาก็ลดลงมาเยอะพอสมควรครับ

ทีนี้เรื่องที่เขาว่าเสื้อ Rapha ราคาสูง มันแพงจริงหรือเปล่าเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ? คำตอบคือถ้าเทียบกับเสื้อเกรดเดียวกันอย่าง Assos, Santini, Pearl Izumi ที่ตกตัวละสี่พันอัป ก็บอกได้เลยว่าไม่แพง ปรกติเวลาคนบ่นว่าแพงมักจะเทียบกับเสื้อธรรมดาตัวละไมถึงพันห้า มันก็จะดูแพงกว่าเยอะครับ เพราะฉะนั้นควรจะเปรียบเทียบกับสินค้าในกลุ่มเดียวกันเสียมากกว่า Rapha จะขายราคาใกล้ๆ Assos รุ่นท๊อปจะแพงกว่าประมาณ 10-15%

แน่นอนว่าเสื้อตัวละ 4-5 พันนั้นไม่ใช่สำหรับทุกคน มันขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าจักรยานขนาดไหน ถ้าคุณกล้าจ่ายค่าจักรยานคันละแสน ค่าล้อคู่ละห้าหมื่น รองเท้าคู่ละเจ็ดพัน เสื้อปั่นตัวละสี่พันมันก็คงไม่ได้ฟังดูแพงขนาดนั้น คุ้มไม่คุ้มก็คงเป็นคุณค่าทางจิตใจของผู้ซื้อแล้วหละครับ

ส่วนตัวผมว่ามันราคาสูงพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพก็ถือว่ารับได้ ถามว่าซื้อราคาเต็มมั้ย? คราวหน้าก็ไม่ซื้อครับ รอซื้อตอนมันเซลดีกว่า ปีนึง Rapha เซลสองครั้งช่วงหน้าร้อนกับหน้าหนาว ถ้าตาดี มือไว บางครั้งได้ตัวละไม่ถึงสองพัน ถูกกว่าเสื้อสั่งตัดรุ่นดีๆ อีกแน่ะ

แล้วมันดีกว่าเสื้อตัวละ 900-1200 มั้ย? ดีกว่าครับ แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเลิกใส่เสื้อธรรมดาแน่นอน ตอนนี้ก็ยังใส่เสื้อทีมมากกว่า Rapha เพราะมันสบายใจกว่าครับ เสื้อแพงเอาไว้ออกทริปสวยๆ ละกัน

สรุปสั้นๆ หล่อ หรู เรียบ ใส่สบาย ผ้าคุณภาพดี แต่ร้อนอึดอัดไปหน่อย ข้อเสีย ราคาสูง หาซื้อในไทยยาก

www.rapha.cc

7/10